2008/May/16

 

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ดูท่าว่าถ้ารอให้คุณภูมิอัพบล็อกเรื่อง Report ทริปถั่วงอกนั่งรถไฟไปดางหาง น่ากลัวว่าคุณภูมิจะไม่เป็นอันได้ใช้บล็อกทำอะไรอย่างอื่นแน่ ฉะนั้นคุณภูมิขออนุญาตแจ้งไว้ ณ ตรงนี้ก็แล้วกันนะครับว่า ขอผิดสัญญาที่เคยบอกว่าจะลง Report ทริปถั่วงอกฯ หลังจากกลับมาแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งหนึ่งที่พี่ก้อง พี่เอ๋ และพี่อัพเขาได้ประกาศไว้ก่อนจะพาพวกเราไปทริปกันก็คือ พี่ๆ นักเขียน a day ทั้งสามคนจะช่วยกันเขียนบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 4 วัน 4 คืนภายในทริปถั่วงอกให้ออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม และหนังสือเล่มดังกล่าว (ถ้าไม่เกิดเหตุสุดวิสัยอันใดขึ้น) ก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวในเดือนสองเดือนนี้แน่นอน ฉะนั้นเอาเป็นว่าเมื่อหนังสือบันทึกการเดินทางเล่มนี้คลอดออกมาเมื่อไหร่ คุณภูมิจะขอนำมาแนะนำลงบล็อกนี้ในฐานะที่เป็น Report ทริปถั่วงอกฯ แบบเป็นทางการก็แล้วกันนะครับ

เอาล่ะ ได้เวลากลับสู่โหมดปกติของจักรวาลส่วนตัวแห่งคุณภูมิซะที

เมื่อวาน (พฤหัสบดี 15 พ.ค.) คุณภูมิไปคุยเรื่องวิชา ป.โท ที่คณะ เสร็จแล้วก็ไปเดินกินลมชมวิวที่ไซเอิ้มแพ้ร้าเกิ้น (Siam Paragon) ตอนแรกกะว่าจะแค่ "ซื้อหน้าต่าง" (Window Shopping) ประหยัดเงินไว้รอจ่ายค่าชุดครุยสำหรับรับปริญญา แล้วก็ปล่อยให้กระเป๋าตังค์ได้พักฟื้นหลังจากทรมานมันไปกับนิยาย Brave Story ของ มิยาเบะ มิยูกิ (คนเขียนเรื่อง ICO) ฉบับภาษาอังกฤษ ที่คุณภูมิเพิ่งไปสอยมาสดๆ ร้อนๆ จากคิโนะคุนิยะสาขาเอ็มโพเรียม

แต่แล้ว พอเดินมาถึงร้านนายอินทร์ (ร้านที่อยู่ชั้นล่างนะครับ ไม่ใช่ชั้นเดียวกับคิโนะฯ) คุณภูมิก็ตะลึงเมื่อได้เห็น...

[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

 ชื่อ   อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน ศุกร์รัตติกาล
แปลมาจาก   The Keys to the Kingdom: Lady Friday
ผู้เขียน   การ์ธ นิกซ์ (Garth Nix)
ผู้แปล   แสงตะวัน
สำนักพิมพ์
  
เอ็นเธอร์ บุ๊คส์ (Enter Books) ในเครือสำนักพิมพ์แจ่มใส: 2551
จำนวนหน้า   248 หน้า
ราคาปก   169 บาท
ISBN
   978-974-09-0296-6

ออกซะทีเฮ้อออออ!!!

ครับ มันคือหนังสือหนึ่งในสองเล่มที่คุณภูมิและแฟนๆ หนังสือชุด อาณาจักรแห่งกาลเวลา (The Keys to the Kingdom) ของนายการ์ธ นิกซ์ (Garth Nix) รอมานาน คือฉบับแปลไทยของตอนที่ 5 ของชุด ซึ่งชื่อต้นฉบับคือ "Lady Friday" นั่นเอง

The Keys to the Kingdom ฉบับภาษาไทยโดย สนพ.เอ็นเธอร์บุ๊คส์ (ในเครือแจ่มใส) เล่มที่ 5 นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ศุกร์รัตติกาล" หน้าปกก็ยังคง concept สีประจำวันเช่นเดิม เล่มนี้ก็เลยได้โทนฟ้า Azure ไปตามที่คาด หนุ่มน้อยอาร์เธอร์ ตามสไตล์ของคุณหริรักษ์ มงคลพร ก็ยังคงเป็นตัวการ์ตูนหัวทรงสัปปะรดหน้าเอ๋อๆ น่ารักๆ เหมือนเดิม กำลังเต๊ะท่าอยู่บน The Beast ซึ่งเป็นร่างจำแลงของพินัยกรรมชิ้นที่ 5 ส่วนปกหลังเป็นภาพภูเขา (เขานะครับ อย่ามองเป็นน้ำตกไปเชียว คิดตาม common sense ที่ว่าต้นไม้ที่ไหนมันจะมาขึ้นบนน้ำตกสิครับ) และผืนน้ำของบ้านเบื้องกลาง ซึ่งเป็นทัศนียภาพหลักของบริเวณดังกล่าวของบ้าน (จำได้ว่าเคยบอกไปครั้งหนึ่งแล้วว่าภาพรวมของบ้านเบื้องกลางก็คือโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ในรูปหุบเขาและทะเลสาบ)

จะว่าไป ต้นฉบับภาษาอังกฤษของเล่มที่ 5 นี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าคนเขียนใช้ภาษาสลับซับซ้อนกว่าเล่มที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีศัพท์เฉพาะที่ประดิษฐ์ประดอยขึ้นมาใหม่ให้อ่านไปปวดเฮ้ดไปเพียบ คุณภูมิไม่แปลกใจเลยครับที่คุณแสงตะวันใช้เวลาแปลเล่มนี้อยู่นานทีเดียว นานจนเกือบจะปล่อยให้ Superior Saturday ที่มีกำหนดจะออกช่วงเดือน ก.ค. น็อกรอบเอาแน่ะ

สำหรับเล่มวันศุกร์นี้ คุณภูมิขอไม่เล่าเรื่องย่อและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวเรื่องอีกนะครับ เพราะเคยทำมาแล้วเมื่อครั้งที่เป็นเล่มภาษาอังกฤษ (หาอ่านได้จากเอ็นทรี่นี้ครับ) แต่ถ้าจะให้คอมเมนต์อะไร ก็ขอเป็นเรื่องชื่อเรื่องแล้วก็ภาพปกละกันครับ

ชื่อเรื่อง คุณภูมิไม่ค่อยเห็นด้วยที่ใช้ว่า "ศุกร์รัตติกาล" เพราะในตัวเนื้อเรื่องจริง เลดี้วันศุกร์ She ไม่ได้มีอำนาจควบคุมกลางคืนแบบเทพี Nyx แห่งเทวตำนานกรีก อีกทั้งไม่ได้ชอบอยู่ในมุมมืดด้วยซ้ำ ตัว She ออกจะชอบแสงสีเปล่งปลั่งวูบวาบ รักสวยรักงาม (ใครไม่เข้าใจลองอ่านเอ็นทรี่ที่คุณภูมิแปลบทนำของเล่มนี้ไว้ดูครับ) บรรยากาศของสถานที่ในเล่มก็มีที่มันมืดๆ หรือเป็นกลางคืนบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะสำคัญถึงขนาดเอามาย้ำในชื่อเรื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าให้คุณภูมินึกชื่ออื่นเอง คุณภูมิก็นึกไม่ออกอยู่ดี ฉะนั้นก็ถือเสียว่าคุณแสงตะวันตั้งชื่อตอนได้เหมาะสมแล้วก็ละกันครับ

เรื่องปก ด้วยความที่คุณภูมิชอบสีโทนฟ้าๆ ทั้งตระกูล ไม่ว่าจะเป็น Blue, Indio, Cyan หรือ Azure ปกเล่มนี้จึงเป็นปกที่คุณภูมิลงความเห็นว่าสวยที่สุดในชุด ณ บัด now (ต้องรอดูเล่มวันเสาร์ เพราะคุณภูมิก็ชอบสีม่วงเหมือนกัน เหอๆ) โดยเฉพาะเมฆและประกายแสงที่เป็น BG ได้ใจคุณภูมิอย่างยิ่ง หักความชอบออกเล็กน้อยตรง look ของเจ้าอาร์เธอร์ (ปก Scholastic หล่อกว่ากันเยอะ!) กับหน้าตาของพินัยกรรม เพราะเมื่ออ่านในเรื่องแล้ว พินัยกรรมตัวนี้เป็นตัวแทนของคุณธรรมที่ชื่อ "Temperance" ซึ่งก็คือความรู้จักประมาณตน ความพอเหมาะพอควร ความถ่อมตน ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ลุ่มหลงกิเลสตัณหา (ตรงกันข้ามกับบาป Lust ของวันศุกร์) เจ้าพินัยกรรมตัวนี้ก็แสดงนิสัยตามลักษณะของคุณธรรมประการนี้เลย คือเป็นมังกรมาดคุณป้าผู้อารี (พินัยกรรมชิ้นที่ 5 นี้เป็นชิ้นแรกที่มีสรรพนามแทนตัวเป็น She) ซึ่งพอมาดูเจ้าตัวบนปกฉบับภาษาไทยแล้ว...เอ่อ...Reign of Fire มากเลยพี่ท่าน (แต่จะว่าไป ในเรื่องมันก็บอกว่าตัวพินัยกรรมในร่าง The Beast ก็ดูน่ากลัวผิดกับนิสัยเลย แล้วคุณภูมิก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าจะวาดมังกรให้มี look แบบใจดีๆ ได้ยังไงโดยไม่ให้ดูเป็นการ์ตูนเกินไป เอิ๊ก)

ทั้งนี้ ที่ว่าไปเป็นความรู้สึกส่วนตัวของคุณภูมิทั้งสิ้น ขอขอบคุณคุณแสงตะวัน คุณหริรักษ์ และกอง บก.เอ็นเธอร์บุ๊คส์และแจ่มใสสำหรับการเข็นหนังสือเล่มนี้ออกมาได้ในที่สุดครับ

ซื้อกลับบ้านมาแล้ว เอามาตั้งเรียงกับเล่ม 1-4 Colorful ได้ใจทีเดียว

อยากรู้จังว่าพอแปลครบ 7 เล่มจะยิ่ง Colorful ขนาดไหน

เอาล่ะ เล่มที่รอคอยหมดไปแล้วหนึ่งเล่ม มาพูดถึงอีกเล่มกันบ้างดีกว่าครับ

[คลิกที่แต่ละภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

มีวันศุกร์ก็ต้องมีวันเสาร์ ซึ่งตามกำหนดการของเว็บไซต์ร้านหนังสือของฝรั่งหลายๆ เว็บ (เช่น Amazon.com) ระบุไว้ว่าจะวางจำหน่ายต้นเดือน ก.ค. คิดว่าร้านหนังสือต่างประเทศชั้นนำอย่างคิโนะฯ คงนำเข้ามาขายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ถึงตอนนั้นค่อยมาพูดกันเรื่องรายละอียดในเล่มอีกที

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าในตอนนี้จะไม่สามารถแง้มเข้าไปในส่วนเนื้อหาของเล่ม 6 นี้ได้ เพราะคุณการ์ธ นิกซ์ ผู้เขียนได้ลงทุนอัดเสียงตัวเองที่อ่านบทนำและบางส่วนของบทที่ 1 ของเล่ม Superior Saturday มาปล่อยให้ download กันในหลายๆ เว็บไซต์ ซึ่งเพียงแค่บทนำก็ทำให้เราได้รู้อะไรกันมากโขทีเดียว เป็นต้นว่า

- วันเสาร์เลอเลิศ (Superior Saturday) ถึงแม้จะไม่ได้มีลำดับความสำคัญเป็น #1 ในบ้าน แต่ She ก็เป็นพลเมืองที่อาวุโสที่สุด คือเป็นพลเมืองคนแรกที่มหาสถาปนิกสร้างขึ้นมาจากสุญญะ จึงถือได้ว่ามีอายุมากที่สุดเป็นอันดับสาม รองจากมหาสถาปนิกกับผู้ชรา แต่ในหมู่ผู้ใช้เวทแห่งบ้าน รู้กันดีว่าหล่อนเป็นเจ้าแม่แห่งวงการไสยเวทและอาคมที่อยู่เหนือจอมเวททุกคน

- วันเสาร์หน้าตาสวยทีเดียว (ซึ่งคุณภูมิคิดว่าไม่น่าจะสวยหยาดเยิ้มเหมือนวันศุกร์ แต่เป็นสวยแบบผู้มีอำนาจ สวยหยิ่งๆ ทำนอง Catherine Zeta Jones หรือ Queen Elizabeth I ตอนสาว) สูงประมาณ 8 ฟุต (240 ซม.) สวมเสื้อคลุม (Cloak) แบบพวกพ่อมดแม่มดชอบสวมกัน มีผมยาวสีฟ้าสด (Electric Blue) และบนศีรษะมีรัดเกล้า (Circlet) ทองคำคาดอยู่

- ดินแดนที่วันเสาร์ดูแลอยู่ ซึ่งก็คือบ้านเบื้องบน (Upper House) นั้นเป็นเสมือน Headquarter ของระบบรัฐวิสาหกิจทุกอย่างในบ้าน (ex. ลิฟท์ โทรศัพท์) สิ่งก่อสร้างทั่วไปในบ้านเบื้องบนจะมีลักษณะเป็นบล็อกที่โยงใยถึงกันด้วยระบบโซ่ขนาดมหึมา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลำดับการทำงานของพลเมืองในบ้านเบื้องบน บล็อกอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพลเมืองคนนั้นก็จะโดนย้ายขึ้นลงซ้ายขวาด้วยระบบโซ่ ซึ่งมีพลเมืองชั้นต่ำๆ และเด็กของคนเป่าปี่คอยชักรอก บล็อกๆ พวกนี้ดูจะเรืองแสงสีเขียว ไม่ก็มีแสงไฟภายในเป็นสีเขียว ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งบ้านเบื้องบนเป็นสีเขียวขจีดีดัก

- ตัววันเสาร์นั้นพำนักอยู่เหนือบล็อกๆ พวกนั้น อยู่บนหอคอยส่วนตัวของวันเสาร์ที่ตั้งตระหง่านกลางบ้านเบื้องบน สูงชะลูดพอจะให้วันเสาร์มองตรวจตราความเป็นไปทั้งหมดในบ้านเบื้องบนได้อย่างง่ายดาย กระนั้น วันเสาร์ก็ยังไม่พอใจหอคอยที่สูงลิบลิ่วของตัวเอง เพราะมันยังไม่ใช่สิ่งที่อยู่สูงที่สุดในดินแดนของเธอ

- ท้องฟ้าของบ้านเบื้องบนมักมีเมฆหนาปกคลุมเสมอ เหนือชั้นเมฆขึ้นไปจะเป็นเพดานสีเขียว ซึ่งก็คือพื้นของสวนไร้ที่เปรียบ (Incomparable Garden) สวนที่อยู่ชั้นดาดฟ้าของบ้าน ดินแดนในอาณัติของลอร์ดวันอาทิตย์ (Lord Sunday) รักษาการณ์ตำแหน่งประมุขของบ้านคนปัจจุบัน หลังจากมหาสถาปนิกหายไปนั่นเอง

- วันเสาร์ไม่พอใจอย่างมากที่วันอาทิตย์ได้เป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในบ้าน เพราะ She ยึดตามระบบอาวุโสแบบบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชอบยึดกัน ทำนองว่า She เป็นพลเมืองหมายเลข 1 เกิดก่อนใครเพื่อน จึงควรจะมียศศักดิ์สูงที่สุดรองจากมหาสถาปนิก ไม่ใช่วันอาทิตย์ที่เกิดทีหลัง แม้ว่าจะเป็นถึงลูกของมหาสถาปนิกก็ตาม

- วันอาทิตย์ก็ดูจะรู้ว่าวันเสาร์อยากเลื่อยขาเก้าอี้ตัวเอง ก็เลยชอบแกล้งวันเสาร์ด้วยการสาปทางอ้อมว่า จะให้เฉพาะวันเสาร์เท่านั้นสามารถมองเห็นเพดานของบ้านเบื้องบน (ซึ่งก็คือพื้นของสวนไร้ที่เปรียบ) ถ้าหากมีพลเมืองของบ้านเบื้องบนคนใดนอกเหนือจากวันเสาร์แหงนหน้ามองฟ้า ก้อนเมฆก็จะลอยมาบดบังเพดานสีเขียวไว้จนมิด เป็นการหยามหน้าชนิดที่วันเสาร์ยอมไม่ได้เด็ดขาด

- วันเสาร์พยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะสร้างหอคอยองตัวเองให้สูงขึ้นจนทะลุพื้นของสวนไร้ที่เปรียบ จะได้บุกยึดจากวันอาทิตย์ได้ แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง เพราะสวนไร้ที่เปรียบไม่ได้ลอยอยู่เหนือบ้านเบื้องบนเฉยๆ แต่โดนค้ำจุนด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ 4 ต้นตามแต่ละขอบมุมของบ้านเบื้องบน ถ้าเข้าใจไม่ผิด ต้นไม้พวกนี้ชื่อ ต้นเดรเซล (Dresel Tree - - ?) ซึ่งดูเหมือนจะเติบโตตามความคิดของวันอาทิตย์ ไม่ว่าวันเสาร์จะพยายามสร้างหอคอยของตัวเองให้สูงเท่าไหร่ ต้นไม้ก็จะเติบโตขึ้นจนสูงกว่าหอคอยเสมอ และแต่ละต้นก็โตกันเร็วมากจนหอคอยของวันเสาร์สร้างไม่ทัน อีกทั้งต้นไม้พวกนี้โค-ตะ-ระทนทายาด จะวางยา ตัด ระเบิด หรือเผาเท่าไหร่ก็ไม่ตายสักที อำนาจของกุญแจของวันเสาร์ทำอะไรต้นเดรเซลไม่ได้เลย (คิดว่าเป็นเพราะต้นไม้ทั้ง 4 ต้นไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวันเสาร์ แต่เป็นของวันอาทิตย์ และกุญแจดอกที่ 7 ของวันอาทิตย์ก็ทรงอำนาจเหนือกุญแจอีก 6 ดอกอยู่หลายขุม)

- กิ่งก้านของต้นเดรเซลมีลักษณะคล้ายๆ กิ่งของต้นวิลโลว์จอมหวด จะคอยหวดคอยฟาดใส่อะไรก็ตามที่พยายามจะบินเข้าไปใกล้เพื่อขึ้นไปให้ถึงสวนไร้ที่เปรียบ แถมตามลำต้นยังมีแมลงยักษ์อาศัยอยู่เพียบ คอยดักงาบคนที่คิดจะปีนต้นไม้ขึ้นสู่สวนไร้ที่เปรียบ เรียกได้ว่าต้นเดรเซลทั้งสี่ต้นเป็นป้อมปราการพิทักษ์สวนไร้ที่เปรียบและลอร์ดวันอาทิตย์ที่มีกระบวนการรุกและรับอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง (อยากได้ไว้ปลูกที่บ้านสักต้นแฮะ)

- หลังจากย่ำค่ำคนเก่าตายในระหว่างปฏิบัติภารกิจแย่งชิงกุญแจดอกที่ 5 ในเล่ม 5 (Oops! สปอยล์รึเปล่าเนี่ย เหอๆ) วันเสาร์ก็ได้ย่ำค่ำคนใหม่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นพี่/น้องชายของย่ำค่ำคนเก่า และวันเสาร์ comment ว่าเหมือนกันอย่างกับออกมาจากพิมพ์เดียวกัน (ถ้าคุณภูมิฟังมาไม่ผิดนะครับ) ย่ำค่ำคนนี้หน้าตาห่อเหลา (อีกละ) สูงประมาณ 7 ฟุต (210 ซม.) ซึ่งก็ยังคงเตี้ยกว่านายหญิงของตัวอยู่ฟุตหนึ่ง (เลยสรุปได้ว่าวันเสาร์น่าจะสูงประมาณ 8 ฟุต)

- บทสนทนาในช่วงท้ายระหว่างนายกับบ่าว สรุปความได้ว่า วันเสาร์และทีมงานได้ปิดช่องทางในการเข้าสู่บ้านเบื้องบนทุกช่องทางที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นทางลิฟท์ หน้าปัดนาฬิกาในห้องวันจันทร์ บันไดไม่ควรเป็น หรือกระทั่งอำนาจของกระจกของวันศุกร์ที่อาร์เธอร์เพิ่งได้มาหมาดๆ เอาล่ะสิ แล้วอาร์เธอร์จะไปสู้กับวันเสาร์เลอเลิศยังไง ต้องรอติดตามต่อในเล่ม....

เท่านี้คือเนื้อเรื่องที่คุณภูมิคิดว่าสำคัญ เพราะเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปะติปะต่อพล็อตหลักของทั้งซีรีส์ ส่วนเนื้อหาบางส่วนของบทที่ 1 ที่การ์ธ นิกซ์อ่านไว้ด้วยนั้นค่อนข้างจะไม่มีสารัตถะที่จำเป็น คุณภูมิขอไม่พูดถึงก็แล้วกันครับ

จากข้อมูลข้างต้นที่สรุปได้จากบทนำของ Superior Saturday ทำให้คุณภูมิเข้าใจแล้วว่า ที่ตัวเองเคยสันนิษฐานมาในเอ็นทรี่นี้ ว่าด้วยบาปของวันเสาร์และวันอาทิตย์นั้นผิดคาดโดยสิ้นเชิง! ทีนี้เห็นกันชัดๆ แล้วว่าบาปที่ครอบงำวันเสาร์อยู่นั้น แท้จริงแล้วคือ บาปริษยา (Envy) บาปที่หนักที่สุดในบรรดาบาปหนัก 7 ประการ ลองทบทวนพฤติกรรมของ She ดีๆ สิครับ

นอกจากนั้น แวดวงสัญลักษณ์ทางคริสตศิลป์ยังกำหนดว่า สีที่เป็นสัญลักษณ์ของบาปริษยาคือ สีเขียว (กลายมาเป็นสำนวนฝรั่งหลายสำนวน เช่น Green-eyed monster (อิจฉาจนตาเขียว), Green with envy เป็นต้น) ซึ่งก็บอกไปแล้วว่า บรรยากาศโดยรวมของบ้านเบื้องบนดูจะเป็นสีเขียวขจี กระทั่งเพดานของบ้านเบื้องบนที่วันเสาร์ชอบมองก็ยังเป็นสีเขียว

ดังนี้แล้ว จึงสรุปได้ว่า บาปที่ครอบงำลอร์ดวันอาทิตย์ก็คือบาปประการสุดท้าย บาปแห่งอัตตา (Pride) นั่นเอง

การที่วันอาทิตย์เป็นตัวแทนบาป Pride นั้น คุณภูมิคิดว่าน่าจะสื่อออกมาทางความมั่นใจในพลังอำนาจและฐานันดรของตัวเองแบบเกิน 100% คือมั่นใจว่าตัวเองทรงพลังและอำนาจที่สุดในบ้าน มั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยจากอันตรายและคนที่คิดจะแย่งชิงอำนาจโดยสิ้นเชิง (ด้วยความช่วยเหลือของต้นเดรเซลทั้ง 4 ต้น) รวมถึงมั่นใจในแผนการลึกลับที่ตัวเองกำลังดำเนินการว่าจะไม่มีวันผิดพลาดล้มเหลว (กรุณาอ่านข้อความในตอนจบของเล่ม "ศุกร์รัตติกาล") บลา บลา บลา

ซึ่งทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์จะโดนดีเพราะบาปตัวเองอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไป

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาพูดถึงปกฉบับภาษาอังกฤษทั้ง 3 เวอร์ชันกันมั่งดีกว่าครับ

ปกฉบับอเมริกัน โดย สนพ.Scholastic เคยวิเคราะห์ไปแล้วครั้งหนึ่งในเอ็นทรี่นี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังคงยืนยันความคิดของตัวเองเหมือนเดิมว่า กุญแจของวันเสาร์อยู่ในรูปลักษณ์ของร่ม แต่ทำไมถึงมีร่มมากกว่า 1 คันล่ะ หรือว่า...มีของปลอมด้วย?!?

ปกออสซี่ โดย สนพ.Allen and Unwin ตามสไตล์ของปกชุดนี้ บนปกจะมีสิ่งของที่เป็นกุญแจประจำเล่มอยู่เสมอ แล้วมันมีภาพคนถือร่มอยู่ด้วย ก็แปลว่าคงไม่พ้นร่มหรอก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือภาพของอาร์เธอร์ที่ดูเหมือนจะว่ายน้ำอยู่นี่สิ ทำไมต้องว่ายน้ำด้วย หรือว่า...เป็นช่องทางที่อยู่เหนือความคาดหมายของวันเสาร์ที่ช่วยให้อาร์เธอร์เข้าสู่บ้านเบื้องบนได้ เป็นต้นว่า ใช้ทะเลกั้นอาณาเขตเชื่อมต่อไปยังผิวน้ำสักที่ในบ้านเบื้องบน?!?

นอกจากนี้ เมื่อดูปกของ Allen and Unwin เล่มก่อนๆ แล้วมาเทียบกับเล่มนี้ จะเห็นความแตกต่างใหญ่หลวงประการหนึ่ง นั่นคือ ทั้ง 5 เล่มที่ผ่านมา อาร์เธอร์ที่อยู่บนปกจะถือหรือมีกุญแจประจำเล่มไว้ในครอบครองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เล่มนี้กลับต่างออกไป เพราะอาร์เธอร์ว่ายน้ำอยู่ ไม่ได้ถือร่ม (อย่าบอกว่าเป็นเพราะว่ายน้ำอยู่เลยกางร่มไม่ได้ล่ะ) เลยทำให้คิดไปได้ว่า เล่ม 6 อาจจบลงโดยที่อาร์เธอร์ยังไม่สามารถปราบวันเสาร์ลงได้ เพราะ She เก่งกาจมาก เป็นจอมเวทอันดับ 1 ของบ้าน และต้องไปตัดสินกันบนสวนไร้ที่เปรียบในเล่มสุดท้าย หรือไม่ก็ปราบวันเสาร์ได้ แต่กุญแจตกเป็นของคนอื่น เป็นต้นว่า คนเป่าปี่

หรือไม่ คุณภูมิก็ฟุ้งซ่านเป็นตุเป็นตะไปเองอีกแล้ว

ปกอังกฤษ สนพ.HarperCollins อันนี้มาแนวเดียวกับเล่มวันศุกร์ คือเอาสัตว์ที่คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนพินัยกรรมมาขึ้นปก คราวก่อนคือเจ้า The Beast ที่ดูคล้ายมังกรสีเขียว คราวนี้เป็นนกที่ดูท่าจะเป็นอีกาหรือนกดุเหว่า (raven)

ในวัฒนธรรมตะวันตก อีกาถูกมองในแง่ทั้งดีและไม่ดี แง่ไม่ดีคือเป็นสัญลักษณ์ของพวกพ่อมดแม่มด ภูตผีปีศาจ ผีห่าซาตาน คาถาอาคมและไสยเวท (Sorcery) ซึ่งก็คือ field ที่วันเสาร์เลอเลิศเชี่ยวชาญพอดี และในทางคริสตศาสนา อีกายังเป็นตัวแทนของบาปตะกละ (Gluttony) สังเกตได้จากพฤติกรรมของนกตระกูลกาที่ชอบบินลงมารุมจิกกินซากสัตว์กันทีละเป็นฝูง ในภาษาอังกฤษจึงมี adjective เรียกลักษณาการของคนที่ตะกละสุดๆ ว่า "ravenous" อันมีที่จากชื่อนก raven นั่นเอง ส่วนแง่ดีก็คือเป็นตัวแทนของสติปัญญา ดังที่ในเทวตำนานนอร์ส เทพโอดิน (Odin) ซึ่งเป็นประมุขของเทพนอร์ส และยังได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดในหมู่เทพ ก็มีอีกา 2 ตัวเป็นบริวาร ชื่อว่า ฮูจิน (Hugin) และ มูนิน (Munin) ซึ่งวันๆ อีกาสองตัวนี่ก็ไม่ทำอะไรแบบกาๆ ปกติทำกัน แต่มีหน้าที่ไปคาบข่าวสารจากทุกภพภูมิมารายงานโอดิน ทำให้โอดินมักได้รับทราบข่าวสารใหม่สดเร็วกว่าใครเพื่อน

อีกาที่เป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ดูจะเหมาะสมในการเป็นชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นที่ 6 เพราะจะเป็นคู่ตรงข้ามของวันเสาร์เลอเลิศที่ถูกความอิจฉาริษยาครอบงำจนทำอะไรงี่เง่าๆ ไม่ใช่ปัญญาไตร่ตรองให้ดีไปตั้งมาก เช่น พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่เหนือกว่าวันอาทิตย์ ลงทุนลงแรงไปมากมายเพื่อทำลายต้นไม้ที่ค้ำจุนสวนไร้ที่เปรียบ พอคว้าน้ำเหลวก็หาวิธีอื่น แทนที่จะเอาเวลาและทรัพยากรไปทำอย่างอื่นที่สร้างสรรค์กว่า เป็นต้น (อันนี้จะเป็นกรณีเดียวกับในเล่ม 5 ที่พินัยกรรมเป็นตัวแทนของ Temperance หรือความพอประมาณ ความถ่อมตน ความไม่ลุ่มหลงกิเลสตัณหา ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับท่านหญิงวันศุกร์ผู้มากตัณหาราคะที่พยายามทำตัวตามกระแสนิยม)

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นที่ 6 จะเป็นตัวแทนของธรรม Prudence ซึ่งเปรียบได้กับตัวปัญญาในธรรม 7 ประการ เพราะ Prudence นั้นเป็นของเจ้าหมีในเล่มที่ 2 ไปแล้ว ตอนนี้พินัยกรรมปรากฏออกมาแล้ว 5 ชิ้น แทนด้วยธรรมไปแล้ว 5 จาก 7 ประการ เหลืออีกแค่ 2 ประการ คือ ความหวัง (Hope) และความเมตตา (Charity) หรือความรัก (Love) รอให้เจ้านกกาตัวนี้เป็นตัวแทน

โดยส่วนตัว คุณภูมิคิดว่าพินัยกรรมชิ้นที่ 6 น่าจะเป็นตัวแทนของความหวัง ไม่น่าใช่ความรัก ด้วยเหตุผลที่ว่า ความรักหรือความเมตตากรุณาเป็นคุณธรรมชั้นสูงสุด ควบคู่กับบาปอัตตา ซึ่งเป็นบาปประการที่สำคัญที่สุด ด้วยเหตุดังกล่าว เป็นไปได้ว่าพินัยกรรมชิ้นที่ 7 ซึ่งเป็นชิ้นสุดท้ายและอยู่ในความดูแลของลอร์ดวันอาทิตย์จะเป็นตัวแทนของความรัก และอาจจะอยู่ในรูปของนกยูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Pride ในทางคริสตศาสนา นอกจากนี้ เป็นไปได้ว่าลอร์ดวันอาทิตย์จะกักขังชิ้นส่วนสุดท้ายของพินัยกรรมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ จนทำให้พินัยกรรมชิ้นนี้แทบจะไม่มีตัวตนหลงเหลืออยู่ อ้างอิงจากบทที่ 2 ของเล่ม Lady Friday / ศุกร์รัตติกาล:

"That is a mortal invention," said Dame Primus. "It is of no use in the House."
"นั่นเป็นสิ่งสร้างของผู้รู้ตาย" คุณหญิงพรีมัสพูด "ไม่มีประโยชน์ใดในบ้าน"
"What?" asked Arthus.
"หมายถึงอะไรน่ะ" อาเธอร์ถาม
"Love," Dame Primus answered, her lips twisted in distaste.
"ความรัก" คุณหญิงพรีมัสตอบ ริมฝีปากหยัดขึ้นอย่างรังเกียจ

ขนาดชิ้นส่วนพินัยกรรมด้วยกันยังไม่รู้สึกว่ามีอยู่เลย แปลว่าพินัยกรรมชิ้นสุดท้ายคงจะได้มาไม่ได้โดยง่ายแน่ๆ 

อนึ่ง ดูไปดูมา นอกจากคริสตศาสนาแล้ว นายการ์ธ นิกซ์ดูจะชอบหยิบยก elements จากเทวตำนานนอร์สมาใช้ในนวนิยายชุดนี้ของตัวเองเหลือเกิน อย่างเรื่องอีกาที่เป็นสัญลักษณ์เห่งปัญญาก็เรื่องหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเจ้าต้นเดรเซล ซึ่งแค่ดูชื่อ คนที่หลงใหลในตำนานทั้งหลายแบบคุณภูมิก็คงนึกถึงต้นไม้ยักษ์ที่ค้ำจุนจักรวาลในตำนานนอร์ส ซึ่งก็คือต้นอิกดราซิล (Yggdrasil) นั่นเอง

คิดไปคิดมา ตอน ป.โทนี้ ทำวิทยานิพนธ์เรื่องการอ้างอิงถึงเทวตำนาน เทพนิยาย วรรณกรรม และคติความเชื่อ ที่ปรากฏในนวนิยายชุด The Keys to the Kingdom ดีมั้ยเนี่ย เหอๆๆ

สนุกดีแฮะ ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ - -zZz

P.S.

เพิ่งมาสังเกตในวินาทีสุดท้าย

หน้าที่ 2 ถัดจากปกในของ "ศุกร์รัตติกาล"

ตรง Copyright ไม่ใช่ (c) 2007 by Garth Nix

แต่เป็น (c) 2005 by Rick Riordan

Rick Riordan เขียนวรรณกรรมเยาวชนที่มีชื่อเสียงอยู่หนึ่งชุด และเล่มแรกของชุดก็ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกในปี ค.ศ.2005 พอดี คือเรื่อง Percy Jackson and the Lightning Thief

แปลว่า...

เอ็นเธอร์ บุ๊คส์ ได้ลิขสิทธิ์แปลซีรีส์ Percy Jackson and the Olympians มาแล้ว?!?

หมดกัน ความฝันว่าจะแปลชุดนี้ของกรู!!!!!!!

TT_TT



วังน้ำวล
View full profile