2005/Oct/01

ก่อนหน้านี้มา 2 เดือน ผมได้รับคำทำนายจากเพื่อนที่คณะ 2 คนซึ่งทำนายไพ่ให้ 2 แบบ คือ ไพ่ยิปซี และ ไพ่ป๊อก รายละเอียดส่วนใหญ่ตรงกันอย่างหน้าใจหาย (แม้จะต่างกันบ้างในเรื่องของสัญลักษณ์ แต่ก็สามารถเชื่อมโยงกันได้ เช่น Queen of Sword กับ แหม่มโพธิ์ดำ)ผลการทำนายออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่เรื่องที่ชวนให้ผมหนักใจที่สุด ซึ่งไพ่ทั้ง 2 แบบทำนายออกมาตรงกันเป๊ะๆ คือ

ผมจะได้รับข่าวร้ายบางอย่าง...

น่าเสียดายที่รายละเอียดในไพ่ไม่มากพอที่จะบอกกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องร้ายๆ ที่ผมจะได้รับ ผมจึงได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ และไม่ใส่ใจกับมันมากนัก

...และแล้ว ภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผมก็ได้รับข่าวการจากไปของผู้ที่รู้จักถึง2 คนด้วยกัน

อ.สุพัฒน์ ธัญญวิบูลย์อ.ต่อสุข เตรียมชาญชูชัย

ท่านแรกอ.สุพัฒน์ ธัญญวิบูลย์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม ของระดับชั้นมัธยมศึกษา รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รุ่น 120 (ถ้าผมจำไม่ผิด) และ(ถ้าแหล่งข่าวไม่ผิดพลาด) ยังเป็นศิษย์เก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย

อ.สุพัฒน์สอนที่ รร.กรุงเทพคริสเตรียนวิทยาลัยมานานกว่า 20 ปี และทำหน้าที่ของครูได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะในการให้วิชาความรู้ และอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนครูหลายท่านเคยบอกว่า เมื่อครั้ง อ.สุพัฒน์เป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองนั้น ไม่มีนักเรียนคนใดกล้าแม้กระทั่งมาเข้าแถวเคารพธงชาติสายแม้สักคนเดียว เพราะท่านเป็นครูฝ่ายปกครองที่เฮี้ยบที่สุดเท่าที่ รร. เคยมีมาทีเดียว

ส่วนในเรื่องของการสอนแล้ว จะเรียกว่ากลายเป็นคนละคนกันเลยก็ว่าได้ เพราะท่านจะสอนหนังสืออย่างแหกกฎการสอนและเนื้อหาในตำราอย่างสุดๆ และอาจไม่มีใครเลยด้วยซ้ำที่สามารถโยงเนื้อหาวิชาที่สอนให้เข้ากับกิจกรรมสุดพิสดารพันลึกได้อย่างท่านอีกแล้ว ตัวอย่างวิธีการสอนของท่าน เช่น หยิบหน้าการ์ตูนเรื่อง "บ้านพักอลเวง" (ผลงานเดียวกับคนวาด "เนกิมะ") มา 2 - 3 หน้า แล้วนำมาโยงเข้ากับการอภิปรายเรื่องความสัมพันธ์ของคนในสังคม (อันนี้เป็นข้อสอบปลายภาควิชา ส306 ที่ผมเจอตอน ม.3) หรือ จัดสัมมนาในหัวข้อ "สุริโยไท Where are you?" โดยนำประเด็นต่างๆ จากภาพยนตร์เรื่อง "สุริโยไท" มาอภิปรายกันที่ลานสนามเปตอง หน้าตึกสิรินาถ โดยโยงเนื้อหาที่อภิปรายเข้ากับประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา และบางส่วนที่พัฒนามาจนปัจจุบัน

แต่ไม่ว่าจะในภาพพจน์ของครูฝ่ายปกครองจอมเฮี้ยบ หรือครูหมวดสังคมสติเฟื่อง นักเรียนทุกคนต่างก็รักท่านกันทั้งสิ้น เนื่องด้วยในยามปกติ (คือนอกเวลาสอน) ท่านจะเป็นครูที่ใจดี และช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องที่ตัวเองสอนอย่างเต็มที่ ในรุ่นผมนั้น มีข่าวลือด้วยซ้ำว่า มีบางคนที่ตอบคำถามในข้อสอบเขียนของ อ.สุพัฒน์ไม่ครบทุกข้อ มีบางข้อเว้นไว้เพราะทำไม่ทัน แต่กลับได้คะแนนเต็ม?!?

เนื่องด้วยอาจารย์สุพัฒน์เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และชอบคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่นทำให้บางครั้งมีข่าว (ทั้งลือและจริง) ว่าท่านเกิดคลุ้มคลั่ง และถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลบ้าเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่เข้าไปสักพัก ท่านก็กลับเป็นปกติและออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่ากันว่าในโรงพยาบาลที่ท่านเข้าไปบ่อยๆ นั้น อ.สุพัฒน์ได้เป็นเสมือนผู้นำของเหล่าคนไข้ที่นั่นเลยทีเดียว (น่าเสียดายที่ผมไม่เคยกล้าพอที่จะถามท่านว่าจริงหรือไม่ และบัดนี้ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว)

สำหรับคนอื่น อ.สุพัฒน์อาจเป็นทั้งครูจอมโหด ครูสติเฟื่อง หรือกระทั่งคนบ้า แต่สำหรับผม ท่านเป็นครูที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นเสมือนพ่อในทางการศึกษาในสาขาอักษรศาสตร์สำหรับผมเลยก็ว่าได้ ผมรู้จักท่านมาตั้งแต่สมัยขึ้น ม.ต้น ใหม่ๆ และได้เรียนกับท่านก็หลายครั้ง จากการเรียนกับท่าน ทำให้ผมได้รู้จักการทำข้อสอบอัตนัยมากขึ้น ได้รู้จักวิธีการคิดในแง่มุมที่สวนกระแสสังคม (แต่ไม่ออกนอกลู่นอกทาง) และได้รักที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมเพิ่มขึ้น ท่านได้ร่วมแสดงความยินดีกับผมเมื่อครั้งได้รับรางวัลนักเรียนเรียนดีของรุ่น และเมื่อสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้ ซึ่งผมกล่าวได้เลยว่า ท่านมีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จของผมที่ผ่านมาเหล่านั้น

เมื่อต้นเดินกันยายน ปีนี้ ผมเพิ่งได้รับข่าวว่า อ.สุพัฒน์ได้จากไปอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว พอฟังแล้วก็รู้สึกใจหายพอควร เพราะอย่างที่บอกมาแล้วว่า ท่านมีบุญคุณกับผมมาก แต่ผมกลับไม่ได้ไปพบท่านเลยนับตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ที่ป่านมาก็ได้แต่รับส่งข่าวสารกันผ่านทางน้าผมที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษใน รร.เท่านั้น

ในตอนนี้ คาดว่า อ.สุพัฒน์คงอยู่บนสรวงสวรรค์ กำลังนั่งถกประเด็นปัญหาสังคมทั่วโลก หรืออาจเฉพาะที่ภาคใต้ของไทยและที่ประเทศมาเลเซียกับพระเจ้าอยู่ก็เป็นได้

อีกท่านคือ อ.ต่อสุข เตรียมชาญชูชัย อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของระดับชั้นมัธยมศึกษา รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และเป็นศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยรุ่นที่ 144 ซึ่งห่างจากรุ่นผมไม่กี่ปี (ผมรุ่น 151)

สำหรับ อ.ต่อสุข ผมไม่ค่อยได้เรียนกับท่านมากนัก เพราะท่านเพิ่งสอบผ่านเป็นครูเข้ามาได้ไม่กี่ปีนับตั้งแต่ผมเรียนชั้น ม.ปลาย นอกจากนี้ ท่านมักสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับแผนการเรียนวิทย์ - คณิตฯ เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่แผนการเรียนศิลป์คำนวณของผมจะไม่ค่อยได้เรียนกับท่าน

แต่เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสได้เรียนกับท่าน พวกเราก็จะดีใจกันมาก เพราะ อ.ต่อสุข เป็นกันเองกับนักเรียนมากๆ ไม่ถือตัว (ก็เป็นรุ่นพี่แค่ 7 ปีเองนิ) ยินยอมให้นักเรียนพูดจาเล่นหัวกันได้โดยไม่ถือสา แต่ถ้าลามปามเกินก็อาจโดนสวนกลับได้ ส่วนในเรื่องการสอนนั้น ท่านมีความสามารถมากในการคิดวิธีจำสูตรสมการทางคณิตศาสตร์ต่างๆ อาทิ สูตรตรีโกณมิติ สูตร Calculus ฯลฯ ซึ่งจัดได้ว่าซับซ้อนพอควรสำหรับมันสมองน้อยๆ ของเด็กสายศิลป์อย่างพวกเรา ให้เป็นทีจดจำได้ขึ้นใจในเวลาไม่กี่วัน และใช้ได้เรื่อยมาจนมาถึงการสอบ Entrance (แล้วหลังจากนั้นก็ลืมไปหมดสิ้น กู่ไม่กลับอีกเลย เหอๆ)

เท่าที่พบเจอมา โดยเฉพาะครั้งล่าสุดเมื่อตอนไหว้ครูปีนี้ อ.ต่อสุขยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอยู่ และไม่มีแนวโน้มว่าจะป่วยแต่อย่างใด ด้วยความที่ยังเป็นคนหนุ่มไฟแรงอยู่

ทว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนนี้เอง ที่ผมได้ยินจากน้าผมว่า อ.ต่อสุขได้เสียชีวิตจากโรคอะไรสักอย่างไปอีกคน เท่านั้นผมถึงกับใจหาย ด้วยความที่เป็นคนเคยรู้จักกัน เพิ่งเห็นหน้ากันมาหลัดๆ นี้เอง

น้าผมเล่าให้ฟังว่า อ.ต่อสุขป่วยหนักมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว และไม่สามารถมาทำงานตามปกติได้ ฝ่ายครูที่ทำหน้าที่จัดตารางสอนและเวรยามหน้าที่ของครูท่านอื่นๆ ในระดับชั้น ม.2 จึงตัดสินใจมอบหมายงานของ อ.ต่อสุขให้กับครูท่านอื่นแทน

หลังจากนั้นไม่นาน อ.ต่อสุขก็จากไปอย่างสงบ ราวกับว่า หมดห่วง หมดภาระใดๆ ในโลกแล้ว

ผมใช้ชีวิตมาร่วม 19 ปีนี้ ยังไม่เคยได้รับข่าวการจากไปของคนที่เคยพบหน้ากันอยู่ทุกวันถึง 2 คนในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ แม้หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะไม่ค่อยได้พบเจอกันก็ตาม แต่ก็เหมือนกับว่ายังมีความผูกพันกันอยู่ เป็นความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ที่ยากจะอธิบายได้ด้วยนิยามใดๆ

ในงานศพของครูทั้ง 2 ท่าน เพื่อนๆ รุ่นพี่ และรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าได้ไปร่วมงานกันมากมาย แต่ผมก็ไม่สามารถหาเวลาไปได้สักที และยังไม่ทราบด้วยว่าจะมีโอกาสไปเคารพศพเมื่อใด ตอนนี้จึงได้แต่กล่าวเพียงว่า

"ขอบคุณครับ และลาก่อน ขอให้พักผ่อนอย่างสงบนะครับ"

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เศร้าพอควรครับ สมัยเรียน ม.ปลาย ผมเจอหน้าครูทั้ง 2 คนแทบทุกวัน พอมารู้ข่าวว่าเสียแล้วทั้งคู่ก็รู้สึกใจหายเลยล่ะ

เอ้อ หน้านี้อาจจะโหลดช้านิดนึงนะครับ เผอิญลองหาใบไม้ร่วงมาใส่ดู อิๆ
ถ้าคุณเข้ามาที่หน้านี้เป็นที่แรก อย่าลืมกลับไปอ่านหน้านี้ด้วยนะครับ:
http://povolam.exteen.com/20050930/entry
เผอิญบันทึกไว้ในเวลาใกล้เคียงกัน เลยกลัวเดี๋ยวคนที่เข้ามาไม่ทันจะพลาด ไม่ได้อ่านหัวข้อที่แล้ว เหอๆ
ขออาลัยอย่างสุดซึ้งค่ะ

จากไป แต่ยังอยู่ในใจเราเสมอ

พี่เราก็จบสถาบันเดียวกับคุณเลย

แต่คงเป็นรุ่นพี่หลายปี


ปล.บอกแล้ว..สมหวังมั๊ยคะ
#2  by  @ I'm a Box @ At 2005-10-02 01:27, 
เอ่อ...อันนี้ยังบอกแน่นอนไม่ได้ครับ
ผลไม้จะอร่อยก็ต้องรอให้สุกก่อน
เหล้าจะอร่อยก็ต้องรอหมักให้ได้ที่ก่อน
มันก็เหมือนกันมั้งครับ
ขอให้ท่านทั้งสอง มีความสุขในภพหน้านะ

สู้ๆนะเว้ย
#4  by  M@E- -M3ow (61.91.92.144) At 2005-10-02 16:45, 
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
เมื่อเร็วๆนี้ก็มีอาจารย์ที่โรงเรียนเก่าเสียไปเหมือนกัน
เป็นอาจารย์ท่านที่สอนอยู่โรงเรียนเรามาตั้งแต่รุ่น 1 เลย
(โรงเรียนเราเพิ่งตั้งไม่นานมาก 20 กว่าปี)
ก็เศร้าเหมือนกัน
#5  by  LittleCancer At 2005-10-02 17:16, 
ขอแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยมา ณ ที่นี้ด้วย
#6  by  กะเทยแปลงเพศ (58.10.50.216) At 2005-10-02 22:34, 
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ
#7  by  ต้นส้มค่ะ (203.113.56.9) At 2006-09-24 09:14, 
อาลัยอย่างสุดซึ้ง จากรุ่น150
#16  by  เต้ (112.142.95.85) At 2009-10-31 17:14, 

<< Home


วังน้ำวล
View full profile