[คลิกที่ภาพปกแต่ละภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]
อีกประมาณ 3 สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดเวลาวางจำหน่ายหนังสือเล่มที่ห้าในชุด The Keys to the Kingdom (ฉบับแปลภาษาไทยโดย สนพ.แจ่มใส ใช้ชื่อว่า "อาณาจักรแห่งกาลเวลา")ของ การ์ธ นิกซ์ (Garth Nix) นักเขียนชาวออสเตรเลียนแล้ว (ข่าวล่ามาแรงว่าฉบับภาษาอังกฤษออกวางจำหน่ายวันที่ 7 มี.ค.)
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านหรือแม้แต่รู้จักวรรณกรรมเยาวชนชุดดังกล่าวมาก่อน สามารถรับทราบรายละเอียดคร่าวๆ ได้ที่เว็บล็อกหน้านี้ครับ
หนังสือในชุดดังกล่าวที่ออกมาแล้วสี่เล่มจะมีชื่อตามตัวละครฝ่ายปฏิปักษ์ (Antagonist) ที่มีบทบาทเด่นในเล่มนั้นๆ ซึ่งก็คือเหล่าคณะผู้ดูแลที่มีชื่อตามวันทั้งเจ็ดวันในสัปดาห์ อันเป็นการบอกใบ้ว่าหนังสือในชุดนี้จะมีทั้งหมดเจ็ดเล่มด้วยกัน (เว้นแต่คนเขียนจะนึกพิเรนทร์ ใส่วันแปลกๆ ลงไปทีหลัง)
เล่มที่ 5 ที่กำลังจะวางแผงนี้มีชื่อว่า "Lady Friday"
Lady Friday หรือชื่อภาษาไทย (จากในเล่ม 4 "พฤหัสเจ้าศาสตรา") คือ "ท่านหญิงวันศุกร์" เป็นผู้ดูแลคนต่อไปที่อาร์เธอร์ เพนฮาลิกอน และ คปค. เอ๊ย! คณะผู้บริหารแห่งบ้านเบื้องล่าง (นำโดยคุณหญิงพรีมัส ร่างจำแลงของชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นที่หนึ่งถึงสาม) ต้องเข้าตบตีเพื่อแย่งชิงสิทธิ์เหนือกุญแจดอกที่ห้า และพื้นที่ที่วันศุกร์ปกครองอยู่ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยึดอำนาจกลับคืนมาสู่ทายาทอันชอบธรรมของบ้าน ซึ่งก็คืออาร์เธอร์นั่นเอง (ตอนนี้ดูเหมือนจะทำใจยอมรับความรับผิดชอบในฐานะทายาทผู้ทรงสิทธิ์ของตัวเองได้แล้ว)
ท่านหญิงวันศุกร์เป็นผู้ดูแลเพียงคนเดียวที่ผู้อ่านอย่างเราๆ ไม่เคยได้เห็นชื่อเต็ม (คือชื่อพร้อมยศศักดิ์นำหน้า) มาก่อน รวมถึงไม่มีเบาะแสให้คาดเดาเพศสภาพได้ด้วยเพิ่งมาปรากฏในบทส่งท้ายของเล่ม 4 ว่าเป็น "ท่านหญิง" นี่เอง (อย่างไรก็ดี ผู้อ่านบางคนก็รู้ชื่อของผู้ดูแลคนนี้มาล่วงหน้าแล้วจากบทสัมภาษณ์ของนิกซ์ในเว็บไซต์เว็บหนึ่ง และจากนั้นก็มีคนมาเพิ่มข้อมูลดังกล่าวลงใน Wikipedia ด้วย)
หลังจากได้อ่านอาณาจักรแห่งกาลเวลามาแล้วสี่เล่ม ผมแอบคิดว่าความสนุกประการหนึ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือ การคิดฝันจินตนาการว่าตัวร้ายแต่ละตัว (หรือคณะผู้ดูแลที่ยังไม่ปรากฏ) กุญแจที่พวกเขาเหล่านั้นถือครองอยู่ ดินแดนส่วนอื่นๆ ของบ้าน รวมไปถึงรูปลักษณ์ในปัจจุบันของชิ้นส่วนพินัยกรรมที่เหลือจะมีลักษณะเป็นเช่นไร โดยเฉพาะในส่วนของตัวผู้ดูแลนั้นก็ชวนให้ถกเถียงกันได้ว่าจะเป็นตัวแทนของบาปประการใดในบาปหนักทั้งเจ็ดประการของคริสตศาสนา (และพินัยกรรมชิ้นต่อไปจะเป็นตัวแทนของคุณธรรมข้อใดเช่นกัน)
ถึงแม้เล่ม 5 "Lady Friday" จะยังไม่วางจำหน่าย แต่ผมก็คิดว่าเราน่าจะมีเบาะแสเพียงพอในการ 'คาดเดา' สิ่งต่างๆ ที่จะปรากฏในเล่มนี้ โดยอาศัยข้อมูลจากหนังสือสี่เล่มก่อนหน้า ทั้งที่ผู้เขียนจงใจทิ้งเอาไว้ และที่ผู้อ่านสามารถคาดเดาได้เองถ้าสังเกตและคิดไตร่ตรองดีๆ
บาปของท่านหญิงวันศุกร์
เมื่อตัดชื่อบาปสี่ประการที่ปรากฏในเล่ม 1 - 4 ทิ้งไปแล้ว (วันจันทร์ - บาปเกียจคร้าน (Sloth) วันอังคาร - บาปละโมบ(Avarice/Greed) วันพุธ - บาปตะกละ (Gluttony) วันพฤหัสบดี - บาปโทสะ (Anger/Wrath) ก็จะเหลือเพียงสามประการ ได้แก่ บาปราคะ (Lust) บาปริษยา (Envy) และบาปอัตตา (Vanity/Pride) ซึ่งแน่นอนว่าผู้ดูแลที่เหลือ คือ ท่านหญิงวันศุกร์ วันเสาร์เลอเลิศ และ ลอร์ดวันอาทิตย์ ต้องโดนสาปให้ตกอยู่ใต้อำนาจบาปทั้งสามประการนี้คนละประการ
บาปอัตตา (Pride) ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะอ่านมาจนจบเล่ม 4 แล้ว ผู้อ่านแทบทุกคนคงจับคู่บาปประการนี้กับวันเสาร์เลอเลิศได้แน่นอน มีหลักฐานตำตาปรากฏให้เห็นในจดหมายที่ส่งมาให้อาร์เธอร์ที่ค่ายทหารในวงกตยิ่งใหญ่ She ลงชื่อตัวเองไว้ด้วยความภาคภูมิใจว่า
วันเสาร์ พลเมืองที่เลอเลิศที่สุดในบ้านเบื้องบน (พฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 153)
เขายอมรับตัวเองอย่างนี้แล้วจะเห็นเป็นอื่นได้อย่างไรไหว ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อของผู้ดูแลคนนี้ยังบ่งบอกตัวตนเสียเต็มที่ ลองดูสิครับ "วันเสาร์เลอเลิศ" หรือภาษาอังกฤษก็ว่า "Superior Saturday" ไม่ว่าจะใช้คำไหน ทั้ง "เลอเลิศ" และ "Superior" ก็แสดงเจตนาของ She ที่มองตัวเองเลิศเลอเพอร์เฟกต์ที่สุด และมองคนอื่น Inferior กว่าตัวเองทั้งสิ้น เหล่านี้คือคุณสมบัติของบาปประการแรกและประการที่ร้ายแรงที่สุด "Pride"
อย่างไรก็ดี มีผู้แย้งหลักฐานข้างบนว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเมื่อพิจารณาลำดับความร้ายแรงของบาปแต่ละประการแล้ว บาปอัตตาอยู่ในอันดับแรก รองลงมาคือบาปริษยา และผู้ดูแลที่มีศักดิ์สูงสุดก็คือ ลอร์ดวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็น "หัวหน้าใหญ่" น่าจะเหมาะสมกับบาปที่ร้ายแรงที่สุดนี้ ส่วนวันเสาร์ซึ่งเป็นหมายเลข 2 น่าจะเป็นตัวแทนของบาปริษยาแทน (บางคนบอกว่าการที่วันเสาร์พยายามยกตัวเองเหนือคนอื่นก็เป็นผลมาจากความหวาดระแวงว่าตนจะด้อยกว่าคนอื่น ซึ่งเข้าข่ายบาปริษยา) ผมก็ไม่ขอโต้แย้งอันใด เพราะเข้าใจว่าคนเรามีความคิดเห็นต่างกันไปได้ เพียงแต่ผมก็ยังมีความเห็นตรงกับผู้อ่านส่วนใหญ่ และสามารถหาข้อโต้แย้งมาพิสูจน์ได้เช่นกัน ถ้าใครอ่านเล่ม 3 แล้วคงจำได้ว่าย่ำรุ่งของวันพุธเล่าให้อาร์เธอร์ฟังว่า
"วันเสาร์เลอเลิศเป็นคนดูแลกิจการงานประจำวัน ส่วนลอร์ดวันอาทิตย์จะเป็นคนคอยใคร่ครวญหรือตรึกตรองถึงสิ่งที่สูงส่งกว่านั้น อันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ต่ำต้อยกว่าพึงรู้" (พุธเพชฌฆาต หน้า 150)
อีกทั้งในเล่ม 4 ร้อยโทผู้รักษาประตูก็บ่นเอาไว้ว่า
"...ฉันปิดประตูในบ้านไปหลายบานแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์มากนักถ้าวันเสาร์สั่งให้เปิดออกอีกครั้ง แล้ววันอาทิตย์ก็ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้..." (พฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 177)
แสดงให้เห็นว่าวันอาทิตย์มีอำนาจสูงสุดแต่ในนาม ส่วนวันเสาร์เป็นเจ้าแม่ตัวจริง She อาจจะอยู่ใต้คนคนเดียว แต่ก็ยังอยู่เหนือพลเมืองแห่งบ้านที่เหลือทั้งหมดซึ่งก็เป็นสิ่งที่คนที่กระหายอำนาจปรารถนากันนักแล
ที่สำคัญ ถึงบาปอัตตาจะร้ายแรงที่สุด ก็มิได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นอันดับหลังสุดเสมอไป ดูอย่างเรื่องนาร์เนียสิครับ ในแต่ละเล่มของหนังสือชุดนาร์เนียจะมีเหตุการณ์ที่บ่งบอกถึงการกระทำบาปหนักเจ็ดประการไว้เล่มละประการ การกระทำบาปอัตตาจะอยู่ในเล่ม 5 "อาชากับเด็กชาย" (The Horse and His Boy) ส่วนบาปในเล่มสุดท้าย "อวสานการยุทธ์" (The Last Battle) กลับเป็นบาปริษยาแทน
เอาเป็นว่า ในตอนนี้ก็เหลือเพียงบาปราคะและบาปริษยา กับผู้ดูแลอีกสองคนคือ ท่านหญิงวันศุกร์กับลอร์ดวันอาทิตย์
สำหรับลอร์ดวันอาทิตย์ ข้อมูลที่ยืนยันได้แน่นอนประการหนึ่งคือกุญแจดอกที่เจ็ดที่อยู่ในความดูแลของเขา
"กุญแจดอกที่สามมีอำนาจเต็มที่ในทะเลกั้นอาณาเขต ดอกที่สองบนผืนดินไกล และดอกแรกในบ้านเบื้องล่าง" ด็อกเตอร์สคาแมนดรอสอธิบาย"ทุกดอกใช้ได้ในอาณาจักรชั้นที่สอง ซึ่งจะมีพลังอำนาจเท่ากัน แต่ข้าเชื่อว่าเว้นแต่ดอกที่เจ็ด ซึ่งสุดยอด..." (พฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 56)
กุญแจดอกที่เขาถือครองอยู่นั้นเป็นดอกเดียวที่สามารถสำแดงอานุภาพได้เต็มที่แม้จะอยู่นอกอาณาเขตที่ผู้ครอบครองกุญแจปกครอง ตรงจุดนี้ชวนให้ผมนึกถึงตัวละครตัวหนึ่งในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง Fullmetal Alchemist ที่เป็น "โฮมุนคูลุส" (Homunculus) หรือมนุษย์เทียมที่ชื่อ "เอ็นวี่" (Envy) อันถูกสร้างมาจากความอิจฉาริษยา เอ็นวี่มีความสามารถพิเศษในการแปลงร่างเลียนแบบคนหรือสัตว์ใดๆ ที่ตัวเองเคยเห็นมาแล้วได้อย่างแนบเนียน ซึ่งมีที่มาจากความรังเกียจรูปร่างแท้จริงของตัวเองที่สุดจะอัปลักษณ์ ทำให้อิจฉาผู้อื่นที่มีรูปร่างที่ 'ดูดี' กว่าและเลียนแบบรูปร่างคนอื่นแทน ในกรณีเดียวกัน กุญแจดอกที่เจ็ดซึ่งทรงอำนาจเหนือดินแดนทั้งหมดในบ้านก็อาจเป็นผลกระทบจากความอิจฉาริษยา ส่งผลให้สามารถลอกเลียนพลังของกุญแจดอกอื่นได้เหมือนอย่างไร้ที่ติก็เป็นได้ (ขอเสริมเล็กน้อยว่า ผมคิดว่าเรื่องอาณาจักรแห่งกาลเวลานี้สร้างตัวละครขึ้นมาเป็นตัวแทนของบาปเจ็ดประการได้ดีและแนบเนียนกว่า FMA เพราะ FMA บอกไปตรงๆ เลยว่าตัวละครตัวนี้ตัวนู้นเป็นตัวแทนของบาปประการใดผ่านทางชื่อของมัน ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านลองสังเกตจากบริบทรอบตัว เช่น พฤติกรรม ลักษณะ คำพูด ฯลฯ นับว่าค่อนข้าง "เฉิ่ม" ทีเดียว (ความคิดเห็นส่วนตัว))
ส่วนท่านหญิงวันศุกร์ที่กำลังจะได้ฤกษ์ออกโรงนั้น เราได้รับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเธอเป็นครั้งแรกในท้ายเล่ม 4 เมื่อนางพยาบาลบอกลีฟ เพื่อนอาร์เธอร์ ว่า
"วันนี้วันอะไรงั้นหรือ วันศุกร์จ้ะที่รัก เช้าวันศุกร์ อ้อ ในที่สุดก็มีหมอมา หล่อนคงอยากตรวจเธอให้แน่ใจ ที่ตลกก็คือหล่อนก็ชื่อวันศุกร์เหมือนกัน และทำงานเฉพาะวันศุกร์ด้วย! คุณหมอวันศุกร์ คิดดูสิ! ที่หอผู้ป่วยเราเรียกหล่อนว่าท่านหญิงวันศุกร์ เพราะหล่อนช่าง...ช่างสวยและสง่างาม..." (พฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 258)
ท่านหญิงวันศุกร์รับจ๊อบพิเศษในอาณาจักรชั้นที่สองเป็นหมอในโลกมนุษย์ โดยรู้จักกันในชื่อ "คุณหมอวันศุกร์" (Doctor Friday) เท่านั้นยังไม่พอ เรายังได้รู้กันว่า She ช่างสวยงามและสง่าปานนางงามจักรวาล อ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้อง "นางงามประจำบ้าน" เพราะจักรวาลเป็นเพียงแค่อาณาจักรชั้นที่สองของบ้านเท่านั้น
จะว่าไป เทวตำนานที่เกี่ยวข้องกับวันศุกร์ก็มักจะเกี่ยวโยงกับเรื่องความสวยงามและความรักใคร่ อาทิ เทพีวีนัส (Venus) ในเทวตำนานโรมัน หรือชื่อกรีกว่า แอโฟรไดที (Aphrodite)เป็นเทพีที่กล่าวกันว่าโฉมงามที่สุดในสามภพ งามเหนือ Mortals และ Immortals ทั้งมวล (ซึ่งไม่รู้ว่า She งามสมคำร่ำลือจริงหรือเปล่า แต่การตัดสินจากชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดในโลกอย่างเจ้าชายปารีสแห่งกรุงทรอยก็ถือเป็นที่สุด และเป็นชนวนแห่งสงครามที่ทำให้กรุงทรอยล่มสลายลงราบเป็นหน้ากลองในภายหลัง) และยังเป็นผู้ที่มนุษย์บูชาเพื่อขอให้สมปรารถนาในความรัก (ซึ่งเธอก็จะมอบหมายให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน คือ คิวปิด กามเทพหนุ่ม จัดการแผลงศรรักปักอกเสีย) ซึ่งดาวศุกร์อันเป็นดาวเคราะห์ที่มองจากโลกแล้วดูเป็นประกายสวยงามที่สุดก็ได้รับการตั้งชื่อตามเทพกัญญาวีนัสนี้ ส่วนในเทวตำนานชาวนอร์สก็มีเทพีเฟรยา (Freyja)ซึ่งนอกจากจะงดงามหาใดเปรียบแล้วยังเก่งกาจในการรบอีกด้วย (แถมยังมีนิสัยคลั่งของน่ารักๆ มีราชรถเทียมด้วยแมวอีก เง้อ~) คำว่า Friday อันหมายถึงวันศุกร์ในภาษาอังกฤษก็มีที่มาจากชื่อของเฟรยานี้เอง
ความงดงาม ไม่ว่าจะมาจากสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีก็ตามล้วนแต่สามารถหลอกล่อและยั่วยวนใจผู้ที่ได้พบให้ลุ่มหลงและตกเป็นทาสได้ และการหมกมุ่นอยู่กับภาพลักษณ์อันสวยงามนั้นจนไม่เป็นอันทำการทำงานอื่นใดก็จัดเป็นบาปประการหนึ่ง ประการที่เรียกว่า บาปราคะ (Lust)
Lust ตามความหมายโดยทั่วไปหมายถึง ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะครอบครองสิ่งที่ทำให้เราลุ่มหลง หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "กระหาย" นั่นเอง เช่น Lust for blood "กระหายเลือด" Lust for power "กระหายอำนาจ" และยังหมายรวมไปถึง "ความใคร่" อันเป็น แรงปรารถนาที่จะเติมเต็มความต้องการทางเพศ (Sexual Desire)
อนึ่ง นอกจากเรื่องเกี่ยวกับเพศแล้ว ศาสนจักรในปัจจุบันยังกำหนดให้บาปราคะหมายรวมไปถึงการลุ่มหลงไปกับความงามของวัตถุ อันเป็นความงามแต่เปลือกนอก โดยไม่สนใจใยดีต่อความงามที่อยู่ภายใน คือจิตใจที่ดีงาม กล่าวง่ายๆ ก็คือ บาปข้อนี้มีไว้ดักคอใครก็ตามที่ชื่นชอบวิถีชีวิตหรูหรา ประดับประดาให้งดงามจนเกินงาม ฉะนั้นพวกชะนีที่วันๆ เอาแต่แต่งหน้าหนาเป็นนางเจเซอเบล หิ้วกระเป๋าหลุยส์ติงต๊อง เดินช้อปปิ้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมกับเครื่องประดับเพชรพลอย พร้อมทั้งจ้องจะจับผู้ชายไปวันๆ ก็ระวังจะตกนรกให้ดี
บาปประการนี้เรียกได้ว่าเป็นอริกับบาปละโมบ เพราะคนโลภมักจะมีนิสัยขี้งกแถมมาด้วย คนพวกนี้จะสนใจหาเงินให้มาก และหาเรื่องใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่คนที่ชอบความหรูหราก็จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อให้ได้ของที่งดงามมาไว้กับตัว ถ้าจะให้เปรียบง่ายๆ ก็คงเหมือนพวกเศรษฐีเก่ากับเศรษฐีใหม่ พวกเศรษฐีเก่านี่คือผู้ดีมีสกุล เกิดมาพร้อมกับช้อนเงินช้อนทองอยู่แล้ว รวยมาตั้งแต่เกิด จึงไม่ค่อยเห็นค่าของเงิน ในขณะที่เศรษฐีใหม่มักจะสร้างความร่ำรวยจากน้ำพักน้ำแรงของตนบางคนเรียกว่าเริ่มจากเสื่อผืนหมอนใบเลยก็ได้ จึงเห็นค่าของเงินมากถึงมากเกินไป
อังคารเคร่ง (Grim Tuesday) ซึ่งเป็นตัวแทนของบาปละโมบนั้นเคยแสดงความเกลียดชังต่อท่านหญิงวันศุกร์ออกมาอย่างเห็นได้ชัดในบทแรกของเล่ม 2 เขาเอ่ยถึงวันศุกร์ว่า "วันศุกร์หน้าโง่" ("...that fool Friday...") ถ้าคิดเปรีบเทียบกับข้อเท็จจริงจากย่อหน้าข้างบนก็คงสันนิษฐานได้ว่า ท่านหญิงวันศุกร์มีนิสัยชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ชอบเอาเงินส่วนกลางของบ้านมาปรนเปรอความพอใจของตัวเอง จนคนขี้เหนียวอย่างอังคารเคร่ง (ซึ่งอาจได้รับมอบหมายให้ดูแลเงินคงคลังของบ้าน) ไม่พอใจ
ในบทนำของ Lady Friday ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ของ การ์ธ นิกซ์ ดาวน์โหลดมาอ่านได้นั้นได้บรรยายสภาพเครื่องแต่งกายของท่านหญิงวันศุกร์ผู้เลอโฉมเอาไว้ บรรยายไว้ว่าอย่างไรเอาไว้ผมจะแปลทั้งบทมาให้อ่านภายหลัง เอาเป็นว่าโคตรหรูหรา ถ้าใครแต่งชุดแบบ She เดินกรุยกรายแถวสยามฯ คงโดนตีหัวแตกด้วยความหมั่นไส้ไปแล้ว แต่นั่นก็ทำให้แน่ใจได้มากยิ่งขึ้นว่า หล่อนคือบาปแห่งราคะและตัณหา
กุญแจดอกที่ห้า
จากหน้าปกฉบับประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งผมเคยสันนิษฐานไว้ในเว็บล็อกที่แล้วว่าน่าจะเป็นลูกแก้ว จริงๆ แล้วมันเป็นกระจกนะครับ คงจะเป็นกระจกกลมๆ เล็กๆ แบบที่สุภาพสตรีพกเอาไว้ผัดแป้งแต่งหน้ากระมัง ส่วน Effect หรือพลังพิเศษของมันนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่จากในบทนำ ดูเหมือนว่ามันสามารถดูดพลังชีวิตหรือความอ่อนเยาว์ของมนุษย์ได้ อาจเป็นไปได้ว่าท่านหญิงวันศุกร์ขโมยความหนุ่มสาวจากมนุษย์ที่เธอลักพาตัวมาจากอาณาจักรชั้นที่สองเพื่อเอามาทำให้เธอมีความงามหยดเป็นนิรันดร์ (แบบเดียวกับในการ์ตูนเรื่อง ไยบะ (Yaiba) ที่เจ้าหญิงคางูยะแห่งดวงจันทร์ดูด "เอกิส" จากหญิงสาวแรกรุ่น (ทำให้แก่หงำเหงือก) เพื่อทำให้ตัวเองเป็นสาวสวยอยู่เสมอ) เป็น Prop เสริมข้อสันนิษฐานที่ว่าวันศุกร์โดนบาปราคะครอบงำอยู่อีกชิ้นหนึ่ง
อาณาเขตใต้ความปกครองของท่านหญิงวันศุกร์
ในบรรดาดินแดนทั้งเจ็ดแห่งของบ้าน สี่ในเจ็ดแห่งได้รับการเปิดเผยแล้วว่าใครเป็นผู้ดูแล บ้านเบื้องล่าง ผืนดินไกล ทะเลกั้นอาณาเขต และวงกตยิ่งใหญ่(เคย) เป็นของ คุณวันจันทร์ อังคารเคร่ง วันพุธจมตาย และเซอร์พฤหัสบดี ตามลำดับ ที่เหลืออีกสามแห่งได้แก่ สวนไร้ที่เปรียบ บ้านเบื้องกลาง และบ้านเบื้องบน
ในจดหมายที่วันเสาร์เขียนถึงอาร์เธอร์ เธอบอกไว้เสร็จสรรพว่าเธอ "เลอเลิศที่สุดในบ้านเบื้องบน" ฉะนั้นตัดไปได้หนึ่งคู่
เหลือบ้านเบื้องกลางกับสวนไร้ที่เปรียบ
ซึ่งก็ไม่น่าจะคิดอะไรให้มากความ ถ้าเรียงตามลำดับความสำคัญ (ที่ปรากฏในชื่อ) บ้านเบื้องกลางย่อมมีศักดิ์เป็นรองบ้านเบื้องบน และพลเมืองที่สำคัญที่สุดในบ้านอย่างลอร์ดวันอาทิตย์คงไม่มาอยู่ในดินแดนที่ตกเป็นรองใครแน่นอน ฉะนั้นท่านหญิงวันศุกร์จึงน่าจะได้บ้านเบื้องกลางไปครอง
ใน Wikipedia บอกไว้ว่า ลอร์ดวันอาทิตย์เป็น "the King of the Incomparable Garden" ราชันย์แห่งสวนไร้ที่เปรียบ อืม...ตรงตามที่สันนิษฐานไว้ แต่ผมไม่ขอสนับสนุนให้ปักใจเชื่อ Wikipedia 100% นะครับ คุณๆ คงรู้กันดีว่าห้องสมุดโลกห้องนี้เข้าถึงได้ง่ายเพียงใด แถมใครๆ ก็มีสิทธิ์แก้ไขข้อมูลได้ตามใจชอบ เป็นตาสีตาสาที่ไหน ขอแค่ใช้คอมฯ เป็น ก็เพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลใน Wikipedia ได้ (ผมยังเคยทำเลย เหอๆๆ)
ชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นที่ห้า
เป็นสิ่งเดียวที่ผมจนปัญญาจะสันนิษฐานได้ เพราะจากเล่มที่ผ่านๆ มา พินัยกรรมแต่ละชิ้นไม่ได้มีความเกี่ยวโยงอันใดกับผู้ดูแลที่เก็บซ่อนพวกมันอยู่เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ผู้อ่าน (ถ้ามีประสบการณ์และความรู้มากพอ) จะสามารถบอกได้ว่า ชิ้นส่วนพินัยกรรมเป็นตัวแทนของคุณธรรมเจ็ดประการแห่งคริสตศาสนา (ควบคู่กับคณะผู้ดูแลที่เป็นตัวแทนของบาปเจ็ดประการ) แต่ที่น่าขันคือ พวกมัน (ก่อนที่จะไปรวมร่างกับคุณหญิงพรีมัสในภายหลัง) ล้วนมีรูปลักษณ์เป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของบาปประการใดประการหนึ่งทั้งสิ้น ชิ้นแรก (กบ) เป็นสัญลักษณ์ของความโลภ ชิ้นที่สอง (หมี) แทนความโกรธ ชิ้นที่สาม (ปลา) แทนความเกียจคร้าน และชิ้นที่สี่ (งู) แทนความอิจฉา ซึ่งก็ไม่ตรงกับบาปที่ครอบงำผู้ดูแลที่เก็บซ่อนมันแต่อย่างใด
มีใครสักคนบอกไว้ว่าไอ้ตัวที่อยู่บนปกฉบับอังกฤษตัวนี้
น่าจะเป็นชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นที่ห้า โดยตัวมันอยู่ในร่างมังกร ข้อนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะ
1) มันดูเหมือนหมามีปีกมากกว่ามังกร
2) มังกรเป็นสัญลักษณ์แห่งความโลภอีกประการนอกเหนือจากกบ และถ้าเรามีชิ้นส่วนพินัยกรรมชิ้นแรกเป็นกบแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมา "ซ้ำ" กับของเดิม เว้นแต่จะใช้มังกรเป็นสัญลักษณ์แทนบาปประการอื่น (ซึ่งผมว่าไม่น่าเป็นไปได้อยู่ดี)
เรื่องย่อของเล่ม 5 Lady Friday (แปลจากเรื่องย่อฉบับภาษาอังกฤษ)
ผู้ดูแลสี่คนจากทั้งหมดเจ็ดคนถูกปราบและยึดกุญแจมาได้ แต่สำหรับอาร์เธอร์ ดูเหมือนทั้งสัปดาห์จะยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ซูซี่ ฟ้า กับ เฟรด ทองเลขนำ ถูกคนเป่าปี่จับตัวไว้ และกองทัพนิทลิ่งใหม่ของเขาก็ยังเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของวงกตยิ่งใหญ่อยู่ วันเสาร์เลอเลิศก่อความวุ่นวายไปทั่ว รวมทั้งสั่งระงับการใช้งานลิฟต์ทุกตัวในบ้านและปิดประตูใหญ่
อาร์เธอร์ไม่สามารถแม้แต่จะสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้าน เท่าที่รู้คือลีฟไม่ได้อยู่บนโลกอีกแล้ว เธอหายไปพร้อมกับคนอีกหลายร้อยคนที่โดนย้ายจากโรงพยาบาลทั่วไปไปยังสถาบันเอกชนที่ดำเนินงานโดย "คุณหมอวันศุกร์" พวกคนไข้ถูกพาตัวจากที่นั่นไปยังสถานที่อื่นภายในอาณาจักรชั้นที่สองเพื่อวัตถุประสงค์น่าสะพรึงกลัวของท่านหญิงวันศุกร์
ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ แม่ของอาร์เธอร์ก็หายตัวไปเช่นกัน ส่วนเขาเองก็ต้องชั่งใจต่อข้อเสนอของท่านหญิงวันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งกับดักล่อลวงทายาทผู้ทรงสิทธิ์เช่นเขา หรือเป็นโอกาสทองที่ต้องรีบคว้าเอาไว้ ก่อนที่วันเสาร์เลอเลิศหรือคนเป่าปี่จะแย่งชิงไปเสียก่อน
ตอนนี้ผมอ่านบทนำของ Lady Friday จบแล้ว ไว้เดี๋ยวจะแปลลงเว็บล็อกในโอกาสต่อไปนะครับ
.ได้ใจ
