***ใครที่ตามเข้ามาอ่านเพราะคิดว่าจะได้เจอรีวิวหรือวิจารณ์ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือเรื่องนี้ เชิญตามไปอ่านที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ*** povolam.exteen.com/20100402/percy-jackson-and-the-lightning-thief 

 

คุณจะทำอย่างไร เมื่อพบว่าเหล่าเทพเจ้าในวรรณคดีคลาสสิกมีตัวตนอยู่จริง แถมยังสนุกสุดเหวี่ยงกับโลกในยุคปัจจุบัน

คุณจะทำอย่างไร เมื่อพบว่าอสุรกายน่าเกลียดน่ากลัวที่เชื่อกันว่ามีแต่ในนิยายตามไล่ล่าคุณอยู่ทุกวี่ทุกวัน

แล้วคุณจะทำอย่างไร เมื่อพบว่าเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจที่สุดองค์หนึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของคุณ

ในเทอมนี้ ผมได้เรียนวิชาภาคบังคับตัวหนึ่งชื่อ "Mythological Background to English Literature" (เรียกกันสั้นๆ ว่า "มิดโต") ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า "วิชาภูมิหลังทางเทวตำนานในวรรณคดีภาษาอังกฤษ" ศึกษาเกี่ยวกับเทวตำนานตะวันตกหลักๆ อาทิ กรีก โรมัน นอร์ส เคลติก (หลักสูตรเทอมนี้ไม่มีตัวหลังสุดนี้) รวมถึง เนื้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งภาคพันธสัญญาเก่าและใหม่ และดูว่ามีการนำเทวตำนานเหล่านี้ไปใช้ในวรรณคดียุคต่างๆ รวมทั้งวรรณกรรมร่วมสมัยอย่างไรบ้าง

ครูผู้สอนสรุปจุดประสงค์ในการเรียนวิชานี้ให้เข้าใจได้โดยง่ายว่า เพื่อไว้โชว์ภูมิเวลาไปดูหนังกับแฟน คือเวลาในหนังเขากล่าวถึงอะไรๆ ที่มีที่มาจากเทวตำนานหรือไบเบิ้ล เราจะได้เป็นคนแรกที่เข้าใจและสามารถอธิบายให้คนรอบข้างที่อาจจะงงๆ กับเนื้อเรื่องของหนัง จะได้ไม่ต้องนั่งเอ๋อและคอยจ้องก้นแบรด พิทท์ อย่างเดียวเวลาดูภาพยนตร์เรื่อง ทรอย (Troy)

เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของเนื้อหาในวรรณกรรมร่วมสมัยและเพื่อให้เข้าใจความสำคัญของรายวิชามากขึ้น อาจารย์ท่านจึงได้ให้หนังสืออ่านนอกเวลามา 2 ชุดด้วยกัน ชุดหนึ่งสำหรับภาคเทวตำนานกรีก อีกชุดสำหรับไบเบิ้ล ชุดที่ใช้อ่านเกี่ยวกับไบเบิ้ลเป็นบทละครฮาแตก เรื่อง "Sister Mary Ignatius Explains It All for You" เป็นละครเกี่ยวกับแม่ชีคาธอลิกรูปหนึ่งที่ claim ว่าตัวเองเคร่งศาสนาอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ก็ทำอะไรที่ขัดกับหลักธรรมคำสอนออกมาได้น่าตาเฉย อ่านๆ ไปก็ขำแทบตกเก้าอี้ ขอเพิ่มไว้ในรายชื่อเรื่องที่จะแปลเป็นไทยลงเว็บล็อกอีกเรื่อง

ส่วนชุดที่เป็นหนังสืออ่านสำหรับเทวตำนานกรีกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาชื่อ "Percy Jackson and the Lightning Thief"

[คลิกที่ภาพข้างบนเพื่อชมภาพปกขนาดใหญ่]

ภาพปกข้างบนมาจากหนังสือเล่มเดียวกันแต่คนละสำนักพิมพ์ ซึ่งผมขี้เกียจเกินไปจึงต้องขออภัยที่จะไม่ระบุว่าปกไหนเป็นของ สนพ. ไหน ปกแรกเป็นฉบับที่มีขายในประเทศไทย ส่วนฉบับที่ได้มาจากอาจารย์เป็นชีทซีร็อกซ์หนาเป็นปึกๆ ครับผม (คาดว่าถ่ายเอกสารมาจากเล่มกลาง)

ในจำนวนหนังสืออ่านนอกเวลาทุกเล่มตั้งแต่ ป.4 ยันปี 3 กล้าบอกได้เลยว่าชอบเล่มนี้ที่สุดแล้วล่ะ

Percy Jackson and the Lightning Thief เป็นหนังสือเล่มแรกในวรรณกรรมเยาวชนชุด "Percy Jackson and the Olympians" โดยนายริค เรียร์ดัน (Rick Riordan) นักเขียนชาวอเมริกัน เป็นเรื่องการผจญภัยของเด็กๆ ที่เป็น Demigod (ลูกผสมระหว่างคนกับเทพ) หรือในเรื่องเรียกว่าพวก"เลือดผสม" (Half - blood คุ้นๆ มั้ยเอ่ย คำนี้) ที่เป็นเทือกเถาเหล่ากอของทวยเทพแห่งเทวตำนานกรีก ด้วยความที่นังเด็กพวกนี้มีเชื้อสายเทพอยู่ จึงทำให้มีความสามารถบางอย่างเหนือมนุษย์เดินดินกินเลนอย่างเราๆ เช่น แข็งแรงกว่า วิ่งเร็วกว่า ฉลาดกว่า และที่สำคัญคือ สามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตจากในตำนาน เช่น ทวยเทพ อสูร สัตว์ประหลาด ฯลฯ และยังดึงดูดไอ้ตัวเหล่านั้นยังกับแม่เหล็กอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว เทพยสภาแห่งโอลิมปัส (the Olympians) นำโดย จอมเทพซูส (Zeus) หวั่นเกรงว่าเด็กเลือดผสมเหล่านี้จะนำความโกลาหลมาสู่โลกมนุษย์ จึงสร้างสถานที่พิเศษขึ้นมาสำหรับให้เด็กๆ พวกนี้ได้พักอาศัยเป็นครั้งคราว (หรือถาวร ตามแต่จะเลือก) เรียกว่า"แคมป์เลือดผสม" (Camp Half - blood) และอบรมสั่งสอนวิถีแห่งฮีโร่ดังเช่นในบรรพกาล เพื่อให้ออกไปใช้ชีวิตร่วมกับคนธรรมดาได้อย่างมีความสุข ไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ ให้สังคมระอา

ตัวเอกของเรื่องคือ เพอร์ซี แจ็กสัน (Percy Jackson - ชื่อจริงคือ เพอร์เซียส (Perseus)) เด็กหนุ่มอายุ 12 ปี ลูกของผู้หญิงชาวมนุษย์กับหนึ่งในเทพสามพี่น้องผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาโอลิมปัส (ในเรื่องเรียกว่า the Big Three) ซึ่งเป็นพระเอกที่ดูเหมือนสารพัดความซวยพร้อมจะประเดประดังกันเข้ามาใส่อย่างไรไม่รู้ ทั้งมีอาการ ADHD (ไฮเปอร์ฯ) และดิสเล็กเซีย (dyslexia - อาการผิดปกติทางการอ่าน) เข้าข่ายเด็กมีปัญหา ต้องอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงที่ทั้งนิสัยหยาบโลนและตัวเหม็น และล่าสุดยังถูกกล่าวหาว่าทะลึ่งไปจิ๊กเอาสายฟ้าของซูสมา ทำให้จำต้องออกเดินทางพร้อมเพื่อนอีกสองคนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ตามเอาสายฟ้าคืนจากหัวขโมยตัวจริงให้ได้ ดังนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภาคแรก - The Lightning Thief

ซีรีส์ Percy Jackson ดำเนินเรื่องตามคอนเซปต์ที่ว่า เทพเจ้าจากเทวตำนานยุคคลาสสิกยังคงมีตัวตนอยู่จริงในโลกปัจจุบัน ชั่วแต่ว่าต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ๆ เท่านั้น (ต่างกับแนวคิดในชุด "พิภพนิรันดร" (Everworld) ที่สร้างเรื่องให้เหล่าเทพเจ้าจากเทวตำนานต่างๆ ระอาใจที่มนุษย์ไม่เชื่อในพวกตนอีกต่อไป จึงพากันย้ายไปมิติอื่นแล้วสร้างโลกของพวกตนขึ้นมา) ตลอดทั้งเรื่องจะเห็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียนในการออกแบบตัวละครจากเทพปกรณัมให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบ post - modern อย่างเด่นชัด ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรื่องชุดนี้ เทพเจ้าและเทพกัญญากรีกทั้งหลายแหล่จะไม่ได้ปรากฏให้เห็นแบบในภาพวาดยุคเรอเนซองส์ ไม่ได้สวมชุดโทก้า ผ้าผ่อนปลิวไสว เสวยกระยาหารและน้ำทิพย์อีกต่อไป แต่จะทำอะไรๆ แบบที่คนปัจจุบัน (โดยเฉพาะชาวอเมริกัน) ทำ เช่น ไดโอนีซัสดื่มไดเอ็ตโค้กแทนไวน์ อาเรสกับแอโฟรไดทีอยู่บนโลกในคราบเด็กแว้นโข่งกับสก๊อย เมดูซาเปิดธุรกิจขายรูปปั้นหิน เป็นต้น บทสนทนาของตัวละครจากเทวตำนานเหล่านี้ก็เป็นแบบร่วมสมัยเช่นกัน ซึ่งทำให้ดูมีชีวิตชีวาสมจริง มิใช่ภาพประกอบไร้ชีวิตแบบในเนื้อเรื่องตามตำนานต้นฉบับ

นอกจากนั้น ยังมีความพยายามในการปลูกฝังความรักธรรมชาติแฝงในเรื่องอีกด้วย มีหลายฉากที่ผู้เขียนบรรยายให้เห็นภาพของสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงจากการกระทำของมนุษย์ ทั้งแม่น้ำที่เป็นสีดำสนิท พงไพรที่มีขยะเกลื่อนกลาดมลพิษที่มนุษย์สร้างขึ้นมิได้ทำลายสภาพแวดล้อมในโลกมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโลกของสิ่งมีชีวิตจากเทพปกรณัมทั้งหลายอีกด้วย เช่น แม่น้ำสายหนึ่งที่ห้อมล้อมยมโลกอย่างแม่น้ำสติกซ์ (Styx) แปดเปื้อนไปด้วยขยะจากโลกมนุษย์ และเทพแพน (Pan) ตัวแทนแห่งพงไพรในอดีตกาลหลบลี้หนีหน้าไปเพราะทนความเสื่อมโทรมของธรรมชาติในปัจจุบันไม่ไหว ทำให้อ่านๆ ไปแล้วก็ชวนสังเวชใจในสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายของโลกปัจจุบันขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

ด้วยความที่เป็นจินตนิยาย (Fantasy) ในยุค Post - Harry Potter (ต่อไปนี้จะเรียกว่า PHP ในเอ็นทรีหน้าๆ) คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคุณริคได้รับแรงบันดาลใจจาก HP มาไม่มากก็น้อย ดังเห็นได้จากองค์ประกอบบางอย่างในเรื่อง เช่น รูปแบบชื่อเรื่อง (ชื่อตัวละครเอก ตามด้วย "and the" และอะไรสักอย่างในเล่ม) สถานที่ที่มีลักษณะคล้ายโรงเรียน การหักมุมในตอนจบ ฯลฯ แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็เป็นแค่บางส่วนของเรื่อง หาใช่ทั้งหมดไม่ Percy Jackson and the Olympians ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือน HP กับเรื่องร่วมสมัยทั้งหลายที่ได้แรงบันดาลใจจาก HP มา อย่างหนึ่งคือเรื่องของการประยุกต์เทวตำนานกรีกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันดังที่บอกไปข้างต้น อีกอย่างหนึ่งคือแนวคิดใหม่ๆ พิสดารๆ ที่ผู้เขียนคิดขึ้นเอง (อย่างน้อยผมก็ไม่เคยเจอในเรื่องอื่น) เช่น การที่ลูกครึ่งคนกับเทพล้วนแต่มีอาการดิสเล็กเซียกันหมด หรือการที่อาวุธที่สร้างจากต่างมิติกันจะใช้แทนกันไม่ได้ คือไม่เพียงแต่อาวุธมนุษย์จะทำร้ายเทพไม่ได้เท่านั้น แต่อาวุธเทพก็ทำร้ายมนุษย์ไม่ได้เช่นกัน (แต่มีตัวละครตัวหนึ่งหัวใส สร้างอาวุธที่มีส่วนประกอบจากมิติทั้งคู่อย่างละครึ่ง ทำให้ใช้ได้กับทั้งเทพและมนุษย์)

ตามความเห็นส่วนตัว วรรณกรรมเยาวชนชุดนี้เหมาะกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ไม่มีเนื้อหาหรือภาษาในจุดใดที่อาจจะเป็นปัญหาต่ออรรถรสในการอ่าน ถึงแม้ว่าในเรื่องจะมี allusion ถึงตัวละครและเหตุการณ์จากเทวตำนานกรีกอยู่หลายครั้ง แต่รับรองว่าผู้ที่ไม่เคยศึกษาเรื่องตำนานเหล่านั้นมาก่อนก็สามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ และเผลอๆ อาจจะนึกสนใจไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมมาบ้างก็เป็นได้ ส่วนคนที่กำลังศึกษาอยู่หรือมีความเชี่ยวชาญในแขนงนี้เป็นอย่างดีก็จะทำให้รับชมเรื่องได้อย่างสนุกสนานและเข้าใจยิ่งขึ้น (สำหรับผู้อ่านที่เป็นคนไทย ผมคิดว่ายิ่งไม่น่าเป็นปัญหา เพราะคอหนังสือแนวแฟนตาซีชาวไทยส่วนใหญ่มักพัวพันกับวงการการ์ตูน เกมส์ และอนิเมด้วย ซึ่งสื่อบันเทิงเหล่านั้นก็มีเรื่องที่อ้างอิงถึงเทวตำนานอยู่แล้ว ไม่เชื่อลองไปเปิดเซนต์เซย์ย่าอ่านดูสิเออ)

ปัจจุบัน ชุด PJ and the Olympians ออกหนังสือในชุดมาแล้ว 2 เล่ม เล่ม 2 ชื่อ The Sea of Monster วางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว (2006) เนื้อเรื่องว่าด้วยการตามหาขนแกะทองคำ (The Golden Fleece จากตำนานเรื่องเจสันกับขนแกะทองคำ) เพื่อนำมาเยียวยาอาการของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองแคมป์เลือดผสมที่กำลังจะตายเพราะโดนวางยา ส่วนเล่ม 3 The Titan's Curse จะวางจำหน่ายในวันแรงงานของปีนี้ (2007) ส่วนภาคแรก (The Lightning Thief) นั้น มีข่าวที่น่าเชื่อถือแจ้งว่ากำลังนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เตรียมออกฉายในปี 2008 โดยมีนายโจ สติลแมน (Joe Stillman) ผู้เขียนบทภาพยนตร์อนิเมชัน Shrek เขียนบทภาพยนตร์ให้

ส่วนตัวหนังสือนั้น ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย (เท่าที่ทราบข่าวมา) ซึ่งตัวเองนั้นกระสันอยากแปลมาก เคยแนะนำให้ สนพ.แพรวเยาวชน สังกัด บมจ.อมรินทร์ ไปแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่จนขณะนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้า เอาเป็นว่า ผมขอเพิ่มไว้ในลิสต์เรื่องที่จะแปลลงเว็บล็อกอีกเรื่อง (เพิ่มอีกละ แล้วจะได้แปลมันบ้างมั้ยเนี่ย) ซึ่งหากตัวเองหรือใครอื่นได้แปลจนเสร็จและออกวางจำหน่ายเป็นเล่มแล้ว ผมจะลบออกโดยทันที

แต่ถ้าใครอ่านแล้วรอฉบับแปลไม่ไหว ขอบอกให้ทราบว่า The Lightning Thief ฉบับปกรูปรองเท้ามีปีกมีขายที่ร้านหนังสือภาษาต่างประเทศทั่วราชอาณาจักร โดยราคาจะแตกต่างกันไป แต่คิดว่าที่ราคาถูกสุดคือที่ Bookazine ขาย ราคาแค่ 350 บาทเท่านั้นครับ

อ่านแล้ว นึกอยากให้คนไทยเอาตำนานหรือนิทานพื้นบ้านมา "ประยุกต์" เป็นวรรณกรรมร่วมสมัยแบบนี้บ้างจัง

 

P.S.

-เว็บไซต์ของนายริค เรียร์ดัน >> http://www.rickriordan.com/

 

***ใครที่ตามเข้ามาอ่านเพราะคิดว่าจะได้เจอรีวิวหรือวิจารณ์ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือเรื่องนี้ เชิญตามไปอ่านที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ*** povolam.exteen.com/20100402/percy-jackson-and-the-lightning-thief

 

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://nujrtfgqqimtdic.com">ijswxutpeengups</a> http://lgcitjpqezvzfvy.com [url=http://ihehheizrftueap.com]dsrzhkseovtckwb[/url]

#16 By yrhrbanbvi (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:32

<a href="http://ukxttuhkxcrhisz.com">pwkrulorumufxjl</a> http://xrtosmklizatlmg.com [url=http://mycbuivndlzsvhi.com]zrvxedurthtgixm[/url]

#15 By jckqvlefjf (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:32

good เยี่ยม

#14 By nat (124.121.189.41) on 2010-05-30 15:02

ขอบคุณมากค่า

ต้องหามาอ่าน เราก็ชอบเรื่องนี้นะ เพราะว่ามันไม่เหมือนแฮรรี่ พอตเตอร์

#13 By ☂ YukiUsagi ★ on 2010-03-15 01:38

เราอ่านทั้งเล่ม1และเล่ม2แล้ว ดูหนังแล้วด้วย
แบบหนังดัดแปลงไปเยอะมาก แต่ก็สนุกกันคนละแบบ

#12 By LoveLy Gam on 2010-03-10 13:16

^ ขอบคุณครับ แล้วจะรออ่าน (พร้อมวิจารณ์ที่มีสาระและละเอียดขึ้น) นะครับ big smile
Enter Books นำมาแปลแล้วนะครับ
จะวางแผง ม.ค. 53 ก่อนภาพยนตร์ฉายวันที่ 11 ก.พ. 53 นี่ครับ

#10 By enter books (58.9.126.14) on 2009-12-29 13:03

ขอบคุณมากค๊า

#9 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:44

ชอบมากครับ

#8 By Gold Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:10

ชอบมากครับ

#7 By Gold Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:07

แจ่มๆ

#6 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:21

open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:34

เกลียด อาเรส มากกกก..... โดยเฉพาะลูกมัน
เรื่องนี้แต่งให้ผู้หญิงเป็นนักเลงโต เช่น แนนซี่ โบโบฟิต กับ ไอ้คาริเซ่

#4 By นัท (58.8.66.90) on 2008-12-08 19:20

มันเป็นหนังอวกาศเรื่องแรกที่พี่โดนพ่อบังคับให้ดู พอดูแล้วชอบอะไรหลายๆ อย่าง อาจเป็นเพราะมันยัง "ใหม่" ในตอนที่พี่ดูครั้งแรกมั้ง เลยชอบมาตลอด
สมที่เป็นพี่ภูมิจริงๆ แนะนำซะน่าอ่านเชียว
คิดว่าเรื่องนี้จะหาอ่านให้ได้แล้วกันเพราะเป็นเรื่องที่พี่จะแปลเอง ส่วนเรื่องอื่นเก็บมันไว้ก่อน พี่บอกทีสิบกว่าเรื่องใครจะอ่านไหว

อ้อ ดีใจด้วยกับความก้าวหน้าของพี่ด้วยนะค่ะ


ป.ล. blog พี่สีสดใสดีนะ แต่ว่าพี่มีความหลังกับ star war เปล่า รู้สึกชอบจังนะ

#1 By Noy (202.28.27.3) on 2007-02-23 01:21