[Review] The Keys to the Kingdom Vol.5 - Lady Friday

posted on 17 Apr 2007 05:58 by povolam

 

 

 

[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Lady Friday (The Keys to the Kingdom Vol.5)
ผู้เขียน   Garth Nix
สำนักพิมพ์   Harper Collins Children's Books
พิมพ์ครั้งแรก   มีนาคม 2550 (2007)
จำนวนหน้า   384 หน้า
ราคาปก   5.99 (UK)
ISBN   978-0-00-717509-3

 

 

[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Lady Friday (The Keys to the Kingdom Vol.5)
ผู้เขียน   Garth Nix
สำนักพิมพ์   Scholastic Press
พิมพ์ครั้งแรก   มีนาคม 2550 (2007)
จำนวนหน้า   310 หน้า
ราคาปก   $17.99 (US) / $21.99 (CAN)
ISBN   978-0-439-70088-7
*หมายเหตุ*   ฉบับปกแข็ง

On the first day, there was mystery.

On the second day, there was darkness.

On the third day, there were pirates.

On the fourth day, there was war.

On the fifth day, there was fear.

อ่านจบมาตั้งนานแล้ว ครั้นจะไม่พูดถึงก็คงเสียดายแย่ จึงขอลงเป็นบทวิจารณ์บทหนึ่งท่ามกลางการวิจารณ์อย่างบ้าคลั่งในช่วงนี้

อ้อ!ที่เห็นลงข้อมูลหนังสือสองแบบก็เพราะผมซื้อมันมาทั้งสองแบบนั่นแหละตามที่จริง ปกแบบที่ผมตั้งใจเก็บเป็นแบบอังกฤษ (ฉบับ สนพ.Harper Collinsรูปมังกร)แต่แล้วก็ห้ามใจไม่ไหว ต้องซื้อแบบอเมริกัน (ฉบับ สนพ.Scholastic) ด้วย เพราะปกอเมริกันวางจำหน่ายในประเทศไทยก่อนปกอังกฤษ และมันก็สวยมาก สีม่วงได้ใจดี (ผมซื้อทั้งสองปกจากคิโนะฯ เซ็นทรัลเวิร์ลด์)

ส่วนปกออสเตรเลียน () น่ะรึ ให้ตายก็คงไม่มาขายในไทย (แต่ก็ดี เพราะไม่ค่อยสวย ไม่โดนใจ)

มีข้อสังเกตเล็กน้อย ปกอเมริกันของจริงต่างไปจากรูปที่ลงไว้เรียกน้ำลายในเว็บเล็กน้อย คงเป็นการแก้ไขในนาทีสุดท้ายเพื่อให้รายละเอียดในภาพปกตรงกับในเรื่องมากขึ้น เพื่อให้ปก'สื่อ' ถึงเนื้อในให้มากที่สุด

VS. 

[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

จะเห็นได้ว่าเสื้อกระดาษที่อาร์เธอร์สวมในปกจริงจะใหญ่และรุ่มร่ามกว่าในรูปลงเว็บ ซึ่งจะตรงกับลักษณะของเสื้อคลุมที่ทำจากกระดาษในเนื้อเรื่องมากกว่าชุดที่พอดีตัวในรูปลงเว็บ แต่ยังไงๆ ผมก็ว่าแบบในเว็บดูดีกว่าอะอาร์เธอร์ดูเท่กว่าแยะ สีก็ดูสดใสกว่า ไม่เป็นม่วงทึมๆ แบบปกเล่มจริง

เฮ้อ...เซ็งเป็ด เอ๊ย! เซ็งปก ไปลงกับรีวิวดีกว่า

 

ว่าไง...

ด้วยความที่ จขบ.ปลิ้มซีรีส์ The Keys นี้มาก จึงเคยอุทิศเอ็นทรี่หนึ่งเอ็นทรี่ให้กับซีรีส์นี้มาแล้ว สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับหนังสือในชุดนี้ สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากเอ็นทรี่นี้จ้ะ

เรื่องย่อของเฉพาะเล่มนี้ ผมก็เคยลงไว้ในอีกเอ็นทรี่หนึ่งพร้อมกับสมมติฐานอะไรเล็กๆ น้อยๆ เรื่องย่ออันนั้นผมแปลมาจากเรื่องย่อภาษาอังกฤษตามเว็บหนังสือต่างๆ คราวนี้ขอเล่าด้วยน้ำเสียงของตัวเองบ้างละกัน

หลังเสร็จศึกกับเซอร์พฤหัสบดี อาร์เธอร์ก็ได้ครอบครองวงกตยิ่งใหญ่และกำลังทหารทั้งหมดของบ้าน ทำให้ตอนนี้ดินแดนสี่ในเจ็ดส่วนของบ้านเป็นของทายาทผู้ทรงสิทธิ์เช่นเขา แต่ปัญหาก็ยังประดังเข้ามาเรื่อยๆ เพราะคนเป่าปี่และลูกสมุนนิทลิ่งใหม่ของเขายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของวงกตยิ่งใหญ่เป็นที่ตั้งมั่นได้ อีกทั้งวันเสาร์เลอเลิศซึ่งเป็นผู้ดูแลที่มีอำนาจมากที่สุด (ลอร์ดวันอาทิตย์ประกาศเว้นวรรคทางการเมืองไปแล้ว) ก็ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก ทั้งสั่งปิดประตู ตัดสายโทรศัพท์ ระงับการใช้งานลิฟท์ ฯลฯสารพัดสารเพจะรังควาญเหมือนพวกหน้าตัวเมียทางภาคใต้ ยัง เท่านั้นยังไม่พอ มีสายรายงานเข้ามาว่าจู่ๆ ผู้คนนับร้อยบนโลกก็หายตัวไปอย่างลึกลับ รวมทั้งแม่ของอาร์เธอร์และลีฟด้วย

ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหลาย จู่ๆ ท่านหญิงวันศุกร์ ราณีเจ้าสำราญแห่งบ้านเบื้องกลางก็ส่งสารไปยังขบวนการแย่งชิงบ้านทั้งสามก๊ก ข้อความในสารคือหล่อนจะเว้นวรรคไปอีกคน และจะทิ้งกุญแจดอกที่ห้าไว้ในบ้านเบื้องกลางระหว่างที่หลบไปเที่ยว ใครอยากได้กุญแจพร้อมสิทธิ์เหนือบ้านเบื้องกลางก็เชิญมาแย่งกันเอง หลังรับสารแล้ว อาเธอร์เผลอไปสัมผัสแผ่นโลหะที่แนบมากับสารนั้นด้วย จึงถูกเทเลพอร์ตไปที่บ้านเบื้องกลางตามลำพัง ทว่ายังโชคดีที่มีกุญแจดอกที่สี่อยู่กับตัว

ทางด้านลีฟ หลังจากที่สลบไปในเต๊นท์พยาบาลของคุณหมอวันศุกร์ในเล่มที่แล้ว เธอก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่บนโลกแน่นอน ณ ที่นั้น เธอได้พบร่างจริงของวันศุกร์ผู้แสนจะงดงามและไฮโซ พร้อมกับคนเฒ่าคนแก่กว่าร้อยคนในสภาพเดินละเมอที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อสนอง 'ตัณหา' ของวันศุกร์ หนึ่งในนั้นคือญาติผู้ใหญ่ของเธอ ป้าแมงโก้

และแล้ว การเดินทางเพื่อตามหาและแย่งชิงกุญแจดอกที่ห้าของมหาสถาปนิก และช่วยเหลือผู้คนที่ถูกลักพาตัวไปจึงเริ่มต้นขึ้น...

ส่วนเนื้อเรื่องหลังจากนั้น ถึงไม่เล่าก็คงเดาได้ไม่ยากกระมังครับ ถ้าเปิดอ่านสี่เล่มก่อนหน้านี้ก็คงรู้ว่าจะจบยังไง เหอๆ

ว่ากัน...

เนื่องจากเล่มนี้เป็นเล่มที่ห้าในชุดแล้ว ประกอบกับเคยวิจารณ์ทั้งชุดโดยรวมมาแล้ว จึงไม่ขอชำแหละเป็นส่วนๆ ให้เสียเวลาและอรรถรส (ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะ จขบ. ตัวเป็นขน)

ตั้งแต่เล่มวันจันทร์จวบจนวันพฤหัสฯ การ์ธ นิกซ์ ดำเนินเรื่องไปอย่างฉับไวและรวดเร็วมาก แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวของตัวละครแต่ละกลุ่มได้ชัด โดยเฉพาะในเล่มที่สี่ พอมีมือที่สามอย่างคนเป่าปี่กับกองทัพนิทลิ่งใหม่เข้ามาแจมจนกลายเป็นศึกสามก๊ก ก็ยิ่งทำให้การต่อสู้ขับเคี่ยวในเรื่องเข้มข้นยิ่งขึ้น อ่านจบแล้วทำให้กระสันอยากอ่านภาควันศุกร์ต่อทันใด (นิกซ์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตัวละครคนเป่าปี่นั้นตอนแรกตั้งใจให้เป็นตัวประกอบแบบเดียวกับลูกทะเลที่เป็นพี่ชาย ไม่มีบทบาทเด่นชัด แต่ที่เพิ่มบทเข้ามาจนกลายเป็น Antagonist อีกกลุ่มเพราะต้องการให้เรื่องยิ่งซับซ้อนและสนุกขึ้น มีนักวิจารณ์บางคนส่ายหัวกับไอเดียนี้เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น ทั้งยังทำให้เรื่องดูสับสนวุ่นวายขึ้นแทนที่จะสนุกขึ้น นานาจิตตังล่ะเนาะ)

แต่ทำไมไม่รู้สินะ...อ่านวันศุกร์จบแล้ว เหมือนมันก้าวไปจากเดิมไม่เท่าไรเอง ถ้าเปรียบเนื้อเรื่องที่เชื่อมต่อระหว่างแต่ละภาคเป็นการเดินทาง จากวันจันทร์มาศุกร์นี่ ลุงนิกซ์พาคนอ่านทั้งวิ่ง กลิ้ง ก้าวกระโดดเลี้ยวซิกแซก ตีลังกาหกล้านตลบ เอ้า!แถมว่ายน้ำข้ามทะเลอีก(วันพุธ)แต่จากวันศุกร์ไปวันเสาร์ (พูดง่ายๆ คือเนื้อเรื่องในเล่มวันศุกร์ อย่าสับสนล่ะครับ) ลุงกลับจูงมือคนอ่านกระโดดสั้นๆ กระดึ๊บๆๆ ไปเหมือนตัวหนอนซะงั้น แทบจะไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย

ไม่ขอโกหกล่ะนะว่าแต่ละเล่มในชุดนี้เดาตอนจบได้ง่ายมาก เพราะมันดำเนินเรื่องตามสูตรประจำชุดเด๊ะๆ คือออกเดินทางตามหากุญแจ เจอผู้ดูแล แล้วก็แย่งชิงกุญแจจากผู้ดูแล แล้วก็เตรียมตัวไปเอากุญแจดอกต่อไป (สูตรนี้เว้นไว้แต่เล่มที่เจ็ด ซึ่งเป็นเล่มสุดท้าย เพราะอาจมีการหักมุมหรือหักคอคนอ่านเกิดขึ้นได้) แต่ผมก็ไม่สนอะ ก็ยังตามอ่านต่อไปอยู่ดี และมั่นใจว่าคนที่ชอบชุด The Keys เหมือนกันก็คงตามอ่านต่อไปแม้จะเห็นตอนจบลางๆ ก็ตาม เพราะอะไร ก็เพราะในระหว่างอ่าน ผู้อ่านก็จะได้รู้รายละเอียดบางอย่างที่มันน่าสนใจและครอบคลุมเนื้อเรื่องโดยรวมของซีรีส์มากกว่าเนื้อเรื่องเฉพาะในแต่ละเล่มน่ะสิ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบ้าน มหาสถาปนิก คณะผู้ดูแล พลเมืองสำคัญๆ รวมทั้งประวัติความเป็นมาภายในบ้านก่อนที่พินัยกรรมชิ้นที่หนึ่งจะไปพาอาร์เธอร์มาที่บ้าน แล้วไอ้เรื่องพวกนี้นี่ก็แย้มพรายมามากบ้างน้อยบ้างในทั้งสี่เล่มที่ผ่านมา พอให้คนอ่านร่างภาพเหตุการณ์คร่าวๆ ในใจได้ แต่เล่มนังวันศุกร์นี่มีรายละเอียดตรงนั้นน้อยถึงน้อยมาก จะเน้นไปในเหตุการณ์ปัจจุบันมากกว่า สุดท้าย อาร์เธอร์ได้กุญแจมา และกำลังจะเข้าชนกับวันเสาร์ในเล่มหน้า (ออกปี 2008) แต่เราก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับวันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือบ้านเพิ่มขึ้นเลย (อ้อ รู้แค่วันเสาร์เลอเลิศมีชื่อเดิมว่า "ท่านหญิงวันเสาร์" (Lady Saturday) แค่นั้น)

บรรยากาศในเรื่องก็สู้เล่มก่อนๆ ไม่ได้ เปิดมาตอนแรกๆ ก็ดีอยู่หรอกครับ อ่านแล้วรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวและลึกลับของวันศุกร์ได้ สมกับที่จั่วหัวไว้ว่า "On the fifth day, there was fear." แต่มันก็ค่อยๆ จางหายไปหลังจากที่เรื่องตัดเข้าสู่มุมมองของอาร์เธอร์ ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะในที่สุดแล้ว ผมรู้สึกว่าวันศุกร์ไม่ได้น่ากลัวสมคำโปรยมั้ง หรือไม่ก็ฉากในเล่มมันไม่ชวนให้เกิดอารมณ์ร่วม ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ อย่างในเล่มสอง เราเจอหลุมลึกมืดๆ ดำๆ เล่มสามเจอทะเลกับโจรสลัด เล่มสี่เจอกองทหารกับสงคราม อารมณ์มันขึ้นๆ ลงๆ ไปตามฉาก แต่มันก็ยังชวนตื่นเต้นดีอะ แต่พอมาเจอบ้านเบื้องกลาง ซึ่งโดยรวมแล้วไม่ต่างจากโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ อารมณ์มันก็ down ลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกลับไปเล่มหนึ่งใหม่ยังไงยังงั้น

ในด้านตัวละคร เล่มนี้ดีหน่อยตรงที่เริ่มเห็นพัฒนาการของตัวละครเอกอย่างอาร์เธอร์ ได้เห็นอาร์เธอร์ในมาดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีเหตุมีผลขึ้น มีความรับผิดชอบและเสียสละมากขึ้น ไม่ขี้บ่นจนน่าจับกดเหมือนแต่ก่อน ส่วนตัวอื่นๆ ก็เรื่อยๆ ซูซี่ ฟ้าเทอร์คอยซ์ ก็ยังคงความเป็น Smart Brat เหมือนเดิม ที่ดูจะเลวร้ายลงก็คือคุณหญิงพรีมัส อาจเป็นเพราะแกได้รวมร่างกับพินัยกรรมชิ้นที่สี่ (งู) ไป และงูนี่มันก็เจ้าคิดเจ้าแค้นเสียด้วยสิ

ในด้านภาษา นักเขียนที่มีผลงานมามาก มีซีรีส์นิยายมาก่อนแล้วสองชุดอย่างนิกซ์ยังคงไม่ทำให้ผู้อ่านผิดหวังนิยม "Show" มากกว่า "Tell" ดำเนินเนื้อเรื่องฉับไวไม่เยิ่นเย้อ แต่พอจะบรรยายก็บรรยายได้ละเอียด ไม่ปล่อยให้คนอ่านต้องจินตนาการเอาเองเสียหมด (ถ้าพูดในเชิงวิชาการ บทบรรยายของนิกซ์บรรยายได้ละเอียดโดยที่ไม่กลายเป็น "Purple Prose" หรือใช้คำฟุ่มเฟือยเวิ่นเว้อร์เกินเหตุ อันเป็นการแสดงความละอ่อนทางศิลปะการประพันธ์ ตย. Purple Prose เช่น "ดวงตะวันทอประกายทองอร่ามเจิดจรัสลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าสีครามกระจ่างใสที่ฉาบทาด้วยหมอกเมฆบางเบาดุจสำลี..." อ่านแล้วเวียนหัวตาม เอ็งบอกแค่ "ดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าบนท้องฟ้าที่มีเมฆบางๆ ลอยอยู่" ก็พอแล้ว)

สรุปแล้ว ไม่ค่อยประทับใจ อย่างน้อยก็ไม่ประทับใจเท่าอีกสี่เล่มก่อนหน้านี้ ก็ไม่รู้ว่าคนเขียนแกตั้งใจให้อารมณ์คนอ่าน down ไปชั่วขณะรึเปล่า เพราะสงสารที่คนอ่านไม่เป็นอันหลับอันนอนจากภาคสี่ เลยให้ได้พักๆ กันบ้าง ก่อนที่จะไปตะลุยเละรวดเดียวในภาควันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็ได้แต่หวังว่า "Superior Saturday" ที่จะออกในปีหน้าจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ และชวนให้อยากติดตามจนครบชุดครับ (พูดไปงั้นแหละ จริงๆ แล้ว จขบ. เป็นพวกใจอ่อน ซื้อมาตั้งห้าเล่มแล้ว ไม่ซื้ออีกสองเล่มก็เซ็งเป็ดแย่ดิ เง้อ~)

อ้อ เกี่ยวกับปกหนังสือ ปกอังกฤษเป็นรูปของพินัยกรรมชิ้นที่ห้าอย่างที่สันนิษฐานไว้จริงๆ แหละครับ ในเล่มเรียกมันแค่ "The Beast" ไม่ได้บอกว่าเป็นมังกร แต่บอกว่ามีลักษณะเหมือนมังกรผสมค้างคาว ส่วนปกอเมริกันเป็นอาร์เธอร์ในเสื้อคลุมกระดาษลงอาคม อันเป็นเครื่องแบบของคนงานโรงพิมพ์แห่งบ้านเบื้องกลาง ฉากเป็นดาวเคราะห์สักดวงในอาณาจักรชั้นที่สอง (จักรวาลของเรา) ส่วนที่เห็นเงาทะมึนเรียงกันเป็นตับอยู่ข้างหลังนั่นคือพวกคนเฒ่าคนแก่ที่ท่านหญิงวันศุกร์ลักพาตัวมาทำมิดีมิร้าย เอ๊ย! ทำอะไรสักอย่าง ไม่บอก รอให้อ่านเอง

ไม่รู้คุณแสงตะวันแปลเล่มห้าเสร็จรึยัง รออยู่ว่าปกเล่มห้าจะคล้ายกับปกอเมริกันแต่เป็นโทนสีฟ้าแทนรึเปล่า หวังว่าคงจะสวยพอๆ กับเล่มก่อนๆ นะครับท่านแจ่มใส (ความคาดหวังเป็นอาวุธที่ร้ายแรง ทำร้ายได้ทั้งสองฝ่าย)

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค๊า

#15 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:45

จะมาเยี่ยมบ่อยๆเลยครับ

#14 By News Real estates (114.128.230.177) on 2009-07-10 06:57

Thx

#13 By Pocket Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:08

Thx Thx Thx

#12 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:21

ขอบคุณมากครับ

#11 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:09

open-mounthed smile open-mounthed smile

#10 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:35

^ เอ้า ฮอรุสก็ฮอรุสครับ

-มันอาจจะเป็นไวเวิร์นก็ได้ แต่ในเล่มต้นฉบับ มันเรียกตัวเองว่า "The Beast" ผมก็เลยขอเรียกมันว่า "The Beast" หรือ "สัตว์ร้าย" ตาม และนิกซ์บรรยายว่า "หน้าตาเหมือนมังกรผสมค้างคาว" ครับ ไม่มีคำว่า "ไวเวิร์น" หลุดมาแต่อย่างใด

- รู้จักคำว่า "Spoiler" มั้ยครับ
บล็อกผมไม่สนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลส่วนที่อาจทำลายอรรถรสในการอ่านของคนอื่นครับ
ขอโทษนะครับ แต่ผมก็มีจรรยาบรรณของคนอ่านและวิจารณ์หนังสือเหมือนกัน มันเป็นมารยาทในสังคมครับ

ขอบคุณครับที่ให้ความสนใจ big smile
อ้า งั้นผมขอคุยกันตรงนี้เลยนะครับ Horus ผมขออ่านออกเสียงเป็น ฮอรุสละกันนะครับ สำหรับวันศุกร์อยากแนะนำครับว่าพินัยกรรมแปลงร่างเป็นไวเวิร์น (Wywern) หรือเปล่าครับ และก็น่าจะนำข้อความในจดหมายท้ายเรื่องมาเขียนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

#8 By Horus (222.123.22.254) on 2008-05-20 22:10

ขอบคุณครับ แต่แค่นี้ยังถือว่าธรรมดาครับ มีบล็อก Exteen อีกมากที่ตกแต่งได้สวยงามและมีธีมที่เด่นชัดแน่นอน ซึ่งเจ้าของบล็อกเหล่านั้นเชี่ยวชาญการเขียนเว็บและ CSS มากกว่าผมนัก แต่ผมก็พอใจกับบล็อกที่เป็นอยู่ในตอนนี้แล้วครับ คงไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรอีก เว้นแต่เกิดแรงบันดาลใจใหญ่หลวงขึ้นกระทันหัน
สวยจังเว็บ

#6 By วัศพล ทาแดง (222.123.227.9) on 2007-05-31 20:10

หวังว่าจะมีสนพ.ดีๆ แปลเป็นไทยให้อ่านขี้เกียจแกะภาษาฝรั่ง

เจอกันเปิดเทอมจ้า