[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Star Bores : สงครามเพี้ยน เปลี่ยนจักรวาล
แปลจาก   Star Bores
ผู้เขียน   สตีฟ บาร์โลว์(Steve Barlow) และ สตีฟ สกิดมอร์(Steve Skidmore)
ผู้แปล   พนิดา จาโรทก
สำนักพิมพ์   เอเอสเค มีเดีย
พิมพ์ครั้งแรก  
มีนาคม 2550
จำนวนหน้า   130 หน้า
ราคาปก   114 บาท
ISBN   978-974-7105-08-7

เอ็นทรี่นี้จะแนะนำให้รู้จักหนังสือที่เรียกว่า แพโรดี้ (Parody)

แพโรดี้ มีศักดิ์เป็นแฟนฟิคชันประเภทหนึ่ง เพราะมันเป็นเรื่องแต่งที่ไม่ได้มีความเป็น original โดยตัวเอง แต่นำเอาตัวละครและ/หรือเนื้อเรื่องของหนังสือ ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่นๆ มาดัดแปลงเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นวรรณกรรมเบาสมอง มีจุดประสงค์หลักคือเพื่อล้อเลียนเรื่องที่นำมาดัดแปลง โดยมากเรื่องที่โดนจับมายำมักเป็นเรื่องที่ popular สุดๆ ในสมัยนั้น

ตัวอย่างแพโรดี้ที่เคยเห็นวางขายในไทย (ตามเอเชียบุ๊คส์และคิโนะฯ) ก็มี "Barry Trotter" โดย Michael Gerber ที่ล้อเลียนแฮร์รี่ "Bored of the Rings" โดยคณะ The Harvard Lampoon ที่ล้อเลียนลอร์ดออฟเดอะริงส์ และนอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ล้อซิลมาริลลิออนกับฮอบบิตด้วย แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ไม่แน่ใจว่าของคนแต่งกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า

ส่วนในไทยเอง เมื่อประมาณหกปีก่อนก็เคยมีแพโรดี้ใต้ดินที่ทำออกมาล้อเลียนแฮร์รี่ ชื่อว่า "หำรี่ พอตเตอร์" มุขระดับ Inwเอี้ยๆ อ่านไปหวิดขำตกเก้าอี้ (สมัยนั้นยังไม่มีเกรียนระบาดหนักในโลกไซเบอร์เหมือนปัจจุบันกาล เลยหาความบันเทิงใจได้ไม่มากนัก) ผมเซฟไว้ในคอมฯ แค่ไม่กี่ตอน เคยยืมเพื่อนอ่านอันที่เป็นเล่ม น่าเสียดายที่ไม่ได้ซื้อเอาไว้ เพราะตอนนี้หาไม่ได้แล้ว เพื่อนคนที่ว่าก็แยกย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าในเน็ตยังมีให้อ่านอีกหรือเปล่า วานคนที่รู้บอกกล่าวด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

 

Barry Trotter และ Bored of the Rings [คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่]

วรรณกรรมแพโรดี้แต่งไม่ยาก เพราะมีเนื้อเรื่องต้นฉบับให้อยู่แล้ว เหลือแค่ว่าทำอย่างไรให้เนื้อเรื่องบิดไปจากเดิม แต่ยังคงเค้าของเดิมอยู่ และให้เป็นเรื่องขำขัน หนึ่งในวิธีสิ้นคิดอันดับต้นๆ ในการสร้างเรื่องตลกคือ การล้อเลียนเสียดสีเรื่องร่วมสมัยของทั้งคนอ่านและคนเขียน เพราะไม่มีมุขไหนที่คนอ่านจะ get ได้เท่าเรื่องใกล้ตัวคนอ่านที่สุดอีกแล้ว

แต่นั่นก็เป็นจุดบอดของแพโรดี้เช่นกัน เพราะแต่ละสังคมต่างก็มีบริบทที่ไม่เหมือนกัน มีสถานการณ์บ้านเมือง วัฒนธรรม รวมทั้งสำนวนภาษาต่างกัน สิ่งที่จะกลายเป็นมุขตลกสำหรับคนในแต่ละท้องที่จึงต่างกันไปด้วย มุขตลกของชาวเอสกิโม แปลเป็นไทยแล้วคนไทยอาจไม่เข้าใจว่าขำไปได้ไง จนกว่าจะเข้าใจความนึกคิดของชาวเอสกิโมจึงจะ get มุขของเขาได้

ฉะนั้น การแปลแบบตรงตัว คำต่อคำจึง invalid สำหรับเรื่องตลกขบขันทั้งหลาย แต่นักแปลเก่งๆ หลายคนก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคตรงนั้นไปได้ มุขไหนที่เป็นมุขเฉพาะของเจ้าของภาษาก็ต้องแทนที่ด้วยเรื่องตลกของไทยที่ใกล้เคียงกัน การ์ตูนต้นฉบับอาจมีคำพูดล้อเลียนอุทาดะ ฮิคารุ ฉบับแปลไทยก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นทาทาหรือนิโคล เรื่องต้นฉบับอาจให้ตัวเอกเรียกตัวร้ายว่า "ไอ้หนวดจิ๋ม" ถ้าจะแปลไทยก็อาจใช้ว่า "ไอ้หน้าเหลี่ยม" หรือเปลี่ยนจากให้นักศึกษาบ้าคลั่งเอาปืนฉีดขี้กราดยิงในเวอร์จิเนียเทคฯ เป็นจุฬาฯ ดังนี้เป็นต้น ฉะนั้น ตามความคิดเห็นของผม คนที่จะแปลเรื่องตลกขำขันต้องมีไหวพริบปฏิภาณสูงกว่านักแปลทั่วไป และคนที่เข้าข่ายนักแปลเรื่องตลกที่สมควรยกย่องก็ได้แก่ คนแปลชินจัง และคนแปลเรื่อง "โอ้! พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก!!" (Katte ni Kaizou) สนพ.บูรพัฒน์คอมิกส์

เกริ่นนำมาหกย่อหน้า เพื่อจะบอกแค่ว่า หนังสือชื่อ "Star Bores : สงครามเพี้ยน เปลี่ยนจักรวาล" ข้างต้นก็เป็นแพโรดี้เล่มหนึ่ง

 

ว่าไง...

Star Bores เป็นผลงานของนักเขียนวรรณกรรมขำขันสองคน คือ สตีฟ บาร์โลว์ กับ สตีฟ สกิดมอร์ ปกติสองสตีฟนี่จะเขียนนิยายตลกที่ล้อเลียนบุคคลในประวัติศาสตร์ไม่ก็ Trend ของวรรณกรรมร่วมสมัยที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น นิยายแฟนตาซี ส่วนเรื่อง Star Bores นี้เป็นแพโรดี้เรื่องแรกของทั้งคู่ เขียนเพื่อล้อเลียนกระแสคลั่งสตาร์วอร์สที่กลับมาฟื้นตัวเมื่อ Star Wars EpI: The Phantom Menace ฉายในโรงภาพยนตร์ เป็นการปลุกตำนานสตาร์วอร์สหลังจาก Return of the Jedi จบลงไปเกือบสามสิบปี

 

ปก Star Bores และรูปถ่ายคู่ของสตีฟ สกิดมอร์ (ซ้าย) และสตีฟ บาร์โลว์ (ขวา)

Star Bores ฉบับภาษาอังกฤษนี่ผมยังไม่เคยอ่าน แต่ก็เคยไปแอบเปิดอ่านในร้านหนังสือและอ่านเรื่องย่อในเว็บไซต์ต่างๆ เอาบ้าง ค่อนข้างมั่นใจว่าผู้อ่านที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้สตาร์วอร์สและ/หรือไม่สันทัดกับวัฒนธรรมอเมริกันร่วมสมัยคงเข้าใจได้ยาก โชคยังดีที่พอมาแปลเป็นภาษาไทย ได้คนแปลเก่งๆ อย่างคุณพนิดา จาโรทก คุณคนนี้เคยมีผลงานแปลหนังสือชุด "เทพเพี้ยนเปลี่ยนตำนาน" (Myth-o-Mania) ทั้งแปดเล่มให้ สนพ.เอเอสเคมาก่อนแล้ว ไม่ทราบว่ามีผลงานแปลอื่นๆ อีกหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้อ่านจากชุดเทพเพี้ยนฯ ต้องขอซูฮกคุณพนิดาเลยครับ แปลได้ยอดเยี่ยมระดับเดียวกับการ์ตูนชินจังกับโอ้พระเจ้าจอร์จฯ เลย หมายถึงยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดมุขตลกต่างชาติมาเป็นสิ่งที่คนไทยในสมัยปัจจุบัน สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 9 พึงเข้าใจน่ะครับ

เรื่องย่อ จะเล่ายังไงดีหว่า... ไม่ใช่กลัวว่าจะสปอยล์นะ เรื่องแพโรดี้อย่างนี้ คนที่รู้จักของจริงดีย่อมพอจะเดาเนื้อเรื่องได้ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคนเขียนจะดัดแปลงตัดต่อพันธุกรรมเสียยับเยินแค่ไหน แต่ขึ้นชื่อว่าเรื่องล้อเลียน ก็ต้องมีรายละเอียดกว่า 70% ที่โยงไปถึงต้นตอได้ล่ะน่า

เอาเป็นว่า มันเป็นเรื่องล้อเลี้ยนสตาร์วอร์สเอพพิโซดสี่ถึงหก บทที่ 1 -9 มาจาก EpIV: A New Hopeนอกนั้นที่เหลือเป็น Empire Strikes Back กับ Return of the Jedi ผสมกันเละ แต่เชื่อมะ มันมั่วได้ลงตัวมากเลยนะ

แปะเรื่องย่อพอหอมปากหอมคอจากปกหลังละกัน

พบกับเรื่องราวของอัศวินจัญไดหนุ่ม ปุ๊ก มูนวอล์กเกอร์ และเหล่าสหายสนิท ศิษย์ส่ายหน้า กับภารกิจกู้ชาติจากจักรวรรดิเล้วเลว ที่นำโดยวายร้ายหน้ามืดเป็นโรคหืดหอบ ดาร์กไวเซอร์ ซึ่งกำลังวางแผนยึดครองจักรวาล

ปุ๊กและสหายกลุ่มดี๊ดีจะขัดขวางแผนร้ายนี้ได้อย่างไร ติดตามได้ใน...

สงครามเพี้ยน เปลี่ยนจักร