Synopsis

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอาณาจักรแห่งหนึ่งอยู่ใต้พิภพ พระราชาผู้ปกครองอาณาจักรทรงมีพระธิดานามว่า เจ้าหญิงโมนนา (Princess Moanna) อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าหญิงน้อยทรงแอบหนีขึ้นไปยังโลกเบื้องบน พอขึ้นไปบนพื้นโลกก็ความจำเสื่อม เลยต้องใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ และแก่ตายเยี่ยงมนุษย์ ส่วนพระบิดาแม้จะเสียพระทัย แต่ก็ทรงเชื่อมั่นว่าสักวันเจ้าหญิงจะจุติกลับมาหาพระองค์ จึงทรงรอคอยพระธิดามาตลอด

กาลต่อมา ใน ค.ศ.1944 ประเทศสเปนเพิ่งสิ้นสุดสงครามกลางเมือง และมีการปกครองแบบเผด็จการทหารภายใต้การนำของ ฟรังซิสโก เปาลีโน เอร์เมเนฮิลโด เตโอดูโล ฟรังโก บาอามอนเด (Francisco Paulino Hermenehildo Teodulo Franco Bahamonde) หรือเป็นที่รู้จักกันสั้นๆ ว่า "จอมพลฟรังโก" เกิดการปะทะกันเรื่อยๆ ระหว่างกองกำลังทหารกับกองโจรกบฏหัวเอียงซ้ายที่เรียกร้องให้นำประชาธิปไตยกลับมา (รู้สึกว่าคุ้นๆ มั้ย อย่างว่า ประวัติศาสตร์ในโลกมันก็ซ้ำรอยเช่นนี้ประจำแหละครับ ถึงจะไม่เหมือนเป๊ะ 100% ก็ตาม)

ด.ญ.โอเฟเลีย (Ofelia - ถ้าอ่านสำเนียงอิงลิชจะเป็น "โอฟีเลีย" ซึ่งใครพอใจจะอ่านตามก็เชิญ แต่ จขบ.ขออ่านแบบสแปนิชครับ) นางเอกวัยสิบเอ็ดขวบ ผู้ชอบอ่านนิทานและหนังสือพาฝันสไตล์แจ่มใสกับคาร์เมน (Carmen) ผู้เป็นแม่ มีอันต้องมาข้องเกี่ยวกับกองทหารของฟรังโก เหตุเพราะคาร์เมนแต่งงานใหม่กับผู้กองวีดัล (Captain Vidal) นายทหารกร้านโลกจอมซาดิสต์ผู้จงเกลียดจงชังฝ่ายซ้ายเหมือนเป็นกองขี้ เมื่อคาร์เมนท้องแก่ได้ที่ พร้อมจะคลอดลูกให้สามีใหม่ วีดัลก็ส่งรถทหารไปรับเธอกับลูกมาอยู่ที่ค่ายพักทหารกับตน

ระหว่างเดินทาง โอเฟเลียเจอแมลงประหลาดเข้าโดยบังเอิญ เป็นตัวอะไรสักอย่างที่เหมือนลูกผสมตั๊กแตนตำข้าวกับตะขาบ (ก็ตัวมันยาวๆ เหมือนตะขาบง่ะ) แม่หนูก็ทึกทักเอาว่าเป็นนางฟ้า (เออ ดีนะ นางฟ้ามีหกขาด้วย) จากนั้นรถทหารก็มาถึงค่ายพัก ที่ซึ่งโอเฟเลียได้รู้ว่ามีเขาวงกตเป็นวงกลมเจ็ดชั้นตั้งอยู่ข้างๆ

ตกดึก หลังจากคุณแม่หลับสนิทแล้ว ไอ้เจ้า "นางฟ้า" ก็มาหาโอเฟเลีย แล้วก็แปลงร่างให้เหมือนนางฟ้าในหนังสือที่โอเฟเลียเปิดให้ดู คือเป็นคนตัวเล็กๆ หูแหลม มีปีกใสๆ นางฟ้าพาโอเฟเลียเดินฝ่าเข้าไปยังใจกลางเขาวงกต ณ ที่นั่น เธอได้เจอกับ "ฟอน" (Faun) ภูติแห่งพงไพรที่มีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งแพะ ฟอนบอกว่าโอเฟเลียคือเจ้าหญิงโมนนากลับชาติมาเกิด และต้องปฏิบัติภารกิจสามประการให้สำเร็จก่อนพระจันทร์จะเต็มดวง เพื่อที่จะได้กลับสู่อาณาจักรใต้พิภพที่เธอจากมา

และแล้ว โอเฟเลียก็ต้องผจญกับภยันตรายต่างๆ ทั้งจากสิ่งที่ภารกิจของฟอนนำเธอไปพบ และจากบุคคลอันตรายที่อยู่รอบตัว...

เล่าไม่ให้สปอยล์ก็คงแค่นี้ล่ะครับ (ถึงหนังจะออกโรงไปแล้ว แต่คนที่รอดูหนังแผ่นก็ยังมีอยู่ การไม่สปอยล์คือการรักษาน้ำใจคนเหล่านั้นครับ)

^(พูดไปงั้นแหละ จริงๆ คือ จขบ.ชักขี้เกียจพิมพ์ขึ้นมาดื้อๆ เพราะเดี๋ยวต้องพิมพ์หัวข้ออื่นๆ อีก อิๆ)

Title

ก่อนที่จะนำมาฉายในอังกฤษและอเมริกาตอนปลายปีที่แล้ว Pan's Labyrinth มีชื่อเป็นภาษาสเปนว่า "El Laberinto Del Fauno" (เอล ลาฟเวรินโต เดล ฟาวโน) แปลตรงตัวคือ "เขาวงกตแห่งฟอน"

อันว่าฟอน (Faun) นี้เป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษจำพวกหนึ่งในเทวตำนานโรมัน เป็นไฮบริดระหว่างคนกับแพะ วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเดินกินลมชมวิวตามป่าเขาลำเนาไพร ว่างๆ ก็เป่าขลุ่ยที่ทำจากต้นอ้อต้นหลิวแล้วก็วิ่งไล่จับนางไม้กับพรายน้ำเล่น ถึงจะทำตัวเหลวไหล แต่พวกเขาก็เป็นสมาชิกกลุ่มกรีนพีซนะ ใครมาทำลายธรรมชาติ พวกฟอนจะโกรธมาก เพราะฉะนั้นยุโรปโบราณจึงจัดให้ฟอนเป็นภูตประจำพงไพร มีฟอนระดับสูงที่ได้รับสถานะเทพเจ้าสองตนชายหญิง คือ ฟอนัส (Fauna) และ ฟอนา (Fauna) ตามลำดับ ส่วนฟอนที่มีชื่อเสียงในวรรณกรรมร่วมสมัยตนหนึ่งก็เห็นจะเป็นตาคุณทัมนัส (Mr.Tumnus) ในนาร์เนียภาคตู้พิศวง ในฉบับหนังสือแกเป็นสุภาพฟอนมากๆ แต่ในฉบับภาพยนตร์จะออกหื่นนิดๆ โลลิคอนหน่อยๆ (ลองสังเกตสายตามันเวลามองหนูลูซี่สิครับ)

ในปกรณัมกรีกก็มีอมนุษย์ที่มีลักษณะคล้ายพวกฟอน จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็น counterpart หรือคู่เหมือนของฟอน (เหมือนกับที่จูปิเตอร์เป็นคู่เหมือนของซูส อันเป็นผลจากการที่โรมรับเอาวัฒนธรรมกรีซไปหลังจากถล่มกรีซเสียยับเยิน) นั่นก็คือพวกเซเทอร์ (Satyr) ลักษณะนิสัยก็คล้ายๆ กับฟอนเลย ต่างกันนิดเดียวตรงที่ขาของเซเทอร์จะเหมือนขาคน ส่วนขาของฟอนเป็นแบบขาแพะอันนี้ใครที่เคยดูการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์เรื่อง เฮอร์คิวลิส (Hercules) คงจำท่านอาจารย์ฟิล็อกเททีส (Philoctetes) ได้ นั่นก็เป็นเซเทอร์ตนหนึ่ง

ในเทวตำนานกรีกของจริง เซเทอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุด (และเป็นตัวเดียวที่มีชื่อ) คือ "แพน" (Pan) จะว่าไป แพนก็ไม่ใช่เซเทอร์ธรรมดา แต่เป็นเซเทอร์ระดับ Inw เพราะเป็นลูกของนางไดรโอพี (Dryope) นางนิมฟ์แห่งอาร์เคเดีย กับเฮอร์เมส (Hermes) หนึ่งในสมาชิกเทพยสภาแห่งโอลิมปัส เทพเจ้าแห่งการแพทย์ การเดินทาง การลักขโมย การตอหลดตอแหล ด้วยกรรมพันธุ์ที่สืบสายตรงมาทางพ่อและปู่ (เฮอร์เมสก็ลูกซูสองค์หนึ่งจ้ะ) จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่แพนจะประพฤติตนได้กะล่อนและเจ้าชู้ประตูดินเหนือใคร ยังไม่พอนะ บางครั้งมันยังของขึ้น ร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายขึ้นมาคนเดียวกลางป่า ทำให้คนที่เดินป่าและหลงป่าตกใจเล่นอย่างไรก็ดี แพนก็เป็นเทพที่อ่อนโยน รักธรรมชาติอันสวยงาม (คงรวมไปถึงรักนางนิมฟ์ที่สถิตอยู่ตามที่ต่างๆ ในธรรมชาติด้วย) ชาวกรีกจึงบูชาแพนในฐานะเทพผู้พิทักษ์พงไพร

สามย่อหน้าที่เสียไปนั้น เพื่อบอกเล่าความรู้สึกของ จขบ.ว่า มันไม่น่าใช้ชื่ออังกฤษว่า Pan's Labyrinth ด้วยเหตุผลว่า เราไม่สามารถเทียบสมการ "แพน = ฟอน" ได้ เพราะถึงแม้แพนจะเป็นเซเทอร์ หรือก็คือฟอนของตำนานโรมัน แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าแพนเป็นฟอนระดับ Inw ไม่อาจเทียบกับสามัญฟอนทั้งหลายได้ กรณีเดียวกับที่ไครอน (Chiron) ซึ่งเป็นเซ็นทอร์ (Centaur) ระดับเทพอยู่เหนือเซ็นทอร์ตัวอื่นๆ อีกทั้งฟอนเขาโง้งในเรื่องก็ไม่ได้บอกว่าตนชื่อแพนหรือขุนแผนแต่ประการใด บอกแค่ว่าเป็นฟอนตนหนึ่ง สรุปแล้วคือแพนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยแม้แต่น้อย แค่โดนแอบอ้างชื่อ สามารถฟ้องร้องค่ายหนังได้ เปลี่ยนชื่อหนังเป็น "Faun's Labyrinth" น่าจะดีกว่า

อย่างไรก็ดี จขบ. เชื่อว่า การใส่ชื่อแพนในชื่อภาษาอังกฤษของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดความสนใจของคนที่สนใจในเทวตำนานทั้งกรีกและโรมัน ซึ่งก็บรรลุจุดประสงค์ได้อย่างดีทีเดียว (จขบ.คนหนึ่งละที่หลวมตัวไปดูด้วยเหตุดังกล่าว ^_T)

ส่วนชื่อไทย "อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต" ผมขอไม่พูดถึง แต่ขอไว้อาลัยให้กับการตั้งชื่อไทยได้สิ้นคิดสามวินาที เพราะมันดึงดูดลูกค้าได้ผิดกลุ่มเป้าหมายสิ้นดี รอบแรกที่ผมไปดู มีแต่คนจูงลูกจูงหลานมาดูกันทั้งน้าน เหอะๆ แล้วเป็นไงล่ะ สงสัยจะไม่ได้ดูเทรลเลอร์หนังในทีวีมาก่อน

Plot

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องตามลำดับเวลา (Chronological Order) ดูเข้าใจง่ายดีครับ ไม่ซับซ้อนวกวนไปมา จะมีก็แต่ตอนต้นเรื่องที่เป็นตอนจบของเรื่องด้วย เอ๊ะ! นี่ไม่เข้าข่ายสปอยล์ใช่มะ เหอะๆ

อย่างไรก็ดี เรื่องของเด็กกับมิติมหัศจรรย์ และเด็กกับผลพวงของสงครามนี่มีเรื่องนำมาใช้ไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว บางเรื่องก็เป็นแรงบันดาลใจให้ Pan's Labyrinth ด้วย แต่ด้วยความที่เรื่องนี้ไม่ใช่หนังสำหรับดูกันทั้งครอบครัว อันเป็นผลมาจากองค์ประกอบอันโหดร้ายสุดสยิวกิ้วทั้งหลายแหล่ในเรื่อง เลยทำให้ "เกือบ" เดาตอนจบไม่ได้ (แค่เกือบนะครับ เพราะคอหนังที่มีประสบการณ์โชกโชนกับ Drama โหดๆ มักจะเจอหนังแนวนี้มาบ่อยละ)

กลายเป็นว่าในข้อนี้ กรูพิมพ์อะไรไม่รู้เรื่องเลยวุ้ย รีบเปลี่ยนหัวข้อดีกว่า แว่บ!

Characterization

ข้อนี้ขอพูดรวมถึงการแสดงของตัวละครด้วยนะครับ

สิ่งหนึ่งที่แบ่งแยกความเป็นหนังเด็กกับหนังผู้ใหญ่คือ มิติของตัวละครฝ่ายตรงข้ามหรือตัวร้าย (Antagonist) ถ้าเป็นหนังสำหรับเด็ก ตัวร้ายทำอะไรก็ร้ายวันยังค่ำ และคนดูจะไม่มีสักโอกาสในการแสดงความเห็นใจตัวร้ายสักนิด ยิ่งดูก็ยิ่งเกลียด เหมือนละครหลังข่าวภาคค่ำของไทย

เรื่องนี้ ตัวละครฝ่ายตรงข้ามคือ ผู้กองวีดัล ทหารนายนี้แกร้ายแบบโหดๆ ขรึมๆ อะ ไอ้ขรึมๆ นี่พอเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของวินัยทหาร เพราะดูๆ ไปแล้ว วีดัลก็ชวนให้นึกถึงพ่อผมที่เป็นทหารเหมือนกัน (ซะงั้นน่ะ) ส่วนไอ้โหดๆ นี่ออกจะสุดโต่งไปหน่อย คือแกซาดิสต์ครับ ชอบทรมานเชลยให้ออกเลือดเล่นๆ แบบ The Punisher (ภาคเกมนะ ภาคหนังไม่ค่อยโหดสะใจ)ดูจนจบเรื่องแล้วพอเข้าใจว่าเขาเติบโตมาใต้เงาของพ่อที่เป็นนายพลมาตลอด ไหนจะเรื่องวีรกรรมที่พ่อสร้างไว้ รวมถึงเรื่องนาฬิกาพกด้วย เหล่านี้ (น่าจะ) ทำให้วีดัลรู้สึกอิจฉาพ่อ ความจริงก็คงแอบชื่นชมพ่อด้วยแหละ แต่คงเพราะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆหรือไม่เคยเลยท่านกะปิตันเลยต้องเก็บงำความอิจฉานี้ไว้ในใจมาตลอด เป็นกรณีศึกษาของปมอีดิปุสอีกกรณีได้เลยนะเนี่ย ดังนั้น แกจึงพยายามโหดให้เต็มที่ แต่ก็เป็นความโหดในฐานะทหาร โดยหวังว่าจะได้สร้างชื่อเหนือพ่อตัวเอง

ปมปัญหาในจิตใจของวีดัลทำให้เขาเป็นตัวละครที่มี "มิติ" ในระดับหนึ่ง แค่ระดับหนึ่งนะครับ เพราะตัวแกเองก็ยังมีด้านที่ทำให้ดูร้ายอย่างไร้เหตุผลอยู่ดี อย่างตอนที่จัดงานเลี้ยงที่บ้านพักแล้วเชิญพวกไฮโซไฮซ้อมาทานข้าวแล้วแกก็ดูถูกพวกฝ่ายซ้ายว่างี่เง่าที่คิดว่าทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ถ้าจะให้มองในแง่จิตวิทยาแล้วก็ยอมรับได้ เพราะแกคงโตมาด้วยความเชื่ออย่างนั้นตลอด ประกอบกับเป็นทหารแล้วด้วย ท่านผู้นำฟรังโกว่าไง ผู้น้อยเช่นเขาก็ต้องเฮโลไปด้วยอยู่แล้ว

จริงๆ ผู้กองก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะ แต่แกก็พลาดในการเรียกคะแนนจากคนดูเพราะมีศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ เหมือนที่แกบอกคุณน้าเมอร์เซเดสไงว่าศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของแก (วีดัล) ขนาดจะตายย