[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   มาฮาเดล มหาวิทยาลัยมหาเวท ภาค ดวงตาจตุรภพ
ผู้เขียน   Num M.U.
สำนักพิมพ์   สถาพรบุ๊คส์
พิมพ์ครั้งแรก   ตุลาคม 2549
จำนวนหน้า   304 หน้า
ราคาปก   190 บาท
ISBN   974-9967-64-X

ช่วงนี้เป็นเทศกาลประกาศผลสอบ Admission เป็นการฉลองเข้ามหาวิทยาลัยของใครหลายคน และเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของจิตใจของใครอีกหลายคนด้วย ในโอกาสนี้ ผมจึงขอหยิบหนังสือที่มีเรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมาวิจารณ์ในคราวนี้ (จริงๆ อยากรีวิว Z.A.C. ใจจะขาด เพราะมีหัวข้อให้พูดเยอะเหลือเกิน แต่ จขบ.กลัวจะจมความฟุ้งซ่านของตัวเองตาย จึงต้องผลัดเอาไว้คราวต่อไปแทน ขอไปตั้งสติให้มั่นก่อนครับ)

มาฮาเดล มหาวิทยาลัยมหาเวท เป็นผลงานลำดับที่ 278 ในเครือสถาพรบุ๊คส์ เป็นวรรณกรรม Genre แฟนตาซีที่ถูกสำนักพิมพ์ติดป้ายไว้ว่าเป็น "วรรณกรรมเยาวชน" (จะว่าไป สนพ.นี้ รวมถึง สนพ.อื่นๆ ร่วมสมัยค่อนข้างสับสนกับคำว่า "วรรณกรรมเยาวชน" เพราะบางเรื่องที่มีคำคำนี้ขึ้นหราอยู่ตรงปกหลังน่ะมันไม่ใช่หนังสือสำหรับเยาวชนสักนิด แต่เราจะไม่พูดถึงเพราะมันนอกประเด็น) เปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 11 ในงาน "Love Fiction & Fantasy World" เช่นเดียวกับเรื่องลาเซนตราที่เพิ่งรีวิวไป

เอาเข้าจริง มาฮาเดลก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นหรือแปลกใหม่ไปจากวรรณกรรมแฟนตาซีที่มีเกลื่อนแผงหนังสือในตอนนี้นัก แต่ก็มีความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจประการหนึ่ง นั่นคือ ผู้เขียน คุณหนุ่ม เป็นผู้ชาย และเพศชายก็เป็นเพศที่มีอยู่จำนวนน้อยในวงการแฟนตาซีของเมืองไทยในปัจจุบัน จึงแน่นอนว่าผลงานของผู้ชายทั้งแท่งอย่างคุณหนุ่มย่อมต้องไม่เหมือนกับของผู้เขียนที่เป็นผู้หญิง แต่จะไม่เหมือนตรงจุดไหน เดี๋ยวจะแถลงไขให้ทราบภายหลังครับ

อนึ่ง ผมรู้แล้วว่ามาฮาเดล ภาค 2 ออกวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ชื่อเอ็นทรี่ผมก็บอกไว้เรียบร้อยแล้วว่าเป็นรีวิวเฉพาะภาค "ดวงตาจตุรภพ" ซึ่งเป็นเล่มแรกของซีรีส์ นั่นคือผมวิจารณ์เอาจากสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่แค่ในเล่มหนึ่ง ในเล่มแรกเพียงเท่านั้นที่เป็นจักรวาลของมาฮาเดลที่ผม (คิดว่า) รู้จัก ฉะนั้นหากข้อความใดๆ ในเอ็นทรี่นี้มีใจความขัดกับภาค "วิญญาณอัศวิน" ก็รบกวนท่านผู้อ่านช่วยทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ด้วยครับ เหอๆ

Synopsis

"คาริน คารินดา" และ "รีฟา อัลซาเดส" คู่หูคู่เกย์ เอ๊ย! คู่ฮาผู้มีพลังเวทแฝงในตัวเกินคนธรรมดาจนได้รับสมญานาม "ตัวประหลาดแห่งเอดา" มีอันต้องระเห็จจากบ้านเกิดเข้าสู่เมืองกรุงเพราะได้รับทุนเรียนฟรีจากมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างฮอกวอร์ตส์...อุ๊ย ผิดเรื่อง เอาใหม่...อย่าง "มาฮาเดล"

ระหว่างทาง ทั้งคู่ได้พบกับเพื่อนใหม่ชื่อ "ราฟ" เด็กหนุ่มผู้มีเชื้อสายภูต และแล้ว ดังคำโบราณว่าไว้ ฝนตกขี้หมูไหล คน...อะไรมาพบกัน ดาบวิเศษของทั้งสามคนสร้างปาฏิหาริย์ร่วมกันด้วยการปลดผนึกสุดยอดแรร์ไอเท็มในตำนาน ดวงตาจตุคาม...ขอโทษครับ จะเลิกเล่นมุขควายๆ ยังงี้ล่ะนะ T_T... "ดวงตาจตุรภพ" ซึ่งว่ากันว่ากักเก็บพลังเวทชั้น Advanced เอาไว้มากมาย และถ้าปล่อยให้ตกอยู่ในมือคนชั่วก็คงจะไม่ดีแน่เลยล่ะตัวเอง ดังนั้นทั้งสามคนจึงต้องรับผิดชอบร่วมกันในฐานะผู้ดูแลดวงตาจตุรภพ

หลังจากนั้นไม่นาน เหตุการณ์ก็ไปในทำนองฟิคแนว รร.มหัศจรรย์ คือมีการแบ่งสาขาไปอยู่ปราการต่างๆ มีการเรียนการสอนและการสอบ และที่ขาดไม่ได้...เรื่องสวีทระหว่างเพื่อนร่วมรุ่นร่วมชั้น
อย่างไรก็ดี ความสงบสุขก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก "ไซครัส" จอมเวทผู้ทรยศต่อราชสำนักแดนปีศาจยกทัพก่อศึกไปทั่วทุกแดนดิน มาฮาเดลดินแดนที่วางตัวเป็นกลางเหมือนสวิสฯ ก็ไม่พ้นจากการโดนโจมตี เหล่านักศึกษาเวท รวมทั้งสามหนุ่มสามมุม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิทักษ์มหา'ลัยตั้งแต่แรกเข้าจึงถูกเรียกตัวมาช่วยในการศึกคราวนี้ด้วย

โดยหารู้ไม่ว่า...ทั้งหมดเป็นแผนที่ไซครัสวางเอาไว้เพื่อหวังครอบครองดวงตาจตุรภพ

อ่า...เรื่องนี้ผมอ่านจบก่อนลาเซนตราเสียอีก รายละเอียดส่วนใหญ่ก็ลืมๆ ไปบ้างแล้ว ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดก็ขออภัยคุณหนุ่มและแควนๆ ด้วยนะครับ ^_^!

Title

ชื่อเรื่องไม่มีปัญหาครับ ออกจะเหมาะสมเพราะมีการเล่นเสียง /ม/ ในทุกคำหลักๆ ทำให้คล้องจองและจำง่ายดี

แต่ผมคลับคล้ายคลับคลาจะจำได้ว่า ในงาน Love Fiction & Fantasy World สักครั้งหนึ่ง จำไม่ได้ว่าครั้งไหน แต่เป็นครั้งที่มีผู้เขียนแนวแฟนตาซีที่เพิ่งเปิดตัวผลงานใหม่มาเสวนาและแจกลายเซ็น ตอนนั้นจำได้ว่ามีคุณทราย คุณหนุ่ม แล้วก็พี่คนที่เขียนอาเซนธาเรีย (ขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าพเจ้าจำท่านไม่ได้ เพราะไม่เคยอ่านเรื่องนี้สักเล่มเลย) พิธีกรถามคุณหนุ่มว่า ชื่อมาฮาเดลมีที่มาจากอะไร

คุณหนุ่ม..."มาฮาเดล เพี้ยนมาจาก มหิดล ครับ" (หรืออะไรทำนองนี้)

เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากผู้ชมได้มากมาย เยี่ยมครับ เยี่ยม สร้างสรรค์ดี...เอ...ว่าแต่ว่า...มหิดล นี่ พระนามพระมหากษัตริย์ไม่ใช่เหรอครับ o_O?!?

ง่า...ยังไงก็เถอะ เขาก็ไม่ได้เอามาใช้ตรงๆ เสียเมื่อไหร่ ดัดแปลงแล้วนะ อย่าฟุ้งซ่านดิ นัง จขบ.

เออๆ รู้สึกว่าพิธีกรจะแกล้งถามต่อ ประมาณว่า แล้วอย่าง จุฬาฯ ล่ะ รู้สึกคุณหนุ่มจะตั้งให้เป็น "จูเลียโรส" หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ ซึ่งนี่ก็พระนามพระมหากษัตริย์อีกเช่นกันไม่ใช่เหรอครับ

เหอๆ พอดีกว่า พิมพ์ไปรู้สึกคันหัวยิบๆ เดี๋ยวขี้กลากจะพาลรับประทานหมดทั้งหัวเสียก่อน

Cover

ปกเล่มนี้รู้สึกว่า (ความคิดเห็นส่วนตัว) ไม่ค่อยสวยเลยครับ สู้เรื่องอื่นๆ ที่ออกพร้อมๆ กันไม่ได้ ที่ว่าไม่สวยนี่ไม่ได้พูดในแง่รูปนะครับ รูปงามครับ จัดองค์ประกอบใช้ได้ แต่ที่ผมไม่ค่อยชอบคือโทนสีที่ออกเลือดหมูๆ มันดูแปลกๆ ไม่ชวนให้อ่านอย่างแรง ยิ่งท้องฟ้าที่เป็น BG นี่ช้ำเลือดช้ำหนองได้อารมณ์มากเลย

บรรยากาศที่ออกสีแดงเลือดหมูแบบนี้ดูคล้ายๆ กับท้องฟ้าตอน 14 ตุลาฯ ยังไงยังงั้น คือมันให้บรรยากาศของสงคราม การสู้รบ และคนที่ได้รับผลเสียจากสงคราม ไม่ว่าจะบาดเจ็บหรือล้มตาย แต่นังพวกบอยแบนด์ที่พรีเซนต์ตัวกันหน้าสลอนนี่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับสงครามสักนิด มันดูเหมือนว่าเขาแอบแว่บมาถ่ายรูปหมู่กันในขณะที่เพื่อนๆ ที่เหลือรบกันอยู่ในฉากหลังง่ะ Foreground กับ Background มันไม่โคกันครับ ถ้าเปลี่ยนฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใสไปเลย หรือเอาให้เป็นสีแดงแบบแดงจริงๆ แดงสดๆ เหมือนฟ้ายามเย็นก่อนอาทิตย์ตกดิน ไม่ทึมเป็นเลือดหมูแบบนี้น่าจะเข้ากับใบหน้าสบายอารมณ์ของทั้งสี่หนุ่มมากกว่า

พูดถึงสี่หนุ่มนี่ก็ขอว่าต่อไปเลยแล้วกัน ภาพของทุกคนละเอียดและสวยดีครับ ถึงแม้มันชวนให้หัวใจจะ Y ยังไงๆ อยู่ ก็ดูดิ มีเมะสอง เคะสอง เข้าคู่กันพอดีเนอะ เหอๆ อ่า...ใช่ๆ ติตรงจุดนี้นิดนึงครับ ตรงที่อิมเมจของคารินกับเรฟดูจะสลับกัน คารินน่าจะดูเฮฮากว่านี้ ส่วนเรฟก็ทำตัวให้สงบเสงี่ยมและสุขุมหน่อย พูดง่ายๆ คือทำ Face - off พวกมันกันเถอะ นอกจากนี้ Perspective ของภาพทำให้ผมงงๆ เยี่ยงไรไม่รู้ คือราสมันเตี้ย หรือรีฟามันสูงผิดมนุษย์มนาครับ ดูจากทิศและท่าทางที่ยืนแล้ว พวกเขาน่าจะยืนใกล้ๆ กัน จึงไม่น่าใช่ว่าสัดส่วนลดหลั่นลงไปตามระยะทาง

อนึ่ง สำหรับคนที่ไม่รู้จักตัวละคร ผมขอระบุตามสีผมนะครับ: คาริน = น้ำตาล / รีฟา = ดำ / ราส = เงิน (มาอีกละ พวกหัวหงอกก่อนวัยอันควร ="=) / เรฟ = บลอนด์

ตัวอักษรชื่อเรื่องก็สวยดีครับ แต่ยังดูธรรมดาไปนิด ไม่ค่อยเก๋ไก๋ได้ใจสักเท่าไร น่าจะให้มีรูปทรงพลิ้วๆ หรือเพิ่มลายฉลุไปสักหน่อย หรือถ้ายังไม่ไหวจริงๆ เอาตรามหาวิทยาลัยย้ายจากบนปกหลังมาอยู่ตรงชื่อเรื่องแล้วจัดองค์ประกอบดีๆ ผมว่าน่าจะดูดีขึ้นนะ

ส่วนปกหลัง เอาหน้าตัวละครมาเรียงเป็นแคตตาล็อกโดยมีท้องฟ้าสีเหมือนแผลตกสะเก็ดเป็นฉากหลังนี่ทำให้มันดูธรรมด๊า ธรรมดามากเลยครับ น่าจะมีลูกเล่นอะไรมากกว่านี้ หรือถ้าคิดไม่ออกก็วาดให้เป็นฉากที่ยาวต่อจากปกหน้า แล้วเพิ่มภาพตัวละครเด่นๆ ที่น่าจะมีบารมีและคะแนนโหวตไม่น้อยไปกว่าวงยูโฟร์ตรงปกหน้า อาทิ รุ่นพี่ฮาเดสกับรุ่นพี่อาเรีย ฯลฯ

ที่ชอบสุดคือตรงสันครับ เรียบง่าย ชัดเจน ไม่ละเอียดจนเกินงาม สมเป็นสันหนังสือ แล้วก็ชอบดวงตาจตุรภพด้วย ภาพมันขโมยซีนของสันหนังสือทั้งหมดไปเลยทำให้เด่นขึ้นมาเหนือพื้นสีแดงเลือดหมู เป็นส่วนที่ช่วยทำให้หนังสือเด่นขึ้นมาเมื่อวางแนวตั้งบนชั้นหนังสือครับ

แต่ก็ไม่แน่...พอพลิกมาดูปกปุ๊บ...หยิบกลับไปวางคืนที่ชั้นปั๊บ (ล้อเล่นนะครับคุณคนออกแบบปก ยังไงภาพคุณก็วาดสวยดีน้า ดึงดูด Perspective Customers กลุ่มหลัก คือวัยรุ่นและเยาวชนได้ดีครับ)

</