[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Harry Potter and theDeathly Hallows(Vol.7)
ผู้เขียน   J.K.Rowling
สำนักพิมพ์   Scholastic
พิมพ์ครั้งแรก   กรกฎาคม 2550
จำนวนหน้า   790 หน้า
ISBN-13  
978-0-545-01022-1
ISBN-10   0-545-01022-5

สุขสันต์วันที่ 31 ก.ค. วันเกิดของ โจแอน แคธลีน โรวลิ่ง และตัวเอกตลอดกาลของงานเขียน Masterpiece ของเธอ พ่อหนุ่มแฮร์รี่ พอตเตอร์

ย้อนขึ้นไปก่อนหน้านี้สิบวัน เป็นวันที่แฟนๆ หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์รอคอยมาตลอด ขณะเดียวกันก็เป็นวันที่แฟนหลายๆ คนไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาถึงและแอบไม่ต้องการให้มาถึงเช่นกัน นั่นเพราะในวันที่ 21 ก.ค. 2550 หนังสือเล่มที่ 7 ในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายได้รับการเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลก (แม้ว่าจะมีบางสถานที่ รวมทั้งในอินเตอร์เน็ต ที่มีการเผยแพร่เล่ม 7 นี้ก่อนเวลาดังกล่าว ซึ่งหลายแห่งที่ทำอย่างนั้นก็โดนฟ้องร้องกันหน้าชื่นตาบานไปเรียบร้อยโรงเรียนฮอกวอร์ตส์แล้ว)

จขบ.ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รอคอยเล่ม 7 อย่างใจจดใจจ่อ ชั่วแต่ว่าไม่ได้สั่งจองหรือไปต่อคิวรอตามร้านหนังสือเท่านั้น รอซื้อมันวันที่ 21นั่นเลย แล้วก็ตะลุยอ่านสาวันสองคืนจบ หนังสงหนังสือสอบไม่อ่าน (เพราะมีสอบแต่วิชาปฏิบัติ ไม่ต้องใช้ความจำ กร๊าก!)

พออ่านจบแล้วก็ต้องขอบอกว่า "3 อ."...อึ้งกิมกี่ อิ่มเอมใจ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกอ้างว้างอย่างไรไม่รู้

ผมได้มีบุญวาสนาอ่าน Harry Potter and the Philosopher's Stone ครั้งแรกเมื่อปี 2541 ตอนนั้นอยู่ ม.1 เองมั้ง แล้วก็ตามอ่านมาเรื่อยๆ ได้เฝ้ารอ ติดตาม และคอยลุ้นระทึกกับการผจญภัยของแฮร์รี่และเพื่อนๆ มาตลอดเก้าปี จนแฮร์รี่เป็นเหมือนน้องชายและเพื่อนคนหนึ่งก็ว่าได้ (ต้องบอกว่าเป็นน้องชาย เพราะตอนที่ได้อ่านแต่ละเล่ม ผมมีอายุมากกว่าแฮร์รี่อย่างน้อยก็หนึ่งปีตลอด เหอๆ)

พอมาวันนี้ น้องชายและเพื่อนคนที่เราเคยเฝ้ารอคอย เคยให้กำลังใจ เคยร่วมสุขและเศร้าไปด้วยได้เดินทางมาถึงบทสรุปของตัวเขาเองแล้ว ก็ชวนให้อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวอย่างไรไม่รู้ เหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายขาดหายไป หรือจะเป็นเพราะหนึ่งในสิ่งที่เคยเฝ้ารอคอยได้บรรลุไปเรียบร้อยแล้ว เลยรู้สึกว่าเป้าหมายในชีวิตมันแหว่งๆ วิ่นๆ อย่างไรชอบกล

เคยได้เดินทางร่วมกับแฮร์รี่มาตลอด จนตอนนี้แฮร์รี่ไปถึงเป้าหมายแล้ว ก็เหลือแต่เราที่ยังต้องเดินตามหาเป้าหมายของตัวเองต่อไป

Growing-up Novel

พูดถึงเรื่องการเดินทางและการเติบโต ต้องบอกว่าหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นวรรณกรรมเยาวชนชุดพิเศษ แตกต่างจากวรรณกรรมเยาวชนซีรีส์อื่นๆ ด้วยความที่เป็นหนังสือชุดที่โตไปพร้อมๆ กับผู้อ่าน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้คุยกับรุ่นน้องปี 1 คนหนึ่ง น้องเขาบอกว่ารุ่นเขานี่เป็นรุ่นที่เรียกได้ว่าโตมาพร้อมกับแฮร์รี่ทีเดียว เพราะได้อ่านและได้รู้จักกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ อ่อนกว่าแฮร์รี่หนึ่งปี ปัจจุบันพอจบเล่มเจ็ดก็อายุมากกว่าแฮร์รี่สักปีสองปี แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นได้เติบโตไปด้วยกันกับแฮร์รี่และเพื่อนๆ และรับรู้เรื่องราวที่ค่อยๆ ทวีความเข้มข้นและซับซ้อนขึ้นทีละเล่มๆ ไปพร้อมกันด้วย

ผมได้อ่านเล่ม 1 ครั้งแรกเมื่อตอนอายุประมาณ 12 - 13 ซึ่งวุฒิภาวะและความคิดยังไม่ค่อยจะมี อย่างน้อยก็มีไม่เท่าแฮร์รี่และเพื่อนๆ ที่อายุประมาณ 11 ขวบ แต่ก็คิดว่าเข้าใจเรื่องราวและการผูกการคลายเงื่อนผมทุกปมที่ป้าโจใส่เอาไว้ เพราะภาษาและลักษณะการบรรยายเรื่องของเล่ม 1 นั้นเอื้อต่อความเข้าใจของเด็กอายุสิบต้นๆ ไม่ได้ปรุงแต่งจนวิลิศมาหราแต่อย่างใด ประกอบกับการดำเนินเรื่องที่สนุก เข้มข้น รวดเร็ว ทำให้เด็กๆ ชอบได้โดยง่าย

เล่ม 2 และเล่ม 3 ความลึกลับซับซ้อนและความเข้มข้นของเรื่องก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงเล่ม 4 ที่จิตด้านมืดของแฮร์รี่เริ่มแย้มพรายออกมาให้เห็น ภาพพจน์ของแฮร์รี่จากเด็กชายผู้กล้าหาญเริ่มถูกอีกด้านหนึ่งซ้อนทับ ด้านที่แสดงให้คนอ่านเห็นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แฮร์รี่แบกรับอะไรไว้มากมายเกินกว่าที่เด็กอายุสิบกว่าปีคนหนึ่งควรจะรับ และเริ่มแสดงผลของอาการเก็บกดให้เห็นเด่นชัด แต่ผู้อ่านที่ตามอ่านมาตั้งแต่ครั้งเล่มแรกออกใหม่ๆ ก็คงไม่อาจตำหนิแฮร์รี่ได้ เพราะจะเข้าใจเขาเหมือนกับที่เข้าใจตัวเอง ด้วยว่าประสบการณ์ของผู้อ่านที่มีมากขึ้นทำให้เข้าใจตัวละครและความซับซ้อนของเรื่องราวได้มากขึ้น

และเมื่อมาถึงเล่ม 7 เล่มสุดท้าย ผู้อ่าน (ที่ตามอ่านมาตั้งแต่เล่มแรกครั้งพิมพ์ใหม่ๆ) ก็จะได้รู้ว่าตลอดทั้งเจ็ดเล่มที่ผ่านมา ป้าโจต้องการส่ง "สาร" อะไรให้คนอ่านรับรู้ ซึ่งทำให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ กลายเป็นวรรณกรรมที่มีเป็นวรรณกรรม Interpretive เป็นวรรณกรรมสะท้อนสังคม มี Theme ประกอบ หลุดพ้นจากความเป็นวรรณกรรม Escape หรือวรรณกรรมลวงโลก อ่านเพื่อหลีกหนีความเป็นจริงอันโหดร้ายโดยสมบูรณ์

อันที่จริง ลักษณะพิเศษของวรรณกรรมชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์นี้ไม่ได้ถูกป้าโจสร้างขึ้นเป็นที่แรก แต่กระจัดกระจายกันไปในวรรณกรรมเยาวชนสองประเภท

ประเภทแรกมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "Bildungsroman" (Growing-up Novel) เป็นวรรณกรรมที่ดำเนินเรื่องราวผ่านการเติบโตของตัวละครเอก ทั้งทางกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ ตลอดทั้งเรื่อง ผู้อ่านจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครเอกและ/หรือตัวละครรอบข้าง จากที่เคยมีนิสัยอย่างหนึ่ง พออ่านจนจบเรื่อง ก็เปลี่ยนเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจากที่นิสัยไม่ค่อยดี ไม่น่าคบ ไปเป็นแบบที่ยอมรับได้ อยู่ร่วมกันในสังคมได้อาจเปลี่ยนไปแค่นิดหนึ่ง หรือเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ตย.ที่เด่นชัดก็ได้แก่ "พ่อมดแห่งออซ" (The Wonderful Wizard of Oz)ของโบม (L.Frank Baum) "The Great Expectation" ของดิคเก้นส์ (Charles Dickens) ฯลฯ ส่วนของไทยก็มีเรื่อง "เจ้าชายไม่วิเศษ" ของ อ.ปรีดา อัครจันทโชติ และไตรภาค "เซรีญา" ของพี่เคียว พัณณิดา ภูมิวัฒน์ เป็นต้น

ประเภทที่สอง ไม่มีชื่อเรียกเป็นทางการ หรือถ้ามี จขบ.ก็คงไม่รู้ จึงขอถือวิสาสะเรียกว่า "Universal Children Literature" หรือวรรณกรรมเยาวชนสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ที่เรียกเช่นนี้เพราะวรรณกรรมที่เข้าข่ายประเภทนี้เหมาะกับคนอ่านทุกช่วงอายุและทุกเพศ ทั้งลูกเด็กเล็กแดง เฒ่าชะแรแก่ชรา ชายจริงหญิงแท้ ชายแหลหญิงปลอมไบ ไตรหรือ Asexual อ่านได้หมด คือเข้าใจเรื่องราวและเข้าถึงสารที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ ชั่วแต่ว่าต่างคนก็จะได้รับสารในระดับที่ต่างกันไป เด็กแบบหนึ่ง ผู้ใหญ่แบบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้อ่าน อ่านจบแล้วอีกสิบปีให้หลังกลับมาอ่านก็ได้รับสารต่างกันไป ตย.ที่เด่นชัดที่สุดที่อยากนำเสนอคือ "เจ้าชายน้อย" (Le Petit Prince) ของ Antoine de Saint-Exupery วรรณกรรมเยาวชนอมตะจากฝรั่งเศส

แต่ทั้งสองประเภทนี้ก็ไม่เหมือนกับแฮร์รี่ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าป้าโจเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาขึ้นในแต่ละเล่ม จึงไม่ใช่เพียงแฮร์รี่เท่านั้นที่ค่อยเติบโตขึ้น แต่คนอ่านเรื่องของเธอก็จะเติบโตขึ้นไปด้วย จะได้รับรู้เรื่องราวและสารได้ตรงตามที่เธอต้องการจะสื่อ แหม...ไม่รู้ว่าฟลุกหรือว่าเตรียมการมาดี แต่ถ้าเป็นอย่างหลังนี่ก็แสดงว่า She ช่างเลิศล้ำในฐานะนักเขียนจริงๆ คุณโจขา

ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี่ผมต้องการจะบอกอะไร คือจะบอกว่าวิธีการที่ดีที่สุดที่จะอ่านหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็คือ อ่านอย่างน้อยปีละเล่ม เจ็ดเล่มก็เจ็ดปี จึงจะตรงตามวัตถุประสงค์ที่ เจ เค โรวลิ่งได้แต่งเอาไว้

เอ๊ะ! แล้วอย่างนี้หมายความว่า ถ้า ด.ญ.กุ๊กกรู๋ (นามสมมติ) อายุ 13 ขวบ อ่านแฮร์รี่พอตเตอร์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2550 โดยตะลุยอ่านตั้งแต่เล่มหนึ่งยันเล่มเจ็ดในเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง She ก็จะไม่ได้รับสารในระดับเดียวกับผู้อ่านที่อ่านมาตั้งแต่เด็กยันแก่เหมือนคนรุ่น จขบ. อย่างนั้นหรือ

ครับ ถูกต้องแล้ว เพราะต่อให้ ด.ญ.กุ๊กกรู๋ หรือ ด.ช.เกรียนศักดิ์ จะมี IQ สูงส่งปานใด แต่เขาหรือเธอก็จะไม่มีประสบการณ์และคุณวุฒิเทียบเท่าคนที่อายุมากกว่า สายตาที่มองโลกของเด็กๆ เหล่านั้นก็จะไม่กว้างเท่าคนที่อายุมากกว่า เวลาพูดจาหรือนำเสนอความคิดจึงมักแสดงความคิดในกรอบแคบๆ ของตนออกมา ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเข้าใจประเด็นของเรื่องแฮร์รี่ได้ครบ 100% หรือไม่ อย่างมากก็จะรับรู้แค่เรื่องราวภายนอกเข้าใจแต่ธีมสุดเบสิกๆ อย่างธรรมะย่อมชนะอธรรม สามัคคีคือพลัง ฯลฯ แต่จะมองออกว่ามีการเสียดสีคนในสังคมด้วยรูปแบบต่างๆ หรือไม่ อย่างไร นั่นก็อีกเรื่อง

แต่ถ้าไม่เข้าใจ แล้วพยายามทำเป็นเข้าใจ หรือกระสันอยากเข้าใจ ก็อย่าลำบากเลยดีกว่าครับ เหนื่อยเปล่าๆ สู้รอเวลาให้ตัวเองโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้นด้วยตัวเองดีกว่า ทำตัวแก่แดดแก่ลมนี่ใช่ว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะชื่นชมนะครับ หนูๆ

The Deathly Hallows

ไหนๆ ก็จั่วหัวไว้ด้วยชื่อของเล่ม 7 แล้ว ก็ขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องภายในสักเล็กน้อยละกันนะครับ

อนึ่ง "เล็กน้อย" นี่คือแค่นิดเดียวจริงๆ นะครับ เพราะเรื่องมันยาวเสียจนให้สรุปเป็นเรื่องย่อนี่ผมขอบายดีกว่า แถมจนถึงขณะนี้ก็มี Spoilers กระจายทั่วไซเบอร์สเปซแล้ว ใครที่พยายามหลีกเลี่ยงก็คงอยู่รอดไปได้อีกไม่กี่น้ำหรอกครับ เดี๋ยวสักวันท่านคงเผลอไปเห็นเข้า หรือห้ามใจไม่ไหวเปิดเข้าไปดูเสียเองเหอๆ

อย่างไรก็ดี เพราะมี Spoilers เยอะแล้ว บล็อกของผมจึงขอไม่เอาเยี่ยงอย่างละกัน เดี๋ยวจะพาลทำให้ผมโดนเกลียดมากขึ้น ตอนนี้ก็มีศัตรูมากพออยู่แล้ว เอิ๊กๆ