[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   The Memo of Fullstop บันทึกการเดินทางของ "จุด"
เรื่อง   แฟม (Fam)
ภาพ   เดอะดวง (The Duang)
สำนักพิมพ์   มูลนิธิเด็ก
พิมพ์ครั้งแรก   กรกฎาคม 2550
จำนวนหน้า   128 หน้า
ราคาปก   105 บาท
ISBN   978-974-9988-21-3

ว่าไง...

"ข้าไม่กลัวว่าข้าจะไร้ความหมาย

แม้จะอยู่ในที่ที่ไร้ความหมาย"

กล่าวโดย .

คงมีอย่างน้อยสักครั้งที่เรารู้สึกว่าชีวิตมันดูไร้แก่นสาร ไร้จุดมุ่งหมายเสียเหลือเกิน เหมือนได้แต่อยู่ไปวันๆ ไม่มีอะไรให้ทำเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

และเมื่อไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร ก็เท่ากับทำให้ชีวิตไร้คุณค่า ไร้ความหมายไปเสียเปล่าๆ

เพื่อไม่ให้โดนตราหน้าว่าไร้ค่า หลายคนจึงลงมือทำอะไรบางอย่างขึ้น เพื่อค้นหาความหมายของตน

ดังเช่น "จุด" ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้

"The Memo of Fullstop" เล่าเรื่องราวผ่านบันทึกการเดินทางของจุดน้อยตัวหนึ่ง (นึกสรรพนามไม่ออกแฮะ เอาเป็น "ตัว" ไปละกัน) ที่เบื่อชีวิตเรื่อยๆ เปื่อยๆ ของครอบครัว จึงออกเดินทางเพื่อหวังจะไปค้นหา "ความหมาย" ที่แท้จริงของตัวเอง ระหว่างการเดินทาง จุดได้พบดินแดนแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนเหล่านั้นต่างก็มีความคิด ความเชื่อ และ "ความหมาย" แตกต่างกันไป ทั้งหมู่บ้านของเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร มากกว่า น้อยกว่า รวมถึงดินแดน "สุดขอบ" ที่ใครๆ ต่างก็พากันเดินทางไปเพื่อแสวงหา "ความหมาย" ของตัวเอง

"The Memo of Fullstop" เป็นผลงานร่วมของคนสองคน คนหนึ่งคือคุณแฟม หรือจาฑารัตน์ องค์ติลานนท์ นิสิตปี 4 'ถาปัด จุฬาฯอดีตประธานจัดละคร'ถาปัดเรื่อง Moulin Rouge เป็นเจ้าของเรื่อง ส่วนคนวาดคือ คุณวีระชัย ดวงพลา หรือที่รู้จักกันในวงการการ์ตูนไทยว่า เดอะดวง (The Duang) การ์ตูนิสต์ที่มีลายเส้นสไตล์ทิม เบอร์ตัน ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ เจ้าของผลงาน "Clart Room", "TheLesson of a Doll Boy","Shockolate" และ"I-AM" (สองเล่มแรกอยู่ในเครือ สนพ.มูลนิธิเด็ก สองเล่มหลังเป็นการ์ตูนของ SIC) นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังเป็นหนังสือในโครงการประกวดเรื่องสำหรับหนังสือการ์ตูน ครั้งที่ 1 ของสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็กอีกด้วย

อนึ่ง รายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้จะนำไปมอบให้งานสื่อการ์ตูนเพื่อเด็กด้อยโอกาส สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก ครับผม (เห็นเขาพิมพ์ไว้ในปกหลังอย่างนี้)

ว่ากัน...

แวบแรกที่ได้สำรวจหน้าปก โดยเฉพาะข้อความเชิญชวนให้หยิบอ่านตรงด้านบน อยู่ดีๆ ก็นึกไปถึง "ฉันจึงมาหาความหมาย" (เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน) ของ วิทยากร เชียงกูล เลยล่ะนี่?!? เหอๆๆ ไม่นะครับ เล่มนี้ไม่มีอะไรออกไปทางเล่มนั้นแม้แต่น้อย

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วก็นั่งยิ้มเป็นอีบ้าอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้สิ แต่ผมชอบTheme หลักของเรื่องนี้มากจริงๆ นะ โดยเฉพาะพอได้เอาไปโยงเข้ากับ Quote ตรงปกหลังแล้วพบว่ามันเหมาะเจาะกันพอดี คิดไปคิดมาก็โยงเข้ากับชีวิตตัวเองได้อีกซะงั้น

Theme ของการ์ตูน Bildungsroman เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การแสวงหาความหมายและตัวตนไปสุดหล้าฟ้าเขียวโดยไม่ย่นย่อท้อถอย แต่อยู่ที่การยอมรับว่าตัวเองเป็นอย่างไร คนรอบข้างเป็นอย่างไร และเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งรอบข้าง และใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้นมา

ดังนั้น แม้เราจะต้องอยู่ในที่ที่ไร้ความหมาย เราก็จะไม่มีวันไร้ความหมาย ตราบใดที่เราเข้าใจว่า เราทำให้ตัวเองมีความหมายได้ทุกเมื่อ

อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าการนำเสนอ Theme ยังทำออกมาได้ไม่เต็มที่นัก เหมือนว่าให้ตัวละครเข้าถึง "สาร" ที่แท้จริงได้เร็วและง่ายไปนิด แทนที่จะให้ได้ค่อยๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ระหว่างทาง ประมวลเอาจากเหตุการณ์และตัวละครประกอบในหมู่บ้านต่างๆเอาเอง (เพื่อที่คนอ่านจะได้คิดตามไปด้วย) นี่กลับเอาไปเฉลยอยู่ในบทสนทนาแค่สองช่องของตัวละครจนหมดเปลือก แถมมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยด้วย

นอกจากนี้บางส่วนของเนื้อเรื่องก็ดูงงๆเช่น ตอนที่จุดพบกับผู้เฒ่าจุดหลังจากออกจากหมู่บ้านบวกผมไม่เข้าใจว่าจะใส่เข้ามาทำไมเพราะไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่สลักสำคัญอะไร คือไม่ได้ช่วยให้จุดได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย นอกจากเป็นฉาก Comic Relief หรือฮาๆ คลายเครียดด้วยตลกเจ็บปวด

อีกตอนหนึ่ง ที่หมู่บ้านลบ ซึ่ง Concept น่าจะตรงกันข้ามกับหมู่บ้านบวกที่หน้าเลือด คิดเอาแต่ได้กำไรอย่างเดียว แต่ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีการแสดง Concept นั้นไว้ตรงไหนของบทนั้นเลย (หรือผมมองไม่เห็นเองหว่า) กระทั่งตอนที่จุดสรุปเอาว่า "การเอาแต่ลดทอนตัวเองแล้วไม่ได้เพิ่มเติมบ้าง มันแย่อย่างนี้เลยเหรอ" ก็ดูจะด่วนสรุป (Jumping to Conclusion) ไปหน่อย ผมยังสงสัยอยู่ว่า การ "ลดทอนตัวเอง" ของชาวหมู่บ้านลบนั้นคืออะไรกันแน่ แสดงออกมาทางไหนกัน

ถัดจากเรื่องแนวคิด ก็มาต่อที่เรื่องภาพบ้างดีกว่า อยากบอกว่าชอบมากมายครับ ไม่อยากติเลยสิเอ้า เรื่องนี้ทั้งภาพทั้งสีทำได้เยี่ยม โดยเฉพาะการใส่ CG ทำท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ที่ฉากหลัง ทำให้ภาพดูมีมิติและอารมณ์ความรู้สึกมากทีเดียว

เรื่องตัวละคร เมื่อเทียบกับงานชิ้นก่อนๆ เรื่องนี้คุณดวงออกแบบได้สวยและดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย เพราะตัวละครแต่ละตัวต่างก็มีรูปร่างและลักษณะนิสัยตามแนวคิดเกี่ยวกับเครื่องหมายที่เป็นต้นแบบ อาจเป็นเพราะคงออกแบบโดยมี Concept ของคุณแฟมกำหนดไว้เช่น พวกเครื่องหมายบวกก็จะหน้าเงิน หน้าเลือด แล้วชอบแต่งเติมเสริมประโยคให้ยาวเยิ่นเย้อด้วยคำสร้อยอย่าง "แบบว่า..."พวกเครื่องหมายหารก็ยึดมั่นกับแนวคิดการแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียม พวกเครื่องหมายตกใจก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขี้ตกใจสมตัวจริงๆ ฯลฯ

คิดไปคิดมา ผมว่าที่เอาจุดเป็นพระเอกนี่ก็สมเหตุสมผลดีนะ เพราะแค่ตัว "." บนพื้นผิวอะไรก็ตามเนี่ยมันก็ดูเล็กกระจ้อยร่อย ไม่มีความหมายสลักสำคัญ แต่ในทางภาษาอังกฤษ "." สำคัญที่สุดแล้ว เพราะประโยคจะไม่อาจจบโดยสมบูรณ์ถ้าไม่มี "." ลงท้ายประโยค (เหตุนี้เขาจึงเรียกมันว่า "Fullstop" ไงครับ)

สุดท้าย เล่มนี้ถือได้ว่าคุ้มราคาจริงๆ อันที่จริงคือคุ้มที่สุดแล้วในบรรดาหนังสือในเครือมูลนิธิเด็ก เพราะพิมพ์สี่สีทั้งเล่ม แถมตัวเล่มก็ไม่ได้บางอะไรมากแต่ราคาเกิน 100 มาไม่กี่บาท (ส่วนของผมซื้อที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ยิ่งได้ลดราคาลงไปอีกครับ ^^)

โดยรวมแล้ว "The Memo of Fullstop" เป็นหนังสือการ์ตูนขนาดสั้นที่เหมาะแก่การอ่านเพลินๆ สบายอารมณ์ หรืออ่านเพื่อตีความสัญลักษณ์ก็ได้ เชื่อว่าผู้อ่านคงได้อะไรดีๆ จากหนังสือเล่มนี้ไปไม่มากก็น้อย แต่ไม่แนะนำนะครับว่าควรให้เด็กอ่านหรือเปล่า เพราะอาจจะอ่านไม่รู้เรื่องเอาได้ (ต้องอาศัยSkill การตีความในระดับหนึ่ง)

ใครชอบติดตามการ์ตูนไทย โดยเฉพาะผลงานของเดอะดวง พลาดเล่มนี้ไม่ได้ครับ!

ปล. ผมไม่เข้าใจว่า วลี "ให้ตายสิ!" เกี่ยวข้องยังไงกับเครื่องหมายหาร รบกวนใครที่เข้าใจ ตีความได้ หรือพอจะแถได้ ช่วยอธิบายด้วยขอรับ

Comment

Comment:

Tweet

ขอซื้อเล่มนี้ได้ไหม
FB : Natthasit Nonthathermkit

#15 By BOM (202.29.55.34|202.29.55.34) on 2015-01-24 15:55

ได้โปรด ตีพิมพ์เพิ่มอีกครั้งเถอะครับ หาไม่ได้แล้ว

#14 By Adisorn S. (103.7.57.18|171.4.177.92) on 2012-12-22 10:04

แล้ว?

#13 By หนังr (124.121.41.204) on 2012-02-27 20:51

ขอบคุนคับ

#12 By ดูหนัง (115.67.171.179) on 2010-10-03 15:46

big smile open-mounthed smile confused smile

#11 By โหลดเพลง (125.25.209.98) on 2010-02-19 23:30

ขอบคุณมากค๊า

#10 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:45

ชอบมากครับ

#9 By GENEVE GOLD WATCHES (114.128.230.177) on 2009-07-10 06:59

ขอบมากเลยครับ

#8 By Bulova Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:08

พระเจ้ากล้วยปิ้ง

#7 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:21

ชอบมากครับ

#6 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:13

open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:43

ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับ ๆcommentถ้ามีโอกาสอีก คราวหน้าจะเอาข้อเเนะนำนี้พัฒนางานต่อไปนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะsurprised smile

#4 By เเฟม (124.121.4.132) on 2007-10-25 02:09

จะลองไปดินแดนสุดขอบมั่งดีกว่า

#3 By Ploy (161.200.255.162) on 2007-09-13 01:32

ก็บอกแล้วว่าให้เอามาแบ่งกันยืม จะได้ประหยัดตังค์อีกเยอะ เหอๆ
ยินดีที่เข้ารอบ Young Thai อีกปีด้วยนะครับ นี่ขนาดว่าแต่ง 6 วันก่อนส่งนะเนี่ย
เป็นปลื้มจริงๆ ที่ได้รู้จัก Inw ศรีกวีศิลป์เช่นพี่อุ้ย
ขอให้ปีนี้ได้ชนะเลิศนะครับ
ลิสต์หนังสือที่ต้องหาอ่านเพิ่มขึ้นอีกเล่ม เง้อ