[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Walking Stories II
สำนักพิมพ์   Fullstop
พิมพ์ครั้งแรก   ธันวาคม 2550
จำนวนหน้า   158 หน้า
ราคาปก   220
บาท
ISBN   978-974-8371-22-1

ว่าไง...

ถ้าใครรู้จักหรือจำหนังสือรวมเรื่องสั้น Walking Stories ของ สนพ.Fullstop ที่วางจำหน่ายเมื่อสองปีที่แล้วได้ คราวนี้มันกลับมาอีกครั้งแล้วครับ ในรูปแบบที่แปลกไปจากเดิม

Walking Stories ฉบับดั้งเดิม เมื่อปี 2549 นั้น เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของนักเขียนเจ็ดคน (ซึ่งถ้าจำไม่ผิดมีนักเขียนมือรางวัลซีไรท์อย่างคุณวินทร์ เลียววาริณ และคุณทินกร หุตางกูรวมอยู่ด้วย) ซึ่งเรื่องที่แต่ละคนเขียนมานั้นเป็นผลพวงจาก "โจทย์" ที่ให้แต่งเรื่องจากภาพถ่ายของคุณสมคิด เปี่ยมปิยชาติ บรรณาธิการภาพของนิตยสาร Summer ซึ่งปิดตัวไปแล้ว

นักเขียนแต่ละคนจะได้รับภาพต่างกันไป แต่ทุกภาพมี concept เดียวกัน นั่นคือ เป็นภาพท่า "เดิน" ของคน โดยมีบริบทและองค์ประกอบไม่เหมือนกัน บ้างก็เป็นการเดินในเวลากลางวัน บ้างก็เดินตอนกลางคืน บางภาพเห็นแค่เงาของคนเดินที่ทอดยาวบนถนน และบางภาพก็เป็นภาพสัญญาณให้เดินบนไฟจราจร (ไฟเขียว) นักเขียนทั้งเจ็ดคนก็จะนำภาพที่ตัวได้ไปตีความแล้วนำเสนอออกมาเป็นเรื่องสั้นที่สอดคล้องกับภาพไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เป็นโจทย์ของทั้งเจ็ดเรื่องก็ปรากฏในหนังสือในฐานะภาพประกอบเรื่องเช่นกัน

น่าเสียดายที่ตอนนั้นผมไม่ได้ซื้อเก็บไว้ จึงไม่รู้ว่าภาพรวมเป็นยังไง แต่ feedback ที่ได้เห็นจากสื่อต่างๆ ก็ออกมาดีพอสมควร

มาคราวนี้ Walking Stories II เปลี่ยนรูปแบบไปจากเล่มแรก ด้วยการให้นักวาดการ์ตูนเจ็ดคนถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพถ่ายในหัวข้อ "เดิน" ของคุณสมคิดแทนที่จะเป็นนักเขียน ซึ่งทั้งเจ็ดคนก็ตีความและรังสรรค์เรื่องและภาพออกมาตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน การ์ตูนเจ็ดเรื่องและนักวาดเจ็ดคนที่ว่านี้ได้แก่:

- Sui โดย องอาจ ชัยชาญชีพ [หัวแตงโม, พระเจ้าเป็นหมา, หมูบินได้, ปีศาจหัวโต] เรื่องของตัว "Sui" (-น้ำ) ที่เดินเหงื่อแตกหาน้ำดื่มในทะเลทรายที่ร้อนระอุ จนมาเจอเครื่องกดน้ำเครื่องหนึ่งตั้งอยู่ข้างๆ ไฟจราจร แต่ขณะที่กำลังจะได้ดื่มน้ำดับกระหายก็ดันพบอุปสรรค ซึ่งก็คือ...!

- Bobby Swingers: Walking in Hell โดย ทรงศีล ทิวสมบุญ [Improvise, Beansprout & Firehead, Nine Lives, คอลัมน์ "โลกน่ารู้" และ "Once Upon Sometimes" ใน A Day] พบกับ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส ตัวการ์ตูนที่เป็นเสมือนเครื่องหมายการค้าของพี่อัพ ซึ่งได้รับการทาบทามจากสหายในนรกภูมิให้ช่วย design อุปกรณ์ลงทัณฑ์วิญญาณบาปรูปแบบใหม่

- Fat Hero โดย สุทธิชาติ ศราภัยวาณิช [Joe the Sea-cret Agent, Sea-cret Story] คุณพ่อผู้มีอาชีพเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เอาภาพร่างมนุษย์ดัดแปลงแบบใหม่ไปเป็นแบบสำหรับการแปลงร่างให้มีประสิทธิภาพต่อสู้กับสัตว์ประหลาดได้ดีขึ้น แต่ปรากฏว่าภาพร่างนั้น...!

- Colour โดย The Duang [Shockolate, I-Am, Clart Room, The Memo of Fullstop, The Lesson of a Doll Boy] เรื่องของเด็กชายไร้นามในดินแดนไร้ชื่อที่เบื่อการสร้างงานศิลปะอันไร้สีสัน จึงออกเดินทางไปหาสีมาแต่งแต้มผลงานชิ้นใหม่ของตน

- Walking: ก้าวข้าม โดย ทรงวิทย์ สี่กิติกุล [โลกของเรา (World & Earth), ที่นี่...มีชีวิต (Find...Joy)] ถ้าใครจำตาแว่นผมเกรียนลึกลับที่มักปรากฏตัวในการ์ตูนสั้นหลายเรื่องของพี่เส่งได้ ตอนนี้ก็จะได้รู้จักบทบาทที่แท้จริงของเขา พร้อมกับทัศนคติบางประการที่มีต่อมนุษย์

- ความงามข้างหน้า โดย ต้องการ [คอลัมน์ Going Places: the Series ใน A Day, ความสุขของมะลิ] หญิงสาวที่เพิ่งอกหักได้เรียนรู้ความงามของชีวิตจากความทรงจำแสนหวานยามพระอาทิตย์ตก และเงาที่ทอดยาวไปข้างหน้า

- The Shadow โดย Summer [ต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งด้วยครับที่จำชื่อผลงานของท่านนี้ไม่ได้ แต่ผมรู้สึกคุ้นๆ กับลายเส้นอยู่นา น่าจะเคยเห็นจากหนังสือภาพที่ไหนมาก่อน ใครทราบรบกวนให้ความกระจ่างด้วยนะครับ] เรื่องของแดนกับเงาที่มีชีวิต เขารักเงายามกลางวันแต่หวาดกลัวเงายามกลางคืน จึงคิดหาวิธีกำจัดเงากลางคืนของตัวเองออกไป

ทั้งนี้ เจ็ดเรื่องที่ว่ามานี้เรียงตามลำดับในเล่มเป๊ะๆ นะจ๊ะ แล้วก็พิมพ์สี่สีงามงดตลอดทั้งเล่มเลยด้วย และเช่นเดียวกับเล่มแรก การ์ตูนทุกเรื่องในเล่มนี้มีภาพถ่ายสวยๆ ของคุณสมคิดให้ชมประกอบก่อนเข้าเรื่อง

ถ้าเข้าใจไม่ผิด เล่มนี้วางจำหน่ายในช่วงนี้ คือต้นเดือน ม.ค. 2551 เพื่อให้มีความรู้สึกเหมือนเป็นของขวัญปีใหม่แด่คนอ่านด้วย แต่ผมเพิ่งเจอที่ร้านซีเอ็ด สาขาโลตัส อ่อนนุช ที่อยู่แถวบ้านในวันนี้เอง คาดว่าตอนนี้คงวายขายตามร้านชั้นนำทั่วไปแล้วครับ

ว่ากัน...

เรื่องภาพคงไม่ต้องพูดถึงกระมัง เพราะนักวาดเจ็ดคนนี่มีสไตล์ของลายเส้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเทคนิคการลงสีด้วย คุณต้องการใช้สีน้ำแบบที่เห็นเป็นประจำใน Going Places คุณ Summer ระบายสีด้วยสีไม้ ซึ่งไล่สีได้สวยทีเดียว ส่วนคนอื่นเท่าที่เห็นน่าจะลงสีในคอมฯ สรุปได้ว่าสวยงามไปคนละแบบแล้วกันนะครับ

เรื่องที่อยากเน้นคือเรื่องการตีความโจทย์มากกว่า เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าแต่ละคนได้ภาพประกอบการ์ตูนที่ไม่เหมือนกันทั้งองค์ประกอบและบริบท แต่โดยรวมแล้วก็เป็นภาพคน "เดิน" เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ธีมหลักของ Walking Stories ทั้งเล่มหนึ่งและสองคือ "เดิน" เหมือนชื่อหนังสือ ทีนี้ ความที่ภาพประจำแต่ละเรื่องมีลักษณะต่างกันไป สิ่งที่นักวาดทั้งเจ็ดคนจะเก็บรายละเอียดเอาไปตีความและวาดลงเรื่องก็ต่างกันไปด้วย อาทิ ภาพถ่ายที่คุณองอาจได้เป็นภาพสัญญาณไฟจราจร แกก็เลยวาดไฟจราจรลงไปในเรื่องด้วย ส่วนภาพที่คุณดวงได้มาเป็นภาพเงาของคนเดินในที่ที่มีแสงจ้ามาก จนเห็นพื้นเป็นสีขาวโพลน ก็เลยกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดนที่ไม่มีสีสันไป เป็นต้น

นอกจากเรื่ององค์ประกอบแล้ว "สาร" ที่แต่ละคนตีความ (และอาจจะแถๆ บ้าง) จากรูปถ่ายใส่ลงในการ์ตูนของตัวเองก็ย่อมไม่เหมือนกัน ที่น่าสนใจคือใครจะตีความได้แหวกแนวกว่ากันเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนตัว งานของพี่อัพนี่หลุดโลกที่สุดละ ถ้าเป็นผม ให้อีกสิบชาติก็คิดไม่ออกแน่เลยอะ เอาภาพเงาสะท้อนบนพื้นเปียกน้ำเจิ่งนองไปขยายเป็นเรื่องชีวิตหลังความตายที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนของบรรดาสัตว์นรกไปซะได้ ส่วนที่เนื้อหา "ง่าย" ที่สุดก็คงเป็นเรื่องของคุณต้องการ เพราะธีมเรื่องแนวให้ความหวังแบบนี้เห็นบ่อยจนเรียกว่าเป็น cliche แบบหนึ่งในวงการวรรณกรรมไปแล้ว แต่อ่านแล้วก็ชวนให้อบอุ่นใจดีเหมือนกัน

สรุปแล้ว นอกจากจะสนุกกับเนื้อเรื่องของการ์ตูนแต่ละเรื่อง ผู้อ่านที่มีเวลาว่างหน่อยก็สามารถแสวงหาความบันเทิงได้อีกรูปแบบโดยการเปรียบเทียบการ์ตูนแต่ละเรื่องกับภาพที่เป็นโจทย์ ลองหาดูว่านักวาดแต่ละคนดึงองค์ประกอบส่วนไหนของภาพไปดัดแปลงลงการ์ตูนของตัวเอง และดัดแปลงอย่างไร อะไรกลายเป็นอะไร ลองดูครับ สนุกดีเหมือนกัน

คนที่ชอบให้หนังสือเป็นของขวัญแก่คนอื่น ไม่ว่าจะในโอกาสใดๆ ก็ตาม เล่มนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเล่มหนึ่งครับ รีบหาซื้อก่อนจะขาดตลาดละกันครับ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค๊า

#11 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:45

ชอบจังเลย

#10 By BULOVA GOLD WATCHES (114.128.230.177) on 2009-07-10 06:59

Thx

#9 By Sterling Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:08

เยี่ยมเลยครับ

#8 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:22

เยี่ยมเลยครับ

#7 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:13

open-mounthed smile open-mounthed smile

#6 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:43

>/|\< ขอโทษคร้าบ พี่เส่ง
ตอนพิมพ์ชื่อเล่มนี้กำลังอ่าน Lonely Planet อยู่น่ะครับ เลยสับสนไปหน่อย
ตอนนี้แก้ให้แล้วนะครับ cry
อ่านเเล้วเหมือนกันค่ะ ...สนุกดีนะคะ เเต่บางเรื่องก็เเอบมีงงๆ

รูปเล่มสวยดีด้วย

#4 By KusaYoshi on 2008-01-23 10:33

โลกของเราชื่อภาษาอังกฤษว่า
world&earth question

#3 By wesong on 2008-01-23 10:12

ดีใจที่พี่upซักทีค่ะ

เล่มนี้ยังไม่ได้ซื้อนะคะแต่โดยส่วนตัวแล้วชอบงานของ"ต้องการ"ค่ะพี่
big smile

#2 By Ploy (58.9.229.180) on 2008-01-19 17:12

open-mounthed smile Comment เป็นขวัญถุงให้บล็อกตัวเอง
(อัฐยายซื้อหนมยาย เหอๆ)