[คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   Black Cat Diary
ผู้เขียน   กวิน วิริยะรังสฤษฏ์
สำนักพิมพ์   MABOOK (ในเครือบริษัท มีเดีย แอสโซซิเอตเต็ด จำกัด)
พิมพ์ครั้งแรก  
มีนาคม 2551
จำนวนหน้า   46 หน้า
ราคา   119 บาท
ISBN   978-974-04-8154-6

ว่าไง...

เล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มที่พอได้คุณภูมิเห็นในงานหนังสือก็รีบควักตังค์มาจ่ายแบบไม่ลังเล ประมาณว่าไม่ซื้อไม่ได้แล้ว

เคยบอกไปแล้วครั้งหนึ่งใน Report งานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 36 ภาคมีนาคม ว่าแต่เดิม Black Cat Diary เล่มนี้เป็นงานศิลปกรรมนิพนธ์ของคุณกวิน วิริยะรังสฤษฏ์ นักศึกษาภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ ซึ่งเคยได้รับการแนะนำในคอลัมน์สนามเด็กเล่น ประจำนิตยสาร a day ฉบับที่ 83 ที่มี Main Course ประจำเล่มคือ กลุ่มนักร้องวัยรุ่นสังกัด RS ที่โด่งดังสุดๆ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน อย่าง เจอาร์-วอย แรปเตอร์ โมเม ฯลฯ

 

Black Cat Diary นี้เป็นหนังสือนิทานภาพ โดยทำออกมาให้อยู่ในรูปของสมุดบันทึกของแมวดำตัวหนึ่งที่ชื่อ "มีโอ" มีโออาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีพ่อ แม่ และลูกที่ยังเป็นเด็กเล็กชื่อ "น้องพี" ซึ่งเนื้อหาในบันทึกก็คือการสังเกตพฤติกรรมของสมาชิกครอบครัว โดยเฉพาะเจ้าพี ตั้งแต่เป็นเบบี๋หัดเดินจนจบที่อายุ 9 ขวบ และในแต่ละหน้า ก็เป็นบันทึกเหตุการณ์ที่พีมีอันต้องเจ็บตัวด้วยสาเหตุต่างๆ ในสถานการณ์ที่หลากหลายกันไป เช่น ตอน 5 เดือน เอาคอเข้าไปติดระหว่างซี่กรงของเตียงเด็กเล็ก ตอนอายุ 4 ขวบ ก็เล่นซน พยายามปีนขึ้นทีวีจนโดนทีวีหล่นมาทับ ฯลฯ จนอ่านไปเรื่อยๆ คุณภูมิก็สงสัยว่าไอเด็กคนนี้มันรอดมาจนจบเล่มได้ยังไง (ถึงสภาพจะ...ก็เถอะ)

 

 ภาพจากคอลัมน์สนามเด็กเล่น a day ฉบับที่ 83 [คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

หลังจากบอกเล่าเหตุการณ์ซวยๆ ของน้องพี แมวดำมีโอก็จะให้คำแนะนำในการดูแลเด็กเล็กและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ ตามที่ตัวเองได้เฝ้าสังเกตการณ์ครอบครัวของพี และ (อาจจะ) คิดแนวทางระวังภัยขึ้นมาตามที่ตัวเองเข้าใจ ซึ่งเป็นการโชว์ประเด็นหลักของ Black Cat Diary ที่คุณกวินได้บอกไว้ตั้งแต่ใน a day ฉบับที่ 83 แล้วว่า เพื่อชี้แจงให้พ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กเล็กได้รับรู้ถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอันตรายในสถานการณ์ต่างๆ กับลูกหลานของตัวเองได้ สาเหตุบางอย่างที่ยกมาเป็นตัวอย่างในเรื่องก็มักเป็นเรื่องที่พ่อแม่และผู้ปกครองมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และมองข้ามไป จนทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ คุณกวินก็เลยรวบรวมข้อมูลดังกล่าวมาเขียนเป็นนิทานภาพ ทำส่งโครงการศิลปกรรมนิพนธ์ไป และสุดท้าย บริษัทมีเดีย แอสโซซิเอตเต็ด ซึ่งจัดทำหนังสือ (ทำนองว่าเป็น) คู่มือเลี้ยงเด็กอยู่แล้วตามปกติ (ผมไม่ได้เข้าใจผิดใช่มั้ยครับ)  เลยซื้อลิขสิทธิ์ไปพิมพ์เป็นหนังสือเล่มจริงๆ

ว่ากัน...

เรื่องนี้ คุณภูมิแอบประทับใจมาตั้งแต่ได้แง้มๆ ดูจากสนามเด็กเล่มของ a day ฉบับที่ 83 แล้วครับ ดูภาพแล้วชอบลายเส้นครับ ถึงจะเป็นลายเส้นที่ดูแล้วชวนให้สงสัยว่ามีต้นขั้วมาจากงานภาพดิบเถื่อนของตามทิม เบอร์ตั้น ซึ่งเป็นตัวพ่อของนักเขียนการ์ตูนไทยที่กำลังมาแรงแซงโค้งหลายคนในตอนนี้ แต่ก็บอกได้ว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกัน

ลักษณะตัวละครประจำเรื่อง หน้ากลมๆ แขนขายาวๆ ผอมๆ แถมผิวขาวซีดๆ จนนึกว่าทั้งครอบครัวหลุดออกมาจาก The Nightmare Before Christmas นี่ เป็นอะไรที่ทำให้แต่ละภาพในหนังสือดูมี Contrasts หรือความขัดแย้งได้ดีมากเลยครับ ทำให้ตัวละครทั้งดูน่ารักและน่าแหยงในเวลาเดียวกัน และยังทำให้ภาพเหตุการณ์ในหลายๆ หน้าดูน่าขำพร้อมกับชวนให้หดหู่เศร้าศร้อย น่าทุกขเวทนาแทนจริงๆ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในด้านของภาพครับ ^^

อีกเรื่องที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ การใช้ภาษา ซึ่งโดยส่วนตัว คุณภูมิมีความคิดเห็นว่า ผู้เขียน (คุณกวิน) ถ่ายทอดความคิดผ่านเจ้ามีโอได้อย่าง...ฮากลิ้ง...สุดๆ ประมาณว่าเจ้าแมวนี่เขียนไดฯ ด้วยภาษาที่ดูราบเรียบภายนอก แต่เอาเข้าจริงคือจิกกัดสุดๆ ประชดประชัน (Irony) มันเข้าไป อันนี้ขอยกตัวอย่างให้ฟังสักช็อตนึง เป็นตอนที่พ่อขับรถมารับเจ้าพีกลับบ้านจาก รร.อนุบาล ขากลับก็แวะลงไปซื้อของโดยที่ปล่อยลูกไว้ในรถ เปิดกระจกตรงที่ลูกนั่งเอาไว้ ไอคุณลูกก็ซนอีก ตะกายปีนหน้าต่าง เอาหัวออกนอกรถ ส่วนเท้าที่ตะกายประตูรถก็ไปโดนปุ่มเลื่อนกระจกรถปิดพอดี... X_X

มีโอบรรยายต่อว่า "ฉันก็เลยนั่งมองดูกระจกค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาหาคอพีอย่างช้าๆ แล้วก็คิดว่าถ้าปิดกระจกอากาศในนี้คงร้อนแน่ๆ"

ในส่วนของเนื้อหา ซึ่งก็คือหน้า Tips สิบหน้าสุดท้าย ต้องขอชมผู้เขียนอีกว่ารวบรวมข้อมูลที่น่ารู้และเป็นประโยชน์มาได้เยอะพอควร มีการแนะแนวทางสำหรับรับมือกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับเรื่องซวยๆ ของพีที่มีโอบันทึกแอบมาตลอดกับลูกหลานของท่านผู้อ่านได้

อย่างไรก็ดี Tips ที่มีอยู่นี้ คุณภูมิก็ขอแสดงความคิดเห็น (ละกัน) ว่ายังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก อย่างน้อยก็เห็นได้ว่าใน Tips ไม่ได้มีคำแนะนำและแนวทางสำหรับทุกสถานการณ์จำลองที่ปรากฏในเรื่องของพีกับครอบครัว เป็นต้นว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เด็กที่กำลังอยู่ในวัยเล่นซนไม่วิ่งเล่นไปมาแล้วขาไปสะดุดสายปลั๊กเตารีดที่เปิดทิ้งไว้จนเตารีดหล่นมาทับกลางหลัง หรือจะสอนเด็กอย่างไรไม่ให้มันแอบปีนทีวีเล่นแล้วทีวีหล่นลงมาทับ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี โดยรวมแล้ว Black Cat Diary ก็ทำออกมาได้ในระดับคุณภาพที่ดีมากครับ ทั้งในด้านคุณภาพหนังสือเล่ม และด้านการจัดทำขั้นต้นตั้งแต่ตอนที่เป็นต้นฉบับศิลปกรรมนิพนธ์ของคุณกวินอยู่ คุณๆ ที่ต้องเลี้ยงดูลูกหลานตัวเล็กๆ ตั้งแต่ชั้นประถมต้น (ป.3/8-9 ขวบ) ลงไป หรือมีแนวโน้มว่ากำลังจะได้เลี้ยงดู มีเล่มนี้ไว้ไม่เสียหายครับ ส่วนคนที่ยังไม่มี หรือไม่คิดว่าจะ (ได้) มี ก็สามารถซื้อเอาไว้ appreciate ลายเส้นกับภาษาได้ครับ เพราะอีกแง่หนึ่ง หนังสือเล่มนี้ก็เป็น how to สำหรับการเขียนเรื่องประชดเสียดสีให้ฟังดูตลกดีได้เหมือนกัน (อันนี้ชมนะครับ เพราะคุณภูมิก็ชอบตรงนี้จริงๆ ไม่ได้ประชดแต่อย่างใด ถึงประชดก็คงไม่แนบเนียนแบบเจ้ามีโอหรอกครับ)

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค๊า

#10 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:45

ชอบมากครับ

#9 By Gifts for mom (114.128.230.177) on 2009-07-10 06:59

เยี่ยมเลยครับ

#8 By Jewelry Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:08

ขอบคุณครับ

#7 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:22

ชอบมากครับ

#6 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:16

ชอบมากครับ

#5 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:15

open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:44

คุณแมวดำ ==> ผมเข้าใจครับ open-mounthed smile
แนะนำว่า ให้คุณแมวดำลองค้นชื่อหนังสือเล่มนี้ใน Search Engine ของหลายๆ เว็บดูครับ
เผื่อจะเจอเว็บที่มีบริการขายและจัดส่งหนังสือ จะได้สามารถสั้งซื้อได้ไงครับ double wink
เป็นอีกหนึ่งเล่มในรายชื่อหนังสือ

"หนังสือที่ฉันอยากมีไว้ในครอบครอง"

แต่...อยู่ถิ่นทุรกันดาร หาซื้อไม่ด้ายยยยยยยยยย

เศร้าโศรก

เฮ้ออออออ

#2 By maewdam on 2008-06-18 09:55