[คลิกที่รูปเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ชื่อ   จอร์จกับการผจญภัยไขกุญแจลับสู่เอกภพ
แปลจาก   George's Secret Key to the Universe
ผู้เขียน   ลูซี่ และ สตีเฟน ฮอว์คิง (Lucy & Stephen Hawking)
ผู้แปล   พลอย โจนส์
สำนักพิมพ์   นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์
พิมพ์ครั้งแรก   มีนาคม 2551
จำนวนหน้า   320 หน้า
ราคาปก   198 บาท
ISBN   978-974-05-2592-9

สมัยเด็กๆ เวลามีหนังสือ รายการทีวี หรือข่าวสารเรื่องเกี่ยวกับอวกาศ คุณภูมิจะตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะได้ดูได้อ่านเป็นพิเศษ ด้วยว่าคุณภูมิมีนิสัยชอบอะไรที่มันลึกลับๆ มาตั้งแต่เด็ก  และอวกาศก็เป็นศูนย์รวมของความลึกลับเกินมนุษย์เดินดินจะหยั่งถึง แต่ก็ยังไม่วายสงสัยใคร่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมนุษย์ต่างดาว เอกภพคู่ขนาน หลุมดำหลุมขาว ไปจนถึงสุดขอบจักรวาล ซึ่งตัวหลังสุดนี่ คุณภูมิเคยฝัน (และยังคงฝันอยู่) ว่าอยากไปเยือนให้ได้ก่อนตาย หรือถ้าตายไปแล้วสามารถไปดูได้ก็จะไป

ด้วยความฝันที่ว่า คุณภูมิในตอนเด็กก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นนักดาราศาสตร์ นักบินอวกาศ หรือนักอะไรสักอย่างที่ได้ค้นคว้าและทำงานใกล้ชิดกับอวกาศให้ได้

แต่พอโตขึ้น ความสนใจใคร่รู้ก็เปลี่ยนไปตามวัยและสิ่งนำพา คุณภูมิเริ่มหันมาสนใจเรื่องสิ่งมีชีวิต อยากสร้างสัตว์ที่มีแต่ในตำนานให้มีชีวิตจริงๆ และเบนเข็มมาทางด้านชีววิทยา

สุดท้าย ความสนใจเปลี่ยนอีก ตอนนี้คุณภูมิจึงมาติดแหงกอยู่ในโลกของวรรณศิลป์ วรรณกรรม อักษรศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ พลางเกาหัวแหงกๆ สงสัยว่าต่อไปจะได้ไปไหนอีกหว่า (แล้วงานล่ะ?!?)

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ คุณภูมิยังคงสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศอยู่ และยังคงค้นคว้าด้านนี้อยู่เงียบๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ในระดับ advanced แบบที่เคยตั้งใจไว้ รวมไปถึงหาหนังสือหนังหาที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ ทั้งบันเทิงคดีและสารคดีมาเสพย์ ซึ่งคุณภูมิคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้ความสนใจนับแต่อดีตกับในปัจจุบันของตัวเองมาบรรจบกันได้อย่างลงตัว

และหนังสือในคราวนี้ ก็เป็นเล่มหนึ่งอยู่ในขอบข่ายความสนใจทั้งสองด้านของคุณภูมิ และใคร่ขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก

ว่าไง...

George's Secret Key to the Universe เป็นวรรณกรรมเยาวชนกึ่งสารคดีที่เป็นผลงานร่วมของพ่อลูกตระกูลฮอว์คิง สตีเฟนและลูซี่

คนที่สนใจในแวดวงวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ วรรณกรรม ตลอดจนความรู้รอบตัวทั่วไป คงรู้จักสตีเฟน ฮอว์คิงในฐานะนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่เคราะห์ร้ายป่วยหนักจนเป็นอัมพาต แต่ก็ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตตัวเอง มุ่งมั่นศึกษาค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองชอบต่อไป จนได้เป็นถึงศาสตราจารย์ลูคาเซียนทางคณิตศาสตร์ (Lucasian Professor of Mathematics) ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (เป็นตำแหน่งในวงวิชาการที่ ม.เคมบริดจ์ตั้งขึ้นและมอบให้กับนักวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ที่สุด และมีผลงานการค้นคว้าที่แสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด ในปัจจุบันมีคนได้รับตำแหน่งนี้ 17 คน โดยฮอว์คิงเป็นคนล่าสุด ได้รับการแต่งตั้งในปี 1980) และเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่ว่ากันว่ามี IQ สูงที่สุดในโลก นับตั้งแต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ตายไป ฮอว์คิงมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์หลายเล่ม ที่รู้จักกันดีได้แก่ "ประวัติศาสตร์ย่อของกาลเวลา" (A Brief History of Time) "ประวัติศาสตร์ย่นย่อของกาลเวลา" (A Briefer History of Time - เขียนขึ้นมาเพื่ออธิบายเนื้อหาในเล่มแรกให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังยากสำหรับคนธรรมดาอยู่ดี) และ "จักรวาลในเปลือกนัท" (Universe in a Nutshell)  เล่ม George's Secret Key to the Universe นี้ถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของฮอว์คิงที่เขียนขึ้นสำหรับผู้อ่านที่เป็นเด็ก

ส่วนลูกสาวของเขา ลูซี่ ฮอว์คิง แม้จะไม่ได้เป็นนักฟิสิกส์ชื่อดังเหมือนพ่อ แต่ในบ้านเกิดที่อังกฤษ เธอก็เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงพอควร (ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วดังเพราะนามสกุลหรือเปล่า) ก่อนที่จะมาเขียนหนังสือสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล่มนี้ร่วมกับคุณพ่อ ลูซี่มีนิยายตีพิมพ์มาแล้วสองเล่ม ชื่อ "Jaded" (2005) และ "Run for Your Life" (2006) และมีงานเขียนคอลัมน์ลงหนังสือพิมพ์ของประเทศอังกฤษหลายฉบับ

สตีเฟน และ ลูซี่ ฮอว์คิง (ภาพจาก www.georgessecretkey.com)

เรื่องราวคร่าวๆ ในเล่มมีอยู่ว่า มีเด็กชายชื่อ "จอร์จ" (ซึ่งไม่ได้มีนามสกุลที่แปลว่าพุ่มไม้) อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีอคติอย่างรุนแรงต่อวิทยาศาสตร์ อยู่มาวันหนึ่ง หมูที่จอร์จเลี้ยงไว้เกิดซนวิ่งลอดรั้วบ้านเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดกับบ้านเขา ซึ่งจอร์จเชื่อมาตลอดว่าเป็นบ้านร้าง พอเข้าไปตามหมู จอร์จจึงได้พบกับเด็กผู้หญิงชื่อ "แอนนี่" และพ่อของเธอที่เป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องชื่อ "เอริก"

เอริกพยายามแสดงให้จอร์จได้เห็นว่า แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย แต่มนุษย์นั่นเองที่มักนำวิทยาศาสตร์ไปใช้ในทางที่ไม่ดี จนเกิดโทษตามมามากมาย เขาแนะนำให้จอร์จรู้จักกับ "คอสมอส" คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่สุดในโลก ซึ่งสามารถพูดคุยโต้ตอบกับคนได้เหมือนมีชีวิตจริงๆ และยังสามารถสร้างหน้าต่างฉายให้เห็นภาพอวกาศของจริง และสร้างประตูมิติที่เปิดออกไปสู่อวกาศ ซึ่งถ้าสวมชุดอวกาศแบบครบเซ็ตแล้วก็สามารถเดินทะลุประตูเข้าไปเที่ยวชมจักรวาลได้ตามใจชอบ

จอร์จตื่นเต้นมากที่ได้รู้จักกับคอสมอส ซึ่งทำให้เขามีความคิดที่เป็นบวกต่อวิทยาศาสตร์มากขึ้น จนเผลอพูดเรื่องของคอสมอสในชั้นเรียนของ "ดร.รีปเปอร์" ครูสอนวิทยาศาสตร์ที่มีท่าทางไม่เป็นมิตรที่สุดในโรงเรียนเข้าในวันหนึ่ง

และแล้ว ขณะที่ความสนใจในวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของจอร์จเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดร.รีปเปอร์ก็วางแผนร่วมกับกลุ่มเด็กเกเรในห้องเรียนเพื่อขโมยเครื่องคอมพิวเตอร์คอสมอสมาเป็นของตัวเอง

จอร์จ  แอนนี่  เอริก และ ดร.รีปเปอร์ [ภาพจาก www.georgessecretkey.com]

แทบทุกหน้ามีภาพประกอบสไตล์การ์ตูนน่ารักๆ โดย แกร์รี พาร์สันส์ (Garry Parsons) นักวาดภาพประกอบสำหรับหนังสือเด็กและเยาวชนมืออาชีพ และระหว่างอ่านก็จะมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับฟิสิกส์ขึ้นพื้นฐานและเอกภพแทรกมาเป็นระยะๆ พออ่านไปถึงช่วงหนึ่งก็จะเจอ "แฟ้มภาพของคอสมอส" รวมภาพดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวหาง จรวด เทหวัตถุในอวกาศ รวมไปถึงกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไปอย่าง M87 (มันมีอยู่จริงเหรอ นึกว่ามีแต่ในเรื่องอุลตร้าแมน) พิมพ์สี่สีลงกระดาษมัน

นอกจากนี้ บนหน้าปกของหนังสือทั้งฉบับอังกฤษและฉบับแปลไทยมีบอกไว้ว่า "พร้อมแนวคิดล่าสุดเกี่ยวกับหลุมดำ" ล่อตาล่อใจคนที่ชอบเรื่องอวกาศเสียไม่มี

ว่ากัน...

อ่านจบแล้วแปลกใจเล็กน้อยที่อ่านรู้เรื่อง เป็นเล่มแรกของ ศจ.ฮอว์คิงเลยนะเนี่ยที่อ่านเข้าใจได้ไม่ยาก ก็ไม่แปลกหรอกครับ นี่มันหนังสือสำหรับสอนเด็กนี่ แถมตา ศจ.ฮอว์คิงก็ไม่ได้เขียนคนเดียว มีลูกสาวแกช่วยทั้งคน เลยคิดได้ว่า จริงๆ แล้วเขาแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ลูกสาวแต่งและเรียบเรียงเนื้อเรื่อง ส่วนคุณพ่อก็คอยอธิบายลงเกร็ดความรู้ที่แทรกระหว่างเรื่อง (มิน่า เกร็ดความรู้บางช่วงแอบเวิ่นเว้อร์ อ่านแล้วเกือบจะงง)

หนังสือเล่มนี้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนกึ่งสารคดี มีจุดประสงค์หลักคือเพื่อสำหรับสอนวิทยาศาสตร์ให้เด็กและเยาวชน ดังนั้นจะเอาเกณฑ์ตัดสินสำหรับวรรณกรรมเยาวชนเพียงอย่างเดียวมาตัดสินก็ไม่ได้ แม้ว่าใจจริง อยากจะบอกว่าเนื้อเรื่องมันเรียบง่าย และไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นหรือแปลกใจ (หรือจะเป็นแค่เด็กโข่งอย่างคุณภูมิที่รู้สึกอย่างนี้กันหว่า) อย่างไรก็ดี มีรายละเอียดอีกมากที่ยังคงเป็นความลับไม่เปิดเผยให้คนอ่านรู้ ชวนให้ติดตามในเล่มต่อๆ ไป (ข้อมูลจากในเว็บ www.georgessecretkey.com บอกว่าหนังสือชุดนี้เป็นไตรภาค จะทยอยออกมาในปี 2009 และ 2010 ตามลำดับ)

กลับกัน เล่มนี้ประสบผลสำเร็จในฐานะสารคดีวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก เพราะเนื้อหาที่สอดแทรกเข้ามาก็ไม่ได้ซับซ้อนวุ่นวายและลงลึกในรายละเอียดจนเกินความจำเป็น แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนออร์เดิฟหรืออาหารเรียกน้ำย่อย ทำให้อ่านแล้วรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์น่าสนใจ ทำนองว่ามีอะไรให้ค้นหาในอวกาศอีกเยอะ พอจะทำให้คนอ่านเด็กๆ หันมาสนใจวิทยาศาสตร์อย่างจริงจังได้

พูดถึงเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ จุดที่คุณภูมิผิดหวังที่สุดในเล่มนี้คือ "แนวคิดล่าสุดเกี่ยวกับหลุมดำ" ที่ว่านี้ อ่านๆ ดูแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวคิดใหม่เอี่ยมแต่อย่างใด แต่เหมือนเป็นการ Paraphrase ทฤษฎีเก่าของฮอว์คิง ให้กลายเป็น Version ที่เด็กอ่านแล้วร้องอ๋อเท่านั้น โดยเฉพาะทฤษฎีที่ว่า [Spoiler Warning] หลุมดำจะสลายตัวไปในสักวันหนึ่ง และคายเอาสิ่งที่ดูดไว้ออกมาในที่สุด [End of Spoil] แน่ล่ะ สำหรับเด็กๆ แนวคิดนี้อาจเป็นเรื่องใหม่ แต่กับคนที่เคยอ่านหนังสือของฮอว์คิงมาก่อน หรือสนใจความรู้รอบตัว ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เฮ้อ~~

สิ่งที่คุณภูมิชอบที่สุดในเล่มนี้ก็ไม่พ้นภาพประกอบครับ จำได้ว่าเคยเห็นภาพการ์ตูนฝีมือแกร์รี พาร์สันส์มาก่อนจากที่ไหนไม่ทราบ ชอบตรงที่ลายเส้นของเขาเรียบง่าย ไม่มีเส้นวุ่นวายเกินความจำเป็น แต่ก็ถ่ายทอดรายละเอียดเท่าที่จำเป็นออกมาได้ดี น่ารักแบบเป็นเอกลักษณ์ดีครับ

สรุปแล้ว George's Secret Key to the Universe เป็นหนังสือสอนดาราศาสตร์เบื้องต้นที่ดีเล่มหนึ่ง เหมาะกับใครบ้าง

- เด็กและเยาวชน

- ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์

- สาวกสตีเฟน ฮอว์คิง

- คนที่สนใจการวาดภาพประกอบและ/หรือการ์ตูน

- คนมีกะตังค์พอ

แต่เอาเข้าจริง เนื้อหามันก็เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยแหละครับ

- (ทั้งแถมทั้งแถให้เข้าเรื่อง)

1. เว็บไซต์ของหนังสือ George's Secret Key to the Universe ==> http://www.georgessecretkey.com

2. เว็บไซต์ของนายแกร์รี พาร์สัน คนวาดภาพประกอบน่ารักๆ ในเล่ม ==> http://www.garryparsons.co.uk

3. Wallpaper สวยๆ จากเว็บไซต์ของหนังสือเล่มนี้

 

1024*768     800*600

 

1024*768     800*600

จริงๆ มันมีทั้งหมดสี่ลาย แต่คุณภูมิชอบสองลายนี้ เลยเอามาแถ-มแค่นี้ ลายที่เหลือหาดูได้จากในเว็บครับ แต่ไม่ค่อยสวยหรอก เชื่อเหอะ

Comment

Comment:

Tweet

ชอบจังเลย

#15 By ดูหนัง (115.67.171.179) on 2010-10-03 15:18

big smile open-mounthed smile confused smile

#14 By โหลดเพลงฟรี (125.25.209.98) on 2010-02-19 23:09

^เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (เล่นมั่ง open-mounthed smile )

มันมีเล่ม 2 ด้วยนะครับคุณคนรักกามิกาเซ่ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าฉบับแปลไทยทำเสร็จรึยัง
ถ้าเสร็จทันงานหนังสือเดือนมีนา 53 ก็คงดี
ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#12 By คนรักกามิกาเซ่ (121.72.167.14) on 2009-12-13 12:26

ขอบคุณมากค๊า

#11 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:45

39 วันต่อมา

(จ๊าาาาาาา!!!!)cry cry cry

#10 By คนรักกามิกาเซ่ (121.72.22.120) on 2009-07-10 16:40

(ขอคอมเม้นอีกทีนะ)

open-mounthed smile

ของเขาสนุกจริงๆนะจ๊าา!!! !!

#9 By คนรักกามิกาเซ่ (121.72.22.120) on 2009-07-10 16:38

แจ่มมากครับ

#8 By Writing (114.128.230.177) on 2009-07-10 06:59

ขอบคุณครับ

#7 By Mens Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:09

ชอบๆ

#6 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:22

เยี่ยมเลยครับ

#5 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:23

open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:45

เรามีเล่มนี้แล้วพออ่านแล้วก็หยุดอ่านไม่ได้

สนุกจริงๆ

แต่พอมาอยุ่นิวซีแลนด์เราก็ได้อ่านเวอช้่นภาษาอักกฤษแล้วก็เข้าใจเพราะอ่านของไทยมาแล้ว

ของเขาสนุกจริงๆขอบอก

cry

#3 By คนรักกามิกาเซ่ (121.72.31.117) on 2009-06-01 11:44

เล่าสนุกจังค่ะ ขอบคุณที่สนใจหนังสือเล่มนี้นะคะ big smile

#2 By พลอย โจนส์ (203.150.202.226) on 2008-04-18 11:08