2008/Jun/07

คุณภูมิชอบเรื่องตำนานและภาษามาก ก็เลยศึกษาค้นคว้าเรื่องพวกนี้ในเวลาว่างมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงตอนนี้จะไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่ก็มั่นใจว่าค่อนข้างรู้อะไรๆ ที่รับประกันความถูกต้องได้มากพอควร และจะโมโหมากถ้าได้เห็นใครแสดงความเข้าใจผิดในเรื่องที่ตัวเองรู้ บางครั้งก็รีบทำหน้าที่พลเมืองดี (ภาษาชาวบ้านเรียกเสือก) ไปช่วยแก้ความเข้าใจผิด ให้ข้อมูลที่ (ตัวเองมั่นใจว่า) ถูกต้องแก่เขาไป

เรื่องน่าโมโหประการหนึ่งที่คุณภูมิเห็นว่าอยู่เรื้อรังในสังคมไทยมานาน เกี่ยวข้องกับผลการค้นหาคำต่อไปนี้

ผลการสืบค้น 4 หัวข้อนี้ มาจากเว็บ Search Engine ยอดนิยม Google.co.th ซึ่งในปัจจุบันนี้ จัดเป็นแหล่งที่พึ่งชั้นยอดในการสืบค้นข้อมูล และยังใช้ตรวจสอบการสะกดคำและสำนวนภาษาได้อีกด้วย (โดยสังเกตจากจำนวนรายการที่ค้นได้ ถ้าเจอมากแสดงว่าคนใช้กันมาก ก็หมายความโดยนับว่าน่าจะใช้ได้ถูกต้อง)

วลี 4 วลีที่คุณภูมิไปสืบค้นมานี้ ถ้าว่ากันโดยผิวเผินแล้ว ก็เป็นการใช้ภาษาโดยปกติ ไม่มีอะไรขัดข้อง เพราะคนทั่วไปก็นิยมใช้กัน (สังเกตจากจำนวนรายการที่สืบค้นเจอ)

อย่างไรก็ดี คุณภูมิก็บอกไว้แล้วว่าผลการสืบค้นนี้ทำให้คุณภูมิโมโห ก็แปลว่ามันจะไม่มีอะไรผิดไม่ได้น่ะสิครับ!

แน่ะ บางคนเริ่มเกาหัว ผิดตรงไหนของแม่งวะ  คนเขาก็ใช้กันเยอะแยะ งั้นก็ตามมาเลยครับ ตามอ่านกันต่อไป วันนี้คุณภูมิจะพาพวกท่านไปทัวร์สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏในหนังสือวรรณคดีเล่มนี้

เคยอ่านกันมั้ยครับ หรืออย่างน้อย เคยได้ยินคุณครูพูดถึงในคาบวิชาภาษาไทยบ้างมั้ย ใครที่สนใจและรู้จักแต่เทวตำนานฝรั่ง เห็นวรรณคดีเรื่องนี้แล้วพึงระลึกไว้เถิดครับว่า บรรพบุรุษไทยเราก็มีจินตนาการเรื่องเทวตำนานได้บรรเจิดไม่แพ้โลกตะวันตกเลยทีเดียว

ให้ข้อมูลเล็กน้อย เผื่อมีใครที่ไม่เคยรู้จักเลยจริงๆ ไตรภูมิพระร่วง หรือ เตภูมิกถา เป็นวรรณคดีไทยในสมัยกรุงสุโขทัย พระราชนิพนธ์ในพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือ พญา (พระญา) ลิไท เป็นวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาที่บอกเล่าเรื่องภพภูมิต่างๆ รวมถึงความรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของคนในสมัยนั้น ซึ่งถึงแม้จะตรงกับความจริงน้อยมาก แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นการพยายามอธิบายเรื่องจักรวาลด้วยหลักการที่ใกล้เคียงวิทยาศาสตร์มากที่สุดที่คนในสมัยนั้นทำได้ เนื้อหาในเรื่องก็มาจากความเชื่อทางพระพุทธศาสนา (ที่แผ่ขยายจากลังกาเข้ามาได้สดๆ ร้อนๆ) ผสมกับจินตนาการของพญาลิไทและข้าราชบริพาร จุดประสงค์ดั้งเดิมที่แต่งขึ้นคือเพื่อใช้ควบคุมประชาชนให้อยู่กันอย่างสงบสุข อ่านแล้วรู้จักกลัวบาปและอยากทำบุญ ซึ่งด้วยความที่คนสมัยก่อนเขายังไม่มีสิ่งยั่วกิเลสมากเท่าในปัจจุบัน ชีวิตในแต่ละวันจึงไม่มีเรื่องอะไรให้สนใจมากไปกว่าเรื่องพระเจ้าแผ่นดินและศาสนา ดังนั้นเตภูมิกถาจึงเป็นเหมือนกฎข้อบังคับที่ผู้คนให้ความสำคัญอย่างมากทีเดียว

อย่างที่บอกไปแล้วว่าคุณภูมิจะนำท่านทั้งหลายที่เข้ามาบล็อกนี้ไปเที่ยวสถานที่แห่งหนึ่ง ฉะนั้นจึงต้องขออนุญาตพาท่านไปรู้จักกับที่แห่งนั้นโดยทันที และไม่ขอพูดอะไรเกี่ยวกับภพภูมิทั้งสามและดินแดนยิบย่อยทั้งหลายแหล่นะครับ ใครที่สนใจอยากรู้จักภพภูมิไหนเป็นพิเศษ สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้นะครับ

สถานที่ที่คุณภูมิจะพามาให้รู้จัก ถ้าหากท่านผู้อ่านอ่านมาตั้งแต่แรก และตั้งใจอ่านพอ ก็คงรู้แล้วว่า คุณภูมิจะพูดถึง "นรกโลกันตร์" นั่นเอง ถูกต้องแล้วครับ

นรกโลกันตร์ เป็นนรกขุมเกือบสุดท้ายในหัวข้อ "นรกภูมิ" โดยในไตรภูมิพระร่วง ซึ่งใช้ภาษาไทยแบบสมัยสุโขทัย จะเรียกชื่อนรกขุมนี้ตามวิธรสมาสคำแบบบาลี-สันสกฤต คือ "โลกันตนรก" ซึ่งแปลได้ว่า นรกที่อยู่ระหว่างโลก

คนแทบทุกชาติทุกวัฒนธรรมเข้าใจกันว่า สถานที่ลงโทษวิญญาณคนไม่ดี ที่เรียกกันว่า นรก นั้นตั้งอยู่ใต้โลก (คือคนไม่ดี ทำตัวต่ำๆ ก็ควรจะไปอยู่ที่ต่ำๆ ว่างั้น) นรกภูมิในไตรภูมิพระร่วงก็อยู่ใต้โลกเช่นกันครับ แต่ยกเว้นเพียงนรกโลกันต์ ซึ่งได้สิทธิพิเศษเหนือนรกขุมอื่น

"ฝูงจะกล่าวพาลหลงทั้งหลายนี้แล ๓ อันอยู่ใกล้กันดังเกวียน ๓ อัน แลวางไว้ข้างกันดังก้นบาตร ๓ ลูกอันไว้ใกล้กันนั้นหว่างจักรวาฬ ๓ อันและมีนรกชื่อว่าโลกันตนรกแล"

ถ้าเปรียบรูปร่างจักรวาลทั้งจักรวาลเป็นทรงกลม พอเอาทรงกลมจักรวาล 3 อันมาวางชิดกันเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือพีระมิด วางให้ตายก็ไม่มีทางซ้อนกันสนิท เพราะจะเกิดช่องว่างระหว่างทรงกลมเสมอ ช่องว่างระหว่างจักรวาลนั่นแหละครับ ที่ตั้งของนรกโลกันตร์ (ตามความหมายชื่อ โลกันตร์ คืออยู่ระหว่างโลกต่างๆ ในจักรวาลไงครับ)

คนตกนรกขุมปกติทั่วไป ชาวบ้านเขาถือว่าต่ำเสียยิ่งกว่าต่ำ จนต้องมาอยู่ใต้พื้นที่เท้าคนอื่นเขาเหยียบๆ กัน แล้วนรกโลกันตร์นี่ไพล่ไปอยู่นอกโลกนอกจักรวาลเลย หมายความว่าคนที่จะตกนรกขุมนี้ต้องเลวชาติสุดๆ จนนรกปกติไม่รับหรือไง

"คนฝูงใดอันกระทำร้ายแก่พ่อและแม่และสมณพราหมณาจารย์ผู้มีศีล และยุยงพระสงฆ์ให้ผิดกัน ครั้นว่าตายไปเกิดในนรกอันชื่อว่าโลกันตนรก"

จริงๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกครับ แค่คุณทำร้ายหรือฆ่าพ่อ แม่ ผู้มีพระคุณ พระภิกษุสงฆ์ นักบวช ตลอดจนผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมความดี คุณก็สอบผ่านโควตาสู่นรกโลกันตร์ไปครึ่งตัวแล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

"อันแลอันในโลกันตนรกนั้นกว้างได้ ๘,๐๐๐ โยชน์ด้วยลายนักหนาและจะนับบมิได้ มีคูลึกวงรีหาพื้นน้ำบมิได้หาฝาเบื้องบนบมิได้ไส้ เมื่อใต้น้ำอันชูแผ่นดินนี้หากเป็นพื้นขึ้นชื่อว่าโลกันตนรกนั้นและเบื้องบนเป็นปล่องขึ้นไปถึงพรหมโลก อันว่าจะมีวิมานอยู่ตรงบนโลกันตนรกขึ้นไปนั้นหาบมิได้"

ลักษณะโดยทั่วไปของนรกโลกันตร์คือ เป็นปล่องแคบๆ ที่อยู่ระหว่างกำแพงจักรวาล ด้านล่างเป็นคูน้ำลึกไร้ก้น อุณหภูมิน้ำศูนย์องศาสมบูรณ์ (ก็อยู่นอกจักรวาลนี่) ด้านบนนั้นว่ากันว่าเป็นพรหมโลก หรือภพภูมิของเทวดาชั้นพรหม ซึ่งเป็น Being เกือบสมบูรณ์แบบในเตภูมิกถา แต่ไม่ปรากฏว่ามีวิมานของพรหมองค์ใดตั้งอยู่เหนือปล่องนรกโลกันตร์พอดีหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีอาสาสมัครชาวนรกโลกันตร์ของคุณภูมิตนใดสามารถปีนขึ้นไปพิสูจน์ได้ เพราะจะถอดใจจากความสูงของกำแพงจักรวาลเสียก่อน

"เนตรแลในโลกันตนรกนั้นมืดนักหนา ฝูงสัตว์ซึ่งได้ไปเกิดในโลกันตนรกนั้นดังหลับตาอยู่เมื่อเดือนดับนั้นแลเมื่อดาวเดือนและตระวันอันไปส่องให้คนทั้งหลาย ๔ แผ่นดินนี้ให้เห็นทุกแห่ง ดังนั้นก็มิอาจส่องให้เห็นหนในโลกันตนรกนั้นได้ เพราะว่าเดือนและตระวันอันเป็นไฟและส่องให้คนทั้งหลาย ๔ แผ่นดินนี้ไปส่องสว่างกลางหาวแต่เพียงปลายเขายุคนธรไส้ และส่องสว่างไปแต่ในกำแพงจักรวาฬ และโลกันตนรกนั้นอยู่นอกกำแพงจักรวาฬไส้ อยู่หว่างเขาจักรวาฬภายนอกเรานี้จึงบมิได้เห็นหนไส้เพื่อดังนั้นแล ฯ"

นอกจากนี้ ด้วยความที่ตั้งอยู่นอกกำแพงจักรวาล แสงเดือน แสงดาว และแสงอาทิตย์ ซึ่งส่องอยู่เพียงในจักรวาลเท่านั้นจึงมาไม่ถึงนรกโลกันตร์ ดังนั้นนรกขุมนี้จึงมืดมิดเหมือนหลับตาในคืนเดือนดับอยู่เสมอ

กระนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้มองเห็นอะไรๆ ในนรกโลกันตร์เสียทีเดียว

"ถ้าและว่าต่อเมื่อใดโพธิสัตวผู้จะลงมาอุบัติตรัสแก่สัพพัญญุตญาณ และเมื่อท่านเสด็จลงไปเอาปฏิสนธิในครรภ์พระมารดานั้นก็ดี และเมื่อท่านสมภพจาตุโกรธรนั้นก็ดีแล เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสแก่สัพพัญุตญาณนั้นก็ดีแล เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสเทศนาพระธรรมจักรนั้นก็ดีแล เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่นิพพานนั้นก็ดี ในกาล ๕ ที่นี้ในโลกันตนรกนั้นจึงได้เห็นหนแท้นักหนา คนซึ่งอญุ่ในนรกนั้นจึงได้เห็นกัน"

ชั่วชีวิตของผู้ที่อยู่ในนรกโลกันตร์ (ซึ่งยาวนานกว่าอายุเฉลี่ยมนุษย์มาก เชื่อเหอะ) มีเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่จะได้มีโอกาสเห็นภาพของดินแดนที่ตนอาศัยอยู่ และเห็นรูปลักษณ์ของเพื่อนร่วมภพ ซึ่งโอกาสที่จะมีแสงสว่างเพียง 5 ครั้งนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชีวิตของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ได้แก่

1. เมื่อทรงปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา

2. เมื่อประสูติ

3. เมื่อตรัสรู้

4. เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องธัมมจักรกัปปวัตนสูตร (ธรรมจักร)

5. เมื่อเสด็จปรินิพพาน

"อันว่าเขาและบ่อนกันดังนั้นก็ดีบมิได้เห็นอยู่นาน เห็นเร็วประมาณดีดนิ้วมือเดียวไส้ เห็นปานดังสายฟ้าแลบคาบเดียวไส้ เมื่อดังนั้นเขาทั้งหลายนั้นมิได้ว่าอันใด ครั้นเขาว่าแต่เท่านั้นแล้วไส้ก็กลับไปมืดดังเก่าเล่า ฯ ผิเมื่อพระพุทธเจ้าตัรสเทศนาธรรมจักรนั้น ยังค่อยเรืองอยู่เว้นนานกว่าทุกคาบวันละน้อยแสงสายจึงวายเรือง"

อย่างไรก็ดี แสงที่สว่าง 5 ครั้งนั้นก็ใช่ว่าจะส่องไปนานๆ แบบหลอดไฟเบอร์ 5 แต่สว่างแค่ชั่วเวลาดีดนิ้วเปาะเดียวเหมือนฟ้าแลบเท่านั้น จะมีก็แต่แสงตอนพระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องธัมมจักรกัปปวัตนสูตรเท่านั้นที่จะสว่างนานกว่าหน่อยนึง แล้วถึงค่อยๆ จางลงๆ

ปรากฏการณ์นี้ คุณภูมิไม่รู้จะแสดงเป็นภาพออกมาอย่างไร ฉะนั้นขอนำอาการไข้ของคอมฯ คุณภูมิมายกเป็นตัวอย่างให้ชมกันครับ (จำลองจากสถานการณ์จริง)

บรรยายสถานที่ไปเสร็จสรรพแล้ว มาพูดถึง Residents แห่งนรกขุมนี้กันบ้างดีกว่า

"ตนเขานั้นใหญ่นักหนาโดยสูงได้ ๖,๐๐๐ วา เล็บตีนเล็บมือเขานั้นดังคั้งคาว และใหญ่ยาวนักหนา สมควรด้วยตัวอันใหญ่นั้น เล็บนั้นสมนักหนา ผิและเกาะแห่งใดก็ติดอยู่แห่งนั้น"

สัตว์นรกโลกันตร์ หรือชาติหน้าของพวกนักการเมืองหนักแผ่นดินบางคน (ชอบทำร้ายผู้มีพระคุณต่อแผ่นดินทั้งทางตรงและทางอ้อม) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่พบเจอในนรกโลกันตร์  ดูท่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกมา คือตัวสูงถึง 6,000 วา หรือ 12,000 เมตร (1 วา = 2 เมตร) มีเล็บมือเล็บเท้ายาวเฟื้อย แถมยังคมกริบได้ใจ ประมาณว่าเจาะผนังกำแพงจักรวาลตรงไหนก็ติดที่นั่น ไม่ต้องใช้สลิงและตัวแสดงแทน

"เขาเอาเล็บเขานั้นเกาะกำแพงจักรวาฬมั่นหน่วงอยู่ และเขาห้อยตนเขานั้นอยู่ดังคั้งคาวนั้นแล"

ในยามปกติ เวลาไม่ได้ไต่กำแพงจักรวาลไปไหนมาไหน สัตว์นรกโลกันตร์ก็จะเอาเล็บตีนยึดกำแพง แล้วห้อยหัวลงเหมือนค้างคาว ปล่อยเลือดให้ไปเลี้ยงหัวเล่น

"เมื่อเขาอยากอาหารไส้เขามิได้ไปหาเพื่อจะหากิน ครั้นได้ต้องมือกันเข้าไส้ใจเขานึกว่าเขากิน ก็จับกุมกันกินคนผู้หนึ่งก็นึกว่าเขากิน จึงคนทั้งสองนั้นก็จับกุมกันกิน ต่างคนต่างตระครุบกัดกินก็รัดเอาด้วยกันทั้งสองคนในน้ำอันชูแผ่นดิน"

สัตว์นรกโลกันตร์นั้น นอกจากจะหน้าตาไม่หล่อแล้ว สติปัญญาก็ยังติดลบอีกด้วย วันๆ จึงอาศัยสัญชาตญาณนำพาชีวิตให้อยู่รอด เวลาหิว สัญชาตญาณก็จะสั่งให้พวกมันปีนป่ายกำแพงจักรวาลพลางควานมือเท้าสอดส่ายหาอาหาร พอแตะโดนกันและกัน ด้วยความที่มืดสนิท มองกันไม่เห็น สัตว์นรกแต่ละตนก็เลยนึกเอาว่าเจออาหารแล้ว จากนั้นก็กอดกลุ้มรุมปล้ำกันจับอีกตัวมากิน แล้วสุดท้ายก็มักจะพากันหล่นตูมลงไปในน้ำเย็นเจี๊ยบข้างล่าง

"เมื่อเขาตกลงในน้ำนั้นดุจลูกไม้อันใหญ่แลหล่นลงไปในน้ำนั้น และใต้น้ำนั้นไส้แต่แรกตั้งแผ่นดินแดดบห่อนจะไปต้องน้ำนั้นได้สักคาบหนึ่งเลย และน้ำนั้นเย็นนักหนา ครั้นว่าตกลงมาในน้ำนั้นบัดเดี๋ยวใจไส้ ตนเขาก็เปื่อยแหลกออกไปสิ้นดังก้อนอาจมซึ่งตกลงในน้ำนั้นก็ตายบัดใจ แล้วจึงกลายเป็นคนเขาขึ้นอีกเล่าโสด เขาจึงปีนขึ้นไปเกาะกำแพงจักรวาลภายนอกนั้นอยู่ดังก่อนเล่าแล"

อย่างที่บอกไว้แล้วว่านรกโลกันต์อยู่นอกจักรวาล จึงไม่มีแสงและไอความร้อนใดๆ แผ่ไปถึง น้ำในคูไร้ก้นที่รองรับนรกโลกันตร์มาตั้งแต่ต้นจึงเย็นเจี๊ยบจับจิต ชนิดที่ว่าน่าจะอุณหภูมิถึงศูนย์องศาสัมบูรณ์ (-273.15 c) หรือมากกว่า แต่แทนที่พอสัตว์นรกตนใดตกลงมาในน้ำแล้วจะแข็งตาย กลับกลายเป็นว่าร่ายกายของสัตว์นรกตนนั้นจะสลายออกเป็นชิ้นๆ เหมือนก้อนอาจมที่พอตกลงน้ำก็แตกกระจายกลายเป็นก้อนแหยะๆ ยุ่ยๆ (คนโบราณหาวิธีเปรียบได้ขยะแขยงดีมาก) สักพัก ก้อนยุ่ยๆ ทั้งหลายก็จะมารวมตัวกัน เกิดเป็นสัตว์นรกตนเดิมปีนขึ้นมาเกาะกำแพงจักรวาลอีกครั้ง เรียกได้ว่าทำให้ฟื้นเพื่อให้ได้ทรมานต่อไปนั่นเอง

 

"แต่เขาตายเขาเป็นอยู่ดังนั้นหลายคาบหลายครานักหนาแล แต่เขาทนทุกขเวทนาอยู่ที่นั้นช้าหึงนานนักชั่วพุทธันดรกัลปหนึ่งแล ฯ"

สัตว์นรกโลกันตร์จะมีวงเวียนชีวิตหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตามที่ว่ามานี้เป็นเวลาถึงหนึ่งพุทธันดรกัลป์ หรือก็คือช่วงเวลาตั้งแต่มีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งอุบัติขึ้น ตรัสรู้ และปรินิพพาน ==> ศาสนาพุทธแพร่กระจาย รุ่งเรือง และเสื่อมสูญ ==> จักรวาลไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดมาอุบัติ ทำให้จักรวาลว่างเว้นศาสนาพุทธ ==> พระพุทธเจ้าองค์ใหม่อุบัติ สรุปก็คือนาน นาน นาน และก็นาน จนเกิด Big Bang และ Big Crunch สลับกันไปสลับกันมาได้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สัตว์นรกโลกันตร์จึงจะพ้นเวรพ้นกรรมและมีสิทธิ์ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านั่นเอง

เป็นไงครับ ได้ความรู้จากการนำทัวร์ของคุณภูมิกันบ้างมั้ย

อย่างน้อย คุณภูมิก็หวังว่าท่านที่เข้ามาอ่านจะเข้าใจแล้วว่า นรกโลกันตร์นั้นทั้งมืดและหนาวเย็น จึงไม่มีทางที่จะมีไฟร้อนแรงแผดเผาแบบนรกอีกหลายขุมได้ ดังนั้น วลี "ไฟโลกันตร์" และ "เพลิงโลกันตร์" ที่หลายคนชอบใช้เวลาพูดถึงไฟ จึงไม่ใช่การใช้คำที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยแต่โบราณ

คุณคงสงสัยต่อ แล้วจะใช้ให้ถูกต้องได้ยังไงล่ะ

ในไตรภูมิพระร่วง บทนรกภูมิ มีนรกอีกขุมหนึ่งที่โหดไม่แพ้นรกโลกันตร์ แต่ยังดีกว่าหน่อยที่นรกขุมนี้อยู่ภายในจักรวาล อันที่จริงคือเป็นนรกขุมที่อยู่ลึกที่สุดใต้พื้นโลกนั่นเอง (คะเนตำแหน่งตามความเป็นจริงแล้วน่าจะเป็นแมนเทิลหรือแก่นโลก) ชื่อนรกขุมนี้ คิดว่าหลายคนรู้จักกันดี นั่นคือ "อเวจี" ครับผม

คราวนี้คุณภูมิเพิ่งพาไปเที่ยวนรกโลกันตร์มาหยกๆ จึงไม่ขอพาไปอเวจีอีกแห่งก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวใครๆ จะนึกว่าคุณภูมิมีเอี่ยวอะไรกับพญายมซะเปล่าๆ เอาเป็นว่าจะเล่าให้ฟังแค่ว่า นรกอเวจีเป็นนรกขุมที่ร้อนที่สุด (ตรงขามกับโลกันตร์ ซึ่งเย็นที่สุด) มีไฟลุกโชนตลอดเวลา แต่ไม่มีลมพัดสักแอะ สัตว์นรกอเวจีจะถูกตรึงร่างไว้ไม่ให้กระดิกกระเดี้ยไปไหนได้ ต้องโดนไฟลนไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ซึ่งก็ตรงตามความหมายของชื่อ "อเวจี" ที่แปลว่า "ไม่ไหวติง"

ฉะนั้น ไฟที่ร้อนราวกับมาจากนรก ที่ถูกต้องคือ "ไฟอเวจี" หรือ "เพลิงอเวจี" ครับ

เพราะฉะนั้น คุณภูมิจึงอยากฝากข้อความทิ้งท้ายไว้ว่า

ด้วยความปรารถนาดี จากบัณฑิตคณะอักษรศาสตร์ ที่ถึงจะไม่ได้เอกวิชาภาษาไทย แต่ก็รักภาษาไทยไม่แพ้นักการเมืองหลายคนที่กำลังจะได้ไปอยู่นรกโลกันตร์

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่าจะเกิดจากความสับสนระหว่าง "ไฟบรรลัยกัลป์" หรือ "เพลิงกัลป์" กับ "โลกันต์" ล่ะมั้ง

วาดภาพได้หยดหยองมาก พวกสัตว์นรกโลกันต์ เห็นแล้วคิดถึง เท็นเง็น ท็อปปะ กุเร็น ลากันน์!!!Hot! Hot! Hot!
โอเครับทราบconfused smile

ปล.ทำแท่กแล้วเน้อconfused smile
#2  by  wesong At 2008-06-07 09:11, 
ดีมากเลยภูมิ
ได้สาระดีมาก จะได้เอาไปใช้ได้ถูกกันซะที
Hot! Hot! Hot! Hot!
#3  by  timecapsule At 2008-06-07 10:52, 
ภาษาเนี่ย จะชาติไหนยุคไหนก็วิบัติได้นะคะ =''= วันนั้นนัทฟังวิทยุ แม้แต่ภาษาอังกฤษที่ไม่ซับซ้อนเท่าภาษาไทย ตัวอักษรก็ง่ายกว่าน้อยกว่า ยังจะเข้าขั้นวิบัติแล้วเลย เห็นเพื่อนนัทเขียนรายงานส่งครูแต่ละคนนี่ก็แหม... ภาษาแชทที่สุดในโลกอ่ะ =O=!!

ป.ล. ขออนุญาตแอ๊ดเป็นฟาโวริทนะคะ -/\-
#4  by  NATTHY At 2008-06-07 13:08, 
ยินดีและขอบคุณมากๆ ครับ big smile

เขียนรายงานส่งครูด้วยภาษาแชทนี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะครับ
ถ้าผมเป็นครูนะ จะทำโทษให้เขียนรายงานเรื่องภาษาแชท ความยาว 100 หน้า ส่งภายใน 1 อาทิตย์เลย หึหึ open-mounthed smile
โอ้
ขอบคุณที่ให้ความรู้กันค่ะ

ชอบที่คุณภูมิพาทัวร์โลกันตนรก
ทำสัตว์นรกซะน่ารักเกินจริง ฮ่าๆ
#6  by  SEsai*im อิ่มๆ At 2008-06-07 13:42, 
ดีมากเลยครับ จริงๆแล้วมันยังมีอีกหลายคำมากๆ ที่เรายึดถือความเคยชินบดบังจนสิ่งที่ถูกกลายเป็นสิ่งทเหมือนจะไม่ถูกไป เพียงเพราะเราไม่คุ้นเคย

ขอเพิ่ม fav ด้วยละกันนะครับ จะได้เข้ามาอ่านบ่อยๆ
#7  by  บอมเบย์ At 2008-06-07 13:48, 
สัตว์นรกนั่น
ดูท่าทางมันเฟอะฟะยังไงก็ไม่รู้
ดูแล้วสมเพชอ่ะครับ

มาทำดีกันดีกว่าน่าHot! Hot!
#8  by  Dei At 2008-06-07 17:37, 
Hot! Hot! Hot!
สุดยอดไปเลยopen-mounthed smile
#9  by  dong=ดอง,โด่ง At 2008-06-07 17:58, 
เป็นความรู้ประดับปัญญามากๆค่ะconfused smile

แต่คาดว่าช่วงนี้คงจะมีสมาชิคเพิ่มที่"นรกโลกันต์" มากขึ้นเยอะนะคะ เศรฐกิจไม่ดีแล้ว โจรขโมยเยอะขึ้นค่ะ(ขอทานก็เยอะตามไปด้วย)angry smile

ปล.ชอบที่มีการอธิบายเป็นภาพมากๆค่ะ เพราะเห็นภาพชัดเจน(แต่ก็แอบวาดน่ารักนะคะเนี้ย ฮุๆ)
Hot!

อ่านแล้วอยากนิพพาน
#11  by  WednesdayChild At 2008-06-07 20:59, 
คงต้องปรับปรุงอีกเยอะครับ

บทความน่าสนใจมากครับ big smile
#12  by  [Blog]-`Nutty.,* At 2008-06-07 21:47, 
ขอบคุณคะ เป็นข้อมูลที่ดีมากเลย
สัตว์นรกน่ารักอ่ะ cry
#13  by  Cotton At 2008-06-07 22:03, 
โอ้...สาระแบบ หลอนๆHot! Hot! big smile big smile
#14  by  (^_^)/nana At 2008-06-07 22:25, 
อะ เพิ่งรู้นะเนี่ย

เห็นคนใช้กันผิดๆมานาน

ชอบตัวอย่างอัรรองสุดท้ายแฮะ
เหมือนโดนงับหัวเลย sad smile

ภาษาย่อมร่วงโรยไปตามกาล เฮ้อ

Hot! Hot!
#15  by  paroJung At 2008-06-07 22:30, 
เยี่ยมยอดมากครับ เนื้อหาปึ้กจริงๆHot!
#16  by  โก๋สิจ๊ะ At 2008-06-07 22:36, 
โหะ ๆ
เมื่อปีที่แล้วเรียนวรรณคดีไทย
ได้เรียนเตภูมิกถาด้วย
เรื่องนรกโลกันต์เป็นอะไรที่...ติดใจ
555+
#17  by  ~!!!EstelioN!!!~ At 2008-06-07 22:44, 
ขอตินิดนะคติที่ว่ารับ
๑.ผมคิดว่าเรื่องเกี่ยวกับความถูกต้องในภาษาไทย ผมชอบอ่านมาก เพราะผมเป็นคนนึงที่ค่อนข้างจริงจังในเรื่องความถูกต้องของการใช้ภาษา แต่ติที่ว่า ฉากหลังเป็นดาวกระพริบไปมา ตัวหนังสือสีขาวเล็กมาก ซึ่งมันกลืนกันไปหมด ผมอ่านไปได้สองสามบรรทัดเริ่มปวดหัวและคลื่นไส้(จริงๆ) อย่างบอกไม่ถูก

๒.คนที่ป่วยเป็นโรคลมบ้าหมู ถ้าเจอฉากหลังแบบนี้จะอาการกำเริบทันทีครับ คนกลุ่มนี้จะมีปฏิกิริยากับสิ่งวับๆวูบๆ แบบดาวของฉากหลังคุณ คุณอาจทำให้เขาอาการกำเริบโดยไม่รู้ตัวครับ
๓.ผมนับถือคนที่อ่านจบจริงๆ ครับ

ผมขอฝากด้วยครับ นึกถึงคนอ่านบ้าง บทความดีแต่สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะอย่างนี้ผมก็แย่ครับ
#18  by  เสกสรร (125.25.128.133) At 2008-06-07 22:52, 
อักษรปี1ต้องเรียนฉบับเต็มทุกคนหละสิ sad smile
ตอนนี้ม.6เรียนแค่ติ่งๆไปก่อน

แต่ก็สนุกดีนะ อ่านแล้วเข้าใจความคิดความเชื่อของคนไทยขึ้นเยอะเลย
ไม่น่าเชื่อว่าวรรรณคดีเรื่องเดียวจะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยได้มากอย่างนี้
#19  by  imine At 2008-06-07 23:33, 
โหๆๆ
#20  by  book At 2008-06-07 23:55, 
open-mounthed smile open-mounthed smile
#21  by  โหลดธีม (58.64.88.141) At 2008-06-08 00:13, 
พยายามจะไม่ลงไปเจอเจ้าตัวพวกนั้นครับ

ดูเอ๋อ ๆ ไปนิด ท่าทางจะคบยาก cry
#22  by  oatato At 2008-06-08 01:49, 
อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน คุณภูมิขอตอบคอมเมนต์นะครับ

พี่อุ้ย ==> อือ ลืมนึกถึง "ไฟบรรลัย/ประลัยกัลป์ ไปเลยพี่ มันก็ "กัน"ๆ เหมือนกันนี่เนอะ

Gurren Lagann ไม่เคยติดตามจริงจังเลย ชอบตัวละครอยู่ตัวเดียว คือ พระเอก (Simon) ตอนเด็กๆ น่ารักน่าโฮกมากมาย open-mounthed smile

พี่เส่ง ==> ขอบคุณครับพี่ ฝากเป็นพาหะแพร่เชื้อแท็กต่อเยอะๆ เลยนะครับ

สักคนในชาวถั่วงอก ==> ขอบคุณครับ หวังไว้เช่นนั้นแล

คุณนัท ==> ตอบคอมเมนต์ไปแล้วทีหนึ่งข้างบนนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับที่ add favorite big smile

คุณ Sesai ==> นั่นสิครับ มันจะน่ารักไปไหน สงสัยดีใจที่มีคนมาเยี่ยมมากมายกระมัง เหอๆ

คุณบอมเบย์ ==> คำอีกหลายคำที่ว่า ถ้ามีโอกาส และสามารถนึกวิถีเรียบเรียงให้น่าสนใจและอ่านสนุกได้ ผมจะเอามาอัพลงบล็อกทันทีครับ ขอบคุณที่ add favorite เช่นกันครับ surprised smile
คุณ Dei ==> มันก็ไม่ได้เฟอะฟะอะไรมากมายหรอกครับ เพียงแต่มันออกจะเหมือนสัตว์ที่มีแต่สัญชาตญาณ ไม่มีสติปัญญา ก็แค่นั้น แอบน่าสงสารเหมือนกันแฮะ

มาทำดีกันดีกว่า เห็นด้วยครับ confused smile

คุณ Dong ==> ขอบคุณครับ ติดใจให้สามดาวเลยเชียว

คุณหมาป่าสีเงินแห่งป่าที่ถูกลืม (ชื่อเท่จังครับ) ==> นั่นสิครับ อีกไม่นานคงมีการรับน้องใหม่ครั้งใหญ่ที่โลกันต์แน่เลย

ขอบคุณที่ชอบวิธีการนำเสนอของผมครับ เป็นความพยายามในการทำตำราให้จำง่ายน่ะครับ อย่างน้อยก็ทำให้ผมที่ไม่ใคร่จะชอบท่องจำเนื้อหามากมายสามารถจดจำอะไรๆ ได้บ้าง เลยคิดว่าสื่อด้วยภาพนี่แหละดีที่สุด

คุณลูกคนกลาง (Wednesday Child) ==> เรามาบำเพ็ญตบะเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานกันเถอะครับ

คุณ Nutty ==> คนไทยเรียนรู้และปรับปรุงตัไปเรื่อยๆ อยู่แล้วครับ (แต่ระหว่างนั้นก็ชอบรับอะไรไม่เข้าท่าใส่ตัวอยู่เรื่อย) ดีใจครับที่ชอบ
คุณ Cotton ==> น่ารักก็จริง แต่อย่าไปหลงเสน่ห์มันเชียวนะครับ เหอๆ open-mounthed smile

คุณ Nana ==> เจ้าของบล็อกมันหลอนพอๆ กันครับ cry

คุณ paroJung ==> ภาษาร่วงโรยไปตามกาลก็จริง แต่ถ้ายังคงมีคนใช้ภาษานั้นๆ อยู่ ก็ย่อมมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอครับ
ถ้าจะให้ถูก ก็ควรจะเป็น "ภาษาย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาล" ครับ
จากที่ผมเรียนมา เราเชื่อว่าภาษาและวัฒนธรรมมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ครับ

เหอๆ ผมก็ชอบไอ้ตรงงับหัวนะ ทำเสร็จแล้วเอามาดูแล้วดูอีก เพลินดีครับ big smile

คุณโก๋สิจ๊ะ ==> ขอบคุณครับ แต่จริงๆ ยังมีรายละเอียดมากกว่านี้ครับ แต่ผมขอเอามาถ่ายทอดแต่พอประมาณดีกว่า big smile

น้อง Estelion ==> หนูเป็นรุ่นน้องที่คณะเดียวกับพี่ล่ะสิครับ ตอนนี้คงอยู่ปีสองใช่มั้ยล่ะ
อยากรู้จังว่าเคยเห็นตัวจริงของพี่ที่คณะบ้างมั้ยน้า
ตอนเรียน Thai Lit. พี่ก็ติดใจนรกโลกันต์เหมือนกันครับ
(จริงๆ ติดใจมานาน ตั้งแต่ตอน ม.ต้นแล้วด้วยซ้ำ เหอๆ)
คุณเสกสรร ==> ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับคำติติงและคำแนะนำ
ฉากหลังรูปอวกาศและธีมสีดำตัวอักษรสีขาวนี่เป็นรสนิยมส่วนตัวของผมเอง
และที่เลือกใช้แบบนี้ก็เพราะมั่นใจว่าผู้อ่านบล็อก Exeen ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยรุ่น
ซึ่งเอาเข้าจริงก็มีผู้ใหญ่ๆ เข้ามาอ่านมากเหมือนกัน และแทบทุกคนก็บอกเหมือนกันว่า บล็อกผมตกแต่งแบบนี้ทำให้อ่านยาก

อันที่จริง ต่อให้ไม่มีคำติติง ผมก็ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนธีมบล็อกในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว รวมทั้งฉากหลังก็จะเปลี่ยนเป็นแบบที่ไม่เคลื่อนไหวด้วยครับ
แต่พอได้อ่านคำแนะนำของคุณเสกสรรแล้ว ทำให้ผมต้องระมัดระวังมากขึ้น และขอไปตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ธีมใหม่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและสายตาของผู้อ่านได้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและแนะนำครับ และขอโทษคุณและผู้ป่วยโรคลมบ้าหมูทุกคนด้วยครับ

คุณ Imine ==> อักษรฯ จุฬาฯ ปีหนึ่งได้เรียนวิชาวรรณคดีไทยตอนเทอมสองจริงๆ แหละครับ
แต่บางเรื่อง อย่างไตรภูมิพระร่วงนี่ หลายคนเขาก็อ่านกันเล่นๆ จนจบตั้งแต่ตอน ม.ปลายแล้ว ซึ่งอันนี้คงขึ้นอยู่กับว่าชอบอ่านหนังสือมากน้อยแค่ไหนกันน่ะครับ
อ้อ ผมอยู่ปี 1 ก็จริงครับ แต่เป็น ปี 1 ปริญญาโท เพิ่งจบป.ตรีปี 4 ได้ไม่นานมานี้เอง เหอๆ open-mounthed smile

คุณ book ==> โหๆๆ ด้วยคนสิครับ

คุณ โหลดธีม ==> big smile big smile

คุณโอ๊ตตาโต ==> อย่าได้เจอเป็นดีที่สุดครับ ตอนนี้มีคนที่สมควรไปเยอะแล้ว
บางทีคำว่า ไฟ ในที่นี้อาจจะไม่ใช่ ไฟ ทางกายภาพ อาจจะเป็น ไฟในใจ ที่เกิดขึ้นที่ไหนก็ร้อนรุ่มที่นั่น ต่อให้ไปยืนบนที่มีอุณหภูมิ 0 องศาสมบูรณ์ก็ตาม ไฟนั้นก็ยังเผาไหม้ดวงจิตให้ร้อนรุ่ม ดุจยืนอยู่บนพระอาทิตย์ก็ได้นะครับ เรื่องนี้คงต้องดูเจตนาของผู้ตั้งเสียมากกว่า

การโมโหก็เหมือนดั่งนำไฟมาวางอยู่กลางจิตใจก็ไม่ปานนะครับ

อย่างไรเสีย บทความนี้มีประโยชน์มากเลยทีเดียวครับ Hot!
#28  by  เจ้าชายน้อย At 2008-06-08 10:16, 
เยอะสุดๆ เเต่จะเลิกใช้ก็ได้ฮะ

บล๊อคสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะเนี่ย *-*
#29  by  ►JuNo★iji◄ At 2008-06-08 10:58, 
Hot! cool
#30  by  Catkun At 2008-06-08 11:30, 
แม่มดเรียนเอกไทยโดนให้เรียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง ตั้งแต่ปี 1ส่วนที่เรียนก็เป็นตอน นรกภูมิ

จำได้เลยว่าแต่ละภูมิต่างก็แข่งกันน่ากลัวได้หนุกหนานมาก (ประชดนะคะ)

แม่มดก็เพิ่งรุจากเรียนครั้งนี้อ่า ว่าคนที่ชอบทำคนอกหักก็มีขุมนรกใ้ห้พำนักเหมือนกัน

แถมคนที่นินทาอาจารย์ก็จะตกสุนัขนรก เง้อ

แต่ที่แม่มดกลวมากๆก็นรกขุมนี้ล่ะค่ะ นรกโลกันต์

ป.ล. เห็นด้วยค่ะ...ที่อยากให้เลิกใช้ความหมายผิด
แต่ว่า...บางทีก็อาจจะเป็นเรื่องยากซะแล้ว sad smile
เพราะคนอาจจะชินกับนรกที่ร้อน + มีไฟ + กระืทะทองแดง

#31  by  *~ แม่มด ~* At 2008-06-08 12:53, 
สุดยอดความรู้ใหม่!
อธิบายเข้าใจง่ายเห็นภาพมาก555

ปล. ทำ "สี" แล้วนะคะopen-mounthed smile
#32  by  ~aMe~ At 2008-06-08 12:56, 
เคยอ่านในของทศชาติชาดก เรื่องของชูชกกับอมิตตดาน่ะครับ แต่เพิ่งเคยเห็นไอ้ที่เป็นอิเมจชัดเจน เป็นภาพชัดแบบนี้ ^^

Hot!
#33  by   At 2008-06-08 16:11, 
อ่ะ แวะกลับมาอีกครั้ง
ยกมือสวัสดีรุ่นพี่คะ
congratulation ล่วงหน้าเลยนะคะ
big smile
#34  by  ~!!!EstelioN!!!~ At 2008-06-08 17:31, 
เอ่อ...ลืมค่ะ
ขอถามอีกอย่างหนึ่ง
เป็นคริสต์หรือเปล่าคะ?
(ดูจาก head น่ะค่ะ)
#35  by  ~!!!EstelioN!!!~ At 2008-06-08 17:31, 
^เป็นจ้ะ คาธอลิกเลยด้วย
แต่ตั้งแต่ต้นปีมานี่ไปโบสถ์ได้ไม่กี่ครั้งเอง
รู้สึกบาปมากมาย เหอๆ open-mounthed smile
(Congratulations ต้องเติม "s" ข้างหลังด้วยเน้อ)
ตอบคอมเมนต์อื่นครับ

คุณเจ้าชายน้อย ==> ก็จริงครับ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
เพราะคนไทยที่ใช้สำนวนแบบเข้าใจผิดในกรณีดังกล่าวคงไม่ฉลาดหรือคิดลึกซึ้งแบบที่คุณว่าหรอกครับ
ไม่ได้ดูถูกคนร่วมชาตินะครับ แต่ประสบการณ์ชีวิตสอนผมมาอย่างนั้น

อย่างไรก็ดี ผมจะพยายามไม่โมโหนะครับ เหอๆ ขอบคุณครับที่ชอบ big smile

คุณจุง ==> เลิกใช้เถอะครับ เดี๋ยวลูกหลานจะจำกันผิดๆ เสียเปล่าๆ
ดีใจครับที่มีคนชอบธีมบล็อกผม แต่เมื่อกี้เพิ่งถูกคุณเสกสรรต่อว่ามาเอง ปรับตัวไม่ถูกเลยแฮะ เหอะๆ

คุณแมวคุง ==> ขอบคุณครับ big smile

คุณแม่มด ==> คนไทยเกิดในเมืองร้อน ก็เลยไม่ชอบความร้อน
พอไปจินตนาการถึงสถานที่ไม่น่าอภิรมย์อย่างนรก ก็เลยได้ภาพที่ที่มีแต่ไฟน่ะครับ
ในกรณีเดียวกัน คนตะวันตก อย่างพวกนอร์สหรือไวกิ้ง เขาอยู่แถบสแกนดิเนเวียซึ่งหนาวตลอดศก ก็เลยไม่ชอบความหนาวเย็น นรกของเขาก็เลยเป็นที่ที่เย็นๆ มืดๆ

ตอนเรียนวรรณคดีไทย ผมก็ชอบเรื่องไตรภูมิพระร่วงที่สุดเหมือนกันครับ โดยเฉพาะสุนัขนรกที่ก็ขำดี cry

คุณอาเมะ ==> ขอบคุณครับ ช่วยกันแพร่เชื้อแท็กสีให้กระจายกันได้เร็วดีแท้ เหอๆ

คุณหมอเถื่อน ==> น่าเสียดายจังที่ผมจำเรื่องในทศชาติชาดกไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพได้ชัดเจนขนาดนี้ได้ตอบยกความชอบให้ไตรภูมิพระร่วง ซึ่งเป็นบ่อเกิดของเทวตำนานที่คนไทยใช้กันครับ
มองอีกด้านนึง มันอาจเป็นศัพท์ที่สร้างขึ้นเพื่อสื่อคำนี้โดยเฉพาะ และมีมานานแล้วนะครับ
แบบคำว่า "เดธ สะมอเร่" หรือ "ร้อน ตับแตก"

ต้องใช้คำของแรมโบ้

"ถ้าไม่มีปืน คุณเปลี่ยนมันไม่ได้หรอก"

แป่วว
#39  by  นิเกะ At 2008-06-09 07:58, 
เป็นความรู้ที่เจ๋งโคตรครับ
ชอบรูป Display มากเลยครับ Design เจ๋งดี
#40  by  คุณหมาสายตาเอียง At 2008-06-09 12:26, 
คุณสามารถนำคำสอนพระพุทธศาสนามาบรรยายเป็นภาษาใหม่ ทั้งรู้เรื่อง และสนุกได้ขนาดนี้ ผมคารวะเลยจริงๆครับ ขออานิสงค์จงมีแด่คุณนะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
#41  by  Evan Yzac -- The Crow At 2008-06-10 12:56, 
คุณนิเกะ ==> ขำดีครับ แต่ไม่ตลก (เอ๊ะ ยังไง)
อย่ามามั่วครับ มันไม่เคยมีมาก่อน
เหมือนตัวอย่าง "เด็ดสะมอเร่" ของคุณ
ก็เป็นการใช้ที่บิดเบือนมาภายหลัง

ผมไม่มีปืน แต่ผมมีบล็อก และผมจะใช้บล็อกนี่แหละครับในการเปลี่ยนมัน


คุณหมาสายตาเอียง ==> ขอบคุณครับ
ดีใจจัง มีคนชอบ display เราด้วย open-mounthed smile


คุณ Evan Yzac ==> ขอบคุณครับ ขอให้คุณได้รับเช่นกันครับ

big smile
ครับ เคยฟังผ่านๆ มาจากครูแล้วครับ ก็อยากให้คนไทยใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องกันทุกคนนะครับ
#44  by  Horus (222.123.29.233) At 2008-06-12 20:36, 
เลือกได้อยากอยู่นรกโลกันตร์มากกว่านรกอเวจี ทนหนาวดีกว่าทนร้อนนะเออ
#45  by  เหมียวลี่นิรนาม At 2008-06-13 19:09, 
^ ยัยบ๊อง ถ้าเลือกได้จริง แล้วจะเลือกไปอยู่นรกทำไมล่ะจ๊ะเธอ sad smile
sad smile ทราบแล้วเปลี่ยน .. Hot!
#47  by  1000moon At 2008-06-14 14:03, 
นรกที่อยู่ในบล็อกนี้เป็นความเชื่อของศาสนาอะไรเหรอครับพี่
#48  by  Horus (117.47.42.148) At 2008-06-14 18:14, 
^ พุทธ ครับ
นรกและสวรรค์ส่วนใหญ่ที่คนไทย มาจากพุทธศาสนาทั้งนั้นแหละครับ big smile
นรกของศาสนาคริสต์เป็นยังไงเหรอครับ (มีข้อมูลหรือเปล่า)
#50  by  Horus (222.123.210.135) At 2008-06-14 23:23, 
^มีหลายขุมเหมือนกับของพุทธแหละครับ (แต่ไม่ได้หมายความว่านรกพุทธกับนรกคริสต์เหมือนกันนะครับ)

แต่ของคริสต์ เขาจะมีนรกใหญ่ๆ อยู่ 2 แห่ง

แห่งหนึ่งคือ Inferno หรือ Hell เป็นนรกเอาไว้ลงทัณฑ์คนบาปโดยเฉพาะ

อีกแห่งคือ Purgatory เป็นนรกที่ไม่โหดเท่าแห่งเมื่อกี้ มีไว้สำหรับให้คนที่ไม่ได้ทำความเลวอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำความดีด้วย พูดง่ายๆ คือไม่ทำอะไรมันเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง

และใน Inferno และ Purgatory นี้เองก็ยังมีแบ่งลงไปอีกหลายขุมย่อยๆ ครับ (มีที่สำหรับลงโทษคนที่ทำบาปหนัก 7 ประการด้วย ซึ่งโทษแต่ละแบบก็ฟังดูน่าสนุกดี)

ทั้งหมดนี้ ถ้าน้องสนใจ หาอ่านได้จากวรรณคดีอังกฤษชื่อ Divine Comedy ครับ (มันมีให้โหลดเป็น E-book ในอินเตอร์เน็ตด้วยนะครับ)

ถามมากๆ อย่างนี้ ต้องเข้าอักษรฯ จุฬาฯ ให้ได้นะเออ อิอิ confused smile
ผมเรียนเอกวรรณคดีไทย โดนไตรภูมิไปทั้งครึ่งเทอมหลังเลย ขออนุญาตเสริมนิดนึงจากบานแพนกว่าเรื่องดังกล่างพญาลือไทไม่ได้แต่งเองเอาสนุกแต่รวบรวมมาจากคัมภีร์ทางพุทธแลอาจารย์ผู้รู้อีกสองท่าน จุดมุ่งหมายในการแต่งตือแต่งเพื่อเทศโปรดพระมารดาท่านครับ

บทนี้ตอนเรียนก็งงเหมือนกันว่านรกขุมนี้ดูจะสาหัสกว่านรกในจักรวาลไหงทำมหาบาปถึงไปอเวจี(ซึ่งอยู่ในจักรวาล)

ตอนเรียนวาดรูปประกอบกันสนุกเลย พอสอบ อ ให้อธิบายภูมิที่4ว่าปรากฏอย่างไรบ้าง ซะ งั๊นsad smile
#53  by  v@n,ละเลงวรรณกรรม At 2008-06-16 18:19, 
คุณว่านสารพัดพิษ ==> รับทราบครับผม big smile
สิ่งที่คุณงง ผมและเพื่อนร่วมรุ่นอีก 200 กว่าคนก็เคยงงไม่แพ้กันครับ
ความคิดหนึ่งที่สรุปได้ (โดยอ้างอิงจากเรื่องภูมิศาสตร์ประเทศไทย) คือประเทศไทย และประเทศส่วนใหญ่ที่พระพุทธศาสนาเผยแพร่ไปถึงในระยะเริ่มต้นนั้น อยู่ในเขตร้อนและร้อนชื้น จึงไม่ชอบความร้อนมากกว่าความเย็น
ฉะนั้น นรกร้อนจึงมีโทษหนักกว่านรกเย็นครับ
ผิดถูกอย่างไรก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะอาจารย์ที่สอนท่านก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย
ตอนเรียน ผมก็ชอบวาดรูปภพภูมิต่างๆ เพื่อให้จำง่ายเหมือนกันครับ ส่วนนิพพานที่เป็นภูมิที่ 4 นี่ แปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เจอในตอนสอบ

<< Home


วังน้ำวล
View full profile