วิชาหนึ่งที่คุณภูมิเรียนในเทอมแรกของชีวิตนิสิต ป.โท ภาควรรณคดีเปรียบเทียบ มีชื่อว่า "สัมมนาวรรณคดีกับอัตลักษณ์วัฒนธรรม"  (ดูเหมือนจะ)เป็นวิชาที่ศึกษาวัฒนธรรมกลุ่มย่อยในสังคมผ่านทางวรรณกรรมประเภทต่างๆ อาทิ พวกชนกลุ่มน้อย พวกกะเทย พวกผิวสี ฯลฯ ระหว่างอ่านตัวบทพวกนั้นก็ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆ กัน

เปิด course มาไม่นาน อ.ที่สอนก็ให้คุณภูมิกับเพื่อนๆ ไปค้นคว้าเกี่ยวกับคำว่า "Queer Gothic" ซึ่งจะเป็นเนื้อหาอย่างแรกที่จะใช้เรียนกันไปอีกประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ หลังจากไปค้นคว้าเป็นรายงานเล็กๆ ส่งอาจารย์แล้ว คุณภูมิคิดว่าเนื้อหามันน่าสนใจดีครับ เลยอยากจะเอามาแบ่งปันให้คนอื่นอ่านลงบล็อกบ้าง

เรื่องของเรื่องคือ ในวงการหนังสือ มีวรรณกรรมหลายเล่มด้วยกันที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนบางกลุ่มที่มีลักษณะนิสัยบางประการแตกต่างจากคนกลุ่มใหญ่ในสังคม และวรรณกรรมประเภทนี้ก็มักกลายเป็นตัวบทสำหรับให้นักวิชาการศึกษาและวิเคราะห์สภาพจิตใจของบุคคลผู้แปลกแยกจากสังคมที่ถูกกล่าวถึง “Queer Gothic” ก็เป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่มีลักษณะอย่างนั้น

ศัพท์ Queer Gothic นี้เพิ่งเริ่มใช้กันเมื่อ ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) ที่ผ่านมานี้เอง บุคคลแรกที่ใช้คำนี้อย่างเป็นทางการในวงการวรรณกรรมคือ ศาสตราจารย์จอร์จ อี. แฮกเกอร์ตี (George E. Haggerty) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหนังสือชื่อ Queer Gothic ซึ่งรวบรวมและสรุปผลการค้นคว้าของแกเองกับนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เรียนกับแก ในหัวข้อว่าด้วยความเกี่ยวข้องระหว่างพฤติกรรมของบุคคลที่สังคมเรียกว่า “queer” กับนิยายประเภท “gothic”

เพื่อให้เข้าใจความหมายของ Queer Gothic ได้ดีขึ้น ขอเริ่มด้วยการทำความเข้าใจเรื่องศัพท์สองตัวที่เป็นต้นกำเนิดคำคำนี้ นั่นคือคำว่า queer และ gothic เสียก่อนนะครับ

~~QUEER~~ 

Queer แรกเริ่มเดิมทีมีความหมายเพียงแค่ แปลกประหลาด (strange) หรือ ผิดปกติ (abnormal) เท่านั้น บางครั้งก็เรียกว่าพวกที่เป็น "อื่น" และเป็นคำที่คนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งเรียกตนเองว่า คนปกติ (normal) นำมาใช้เรียกกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมและลักษณะนิสัยบางประการแตกต่างจากพวกตน อาทิ คนผิวสี (ในสังคมที่คนส่วนใหญ่มีผิวขาว) คนอ้วน คนพิการ คนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและจิตใจ คนที่มีรสนิยมทางเพศผิดปกติ เป็นต้น กล่าวในอีกแง่หนึ่ง “queer” ก็คือคำที่คนส่วนใหญ่ในสังคมใช้เรียกกลุ่มคนที่ลักษณะเป็น “ชนชายขอบ” ในสังคมนั้นๆ นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน ความหมายของคำว่า “queer” ในความเข้าใจของคนทั่วไปมีกรอบที่แคบลง เพราะคนมักเข้าใจกันว่าใช้เรียกเฉพาะกลุ่มคนที่มีรสนิยมหรือพฤติกรรมทางเพศที่แตกต่างจากคนปกติ เช่น เกย์ (Gay) หรือชายรักร่วมเพศ  เลสเบียน (Lesbian) หรือหญิงรักร่วมเพศ  ไบเซ็กชวล (Bisexual) หรือผู้ที่มีรสนิยมชมชอบทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน  และผู้ที่แสดงออกซึ่งพฤติกรรมแบบเพศตรงข้าม (Transgender) เป็นต้นว่า ชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย ทั้งหมดนี้บางครั้งก็เรียกกันสั้นๆ ว่า GLBT ตามอักษรตัวแรกของคนแต่ละกลุ่ม

~~GOTHIC~~

Gothic เป็นชื่อเรียกวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 ในสมัยนั้น วงการศิลปะตะวันตกกำลังอยู่ในยุคโรแมนติก (Romantic) ซึ่งนิยมการแสดงออกของอารมณ์ ความรู้สึก และจิตใต้สำนึกของคนออกมาทางงานศิลปะทุกประเภท รวมทั้งวรรณกรรม

ชื่อ gothic นี้มีที่มาจากศิลปะในยุคกอธิก (Gothic) ซึ่งเป็นยุคสมัยก่อนยุคโรแมนติก งานศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคนี้เน้นการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกเช่นเดียวกับยุคโรแมนติก หากแต่มักจะเป็นความรู้สึกในด้านลบ เช่น ความกลัว ความหวาดระแวง และมักจะมีเรื่องของความตายและองค์ประกอบที่เป็นอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง จุดประสงค์ของวรรณกรรมประเภทนี้คือทำให้ผู้อ่านรู้สึกกลัว หรือสำนึกว่ามีอำนาจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่อยู่เหนือกว่ามนุษย์ และมนุษย์ดังเช่นตนเองด้อยค่าเหลือเกิน จึงไม่ควรอยู่อย่างลำพองจองหอง

วรรณกรรมแนว gothic ก็มีลักษณะดังเช่นศิลปะในยุคกอธิก คือทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือ