วิชาหนึ่งที่คุณภูมิเรียนในเทอมแรกของชีวิตนิสิต ป.โท ภาควรรณคดีเปรียบเทียบ มีชื่อว่า "สัมมนาวรรณคดีกับอัตลักษณ์วัฒนธรรม"  (ดูเหมือนจะ)เป็นวิชาที่ศึกษาวัฒนธรรมกลุ่มย่อยในสังคมผ่านทางวรรณกรรมประเภทต่างๆ อาทิ พวกชนกลุ่มน้อย พวกกะเทย พวกผิวสี ฯลฯ ระหว่างอ่านตัวบทพวกนั้นก็ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆ กัน

เปิด course มาไม่นาน อ.ที่สอนก็ให้คุณภูมิกับเพื่อนๆ ไปค้นคว้าเกี่ยวกับคำว่า "Queer Gothic" ซึ่งจะเป็นเนื้อหาอย่างแรกที่จะใช้เรียนกันไปอีกประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ หลังจากไปค้นคว้าเป็นรายงานเล็กๆ ส่งอาจารย์แล้ว คุณภูมิคิดว่าเนื้อหามันน่าสนใจดีครับ เลยอยากจะเอามาแบ่งปันให้คนอื่นอ่านลงบล็อกบ้าง

เรื่องของเรื่องคือ ในวงการหนังสือ มีวรรณกรรมหลายเล่มด้วยกันที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนบางกลุ่มที่มีลักษณะนิสัยบางประการแตกต่างจากคนกลุ่มใหญ่ในสังคม และวรรณกรรมประเภทนี้ก็มักกลายเป็นตัวบทสำหรับให้นักวิชาการศึกษาและวิเคราะห์สภาพจิตใจของบุคคลผู้แปลกแยกจากสังคมที่ถูกกล่าวถึง “Queer Gothic” ก็เป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่มีลักษณะอย่างนั้น

ศัพท์ Queer Gothic นี้เพิ่งเริ่มใช้กันเมื่อ ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) ที่ผ่านมานี้เอง บุคคลแรกที่ใช้คำนี้อย่างเป็นทางการในวงการวรรณกรรมคือ ศาสตราจารย์จอร์จ อี. แฮกเกอร์ตี (George E. Haggerty) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหนังสือชื่อ Queer Gothic ซึ่งรวบรวมและสรุปผลการค้นคว้าของแกเองกับนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เรียนกับแก ในหัวข้อว่าด้วยความเกี่ยวข้องระหว่างพฤติกรรมของบุคคลที่สังคมเรียกว่า “queer” กับนิยายประเภท “gothic”

เพื่อให้เข้าใจความหมายของ Queer Gothic ได้ดีขึ้น ขอเริ่มด้วยการทำความเข้าใจเรื่องศัพท์สองตัวที่เป็นต้นกำเนิดคำคำนี้ นั่นคือคำว่า queer และ gothic เสียก่อนนะครับ

~~QUEER~~ 

Queer แรกเริ่มเดิมทีมีความหมายเพียงแค่ แปลกประหลาด (strange) หรือ ผิดปกติ (abnormal) เท่านั้น บางครั้งก็เรียกว่าพวกที่เป็น "อื่น" และเป็นคำที่คนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งเรียกตนเองว่า คนปกติ (normal) นำมาใช้เรียกกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมและลักษณะนิสัยบางประการแตกต่างจากพวกตน อาทิ คนผิวสี (ในสังคมที่คนส่วนใหญ่มีผิวขาว) คนอ้วน คนพิการ คนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและจิตใจ คนที่มีรสนิยมทางเพศผิดปกติ เป็นต้น กล่าวในอีกแง่หนึ่ง “queer” ก็คือคำที่คนส่วนใหญ่ในสังคมใช้เรียกกลุ่มคนที่ลักษณะเป็น “ชนชายขอบ” ในสังคมนั้นๆ นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน ความหมายของคำว่า “queer” ในความเข้าใจของคนทั่วไปมีกรอบที่แคบลง เพราะคนมักเข้าใจกันว่าใช้เรียกเฉพาะกลุ่มคนที่มีรสนิยมหรือพฤติกรรมทางเพศที่แตกต่างจากคนปกติ เช่น เกย์ (Gay) หรือชายรักร่วมเพศ  เลสเบียน (Lesbian) หรือหญิงรักร่วมเพศ  ไบเซ็กชวล (Bisexual) หรือผู้ที่มีรสนิยมชมชอบทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน  และผู้ที่แสดงออกซึ่งพฤติกรรมแบบเพศตรงข้าม (Transgender) เป็นต้นว่า ชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย ทั้งหมดนี้บางครั้งก็เรียกกันสั้นๆ ว่า GLBT ตามอักษรตัวแรกของคนแต่ละกลุ่ม

~~GOTHIC~~

Gothic เป็นชื่อเรียกวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 ในสมัยนั้น วงการศิลปะตะวันตกกำลังอยู่ในยุคโรแมนติก (Romantic) ซึ่งนิยมการแสดงออกของอารมณ์ ความรู้สึก และจิตใต้สำนึกของคนออกมาทางงานศิลปะทุกประเภท รวมทั้งวรรณกรรม

ชื่อ gothic นี้มีที่มาจากศิลปะในยุคกอธิก (Gothic) ซึ่งเป็นยุคสมัยก่อนยุคโรแมนติก งานศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคนี้เน้นการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกเช่นเดียวกับยุคโรแมนติก หากแต่มักจะเป็นความรู้สึกในด้านลบ เช่น ความกลัว ความหวาดระแวง และมักจะมีเรื่องของความตายและองค์ประกอบที่เป็นอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง จุดประสงค์ของวรรณกรรมประเภทนี้คือทำให้ผู้อ่านรู้สึกกลัว หรือสำนึกว่ามีอำนาจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่อยู่เหนือกว่ามนุษย์ และมนุษย์ดังเช่นตนเองด้อยค่าเหลือเกิน จึงไม่ควรอยู่อย่างลำพองจองหอง

วรรณกรรมแนว gothic ก็มีลักษณะดังเช่นศิลปะในยุคกอธิก คือทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับตัวละครได้ตลอดเวลา ฉากก็มักจะเป็นสถานที่ที่ไม่น่าพิสมัย ห่างไกลความเจริญและผู้คน ส่วนตัวละครก็มักจะมีปมปัญหาบางประการในใจ ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและปลีกวิเวกจากสังคม หรือต้องเดินทางเข้าไปอยู่ในต่างแดนหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและไม่สบายกายและใจ บางครั้ง ตัวละครเอกก็อาจเป็นเด็กกำพร้า ได้รับการอุปถัมภ์จากคนที่ไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง หรือมักมีชาติกำเนิดที่ลึกลับ

นักวิชาการในยุคปัจจุบันมักศึกษาวรรณกรรม gothic เพื่อวิเคราะห์สภาพจิตใจของตัวละครในเรื่อง ด้วยเหตุที่ตัวละครของวรรณกรรม gothic มักมีปมปัญหาในจิตใจ หรือต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน หรือบางครั้งก็เป็นทั้งสองกรณี เพื่อนำไปเป็นตัวบทสำหรับวิเคราะห์สภาพจิตใจของบุคคลที่มีชีวิตจริงที่มีชะตากรรมใกล้เคียงหรือเหมือนกับตัวละคร หรือตกอยู่ในสถานการณ์ประเภทเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเรื่องฉากและบรรยากาศที่ทำให้เกิดความกลัว และองค์ประกอบเหนือธรรมชาติต่างๆ ในวรรณกรรม gothic ด้วยว่ามีความสัมพันธ์กับสภาพจิตใจของตัวละครหรือผู้อ่านอย่างไร

~~QUEER GOTHIC~~

เมื่อนำคำว่า queer และ gothic มารวมกันเป็น Queer Gothic ก็อาจตีความได้ว่า เป็นวรรณกรรมที่มีองค์ประกอบของสิ่งเหนือธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว และมีตัวละครที่มีความผิดปกติ หรือมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างจากคนปกติปรากฏอยู่ด้วย และส่วนใหญ่ ตัวละครที่มีลักษณะนิสัยผิดปกติเหล่านั้นมักจะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติเสียเอง

การศึกษาวรรณกรรม Queer Gothic ของแฮกเกอร์ตีและลูกศิษย์ ทำให้ได้เห็นมุมมองที่ว่า คนส่วนใหญ่ในสังคม (กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คนปกติ”) มักมองภาพของกลุ่มคนที่เป็นพวก “queer” ด้วยความรู้สึกแปลกแยกที่ส่งผลทางด้านลบมากกว่าบวก เป็นการมองด้วยความรู้สึก “เกลียด” และ “กลัว” อันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่มนุษย์มีต่อสิ่งลึกลับทั้งหลายที่ปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ อาทิ ภูตผีปีศาจ มนุษย์ต่างดาว สัตว์ประหลาดรูปร่างใหญ่โต รูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่จะโดนต่อต้านมากกว่าคนที่ผิดปกติในกรณีอื่นอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกเกลียดและกลัวนี้มักถ่ายทอดออกมาทางวรรณกรรม gothic ซึ่งโดยพื้นฐานก็ถือกำเนิดจากความหวาดกลัวของผู้คน ดังที่แฮกเกอร์ตี้กล่าวไว้ในส่วนคำนำของหนังสือ Queer Gothic ที่ตนเองเขียนว่า “Gothic writing addresses concerns central to anyone interested in the literary representation of sexuality.”

ตัวอย่างของวรรณกรรมที่พอจะจัดเป็น Queer Gothic ได้ก็ได้แก่ Dracula ของ Bram Stoker ซึ่งเคานท์แดรกคิวล่าที่เป็นผีดิบน่าเกลียดน่ากลัวนั้น นอกจากจะถูกจัดเป็นบุคคลที่เป็น "อื่น" (queer) ในสายตาของชาวอังกฤษในยุควิกตอเรียน ในฐานะที่เป็นชาวต่างชาติแล้ว (คนอังกฤษในสมัยนั้นจะรู้สึกแปลกแยกกับชาวต่างชาติมาก ไม่ค่อยให้ความยอมรับเท่าไหร่) ตัวแดรกคิวล่าเองยังมีลักษณะของ "ความเป็นหญิง" ในตัวอีกด้วย เช่น หน้าขาวซีด ปากแดงแจ๋ ใส่ชุดคลุมกรุยกราย ชอบอยู่กับบ้านเหมือนแม่บ้าน แถมในหนังบางเวอร์ชั่นยังทำผมทรงคุณนายอีก (แบบที่หัวฟูๆ ตั้งๆ น่ะครับ) และยังมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางโฮโมฯ เช่น การพยายามดูดเลือดผู้ชายด้วยกัน (ในการศึกษาพวกวรรณกรรมกอธิก เขามักวิเคราะห์กันว่า การดูดเลือด = การร่วมเพศน่ะครับ ^^;) นอกจากนี้ก็ยังมีที่แสดงประเด็นโฮโมฯ โจ่งแจ้ง คือเรื่อง "The Picture of Dorian Gray" ของ Oscar Wilde ซึ่งคุณภูมิสนใจเป็นพิเศษมานานแล้ว และคิดว่าอาจจะเอามาเล่าลงบล็อกทีหลังครับ

Queer Gothic ในวรรณกรรมไทย จะว่าไปก็มีมากอยู่ แต่ที่ อ.เอามาสอนในวิชา คือเรื่อง "กลิ่นการเวก" ของคุณหมอพงศกร (เคยตีพิมพ์ในนิตยสารสกุลไทย) ซึ่งในเรื่องก็มีตัวละครที่เป็นผีดิบหนึ่งตัว และมีตัวละครที่แสดงลักษณะเป็น "อื่น" มากมาย ซึ่งไว้จะเอามารีวิวลงบล็อกในทีหลังเช่นกันครับ

คนที่ชอบอ่านนิยายหรือการ์ตูนที่มีผีหรือเลื่องลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ลองสังเกตดูลักษณะความเป็น "อื่น" ของตัวละครไปด้วยนะครับ จะได้ดูว่าเรื่องที่เราอ่านนั้นเข้าข่าย Queer Gothic หรือเปล่า

อันที่จริง การนำเอาบุคคลในกลุ่ม “queer” มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในวรรณกรรมหรือภาพยนตร์สยองขวัญมีมานานแล้ว หากแต่ที่ผ่านมามักรู้จักกันในชื่อ Queer Horror และมักเน้นการนำเสนอภาพของ “queer” ในด้านที่เป็นสิ่งที่น่ากลัว น่ารังเกียจ และผิดปกติ ต่างกับ Queer Gothic ที่เน้นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความผิดปกติทางกายภาพและจิตใจของ “queer” ที่ส่งผลต่อวรรณกรรม

ซึ่งหากพิจารณาในแง่ที่ว่า วรรณกรรมนั้นมีอยู่เพื่อสะท้อนภาพสังคมและชีวิตมนุษย์แล้ว วรรณกรรม Queer Gothic ก็สมควรที่จะได้รับการศึกษาและวิเคราะห์กันอย่างกว้างขวางขึ้น เพื่อที่สังคมจะได้เข้าใจผู้ที่เรียกได้ว่าเป็น “queer” ในแง่มุมที่ต่างออกไป

คือไม่ใช่ผู้ที่แปลกประหลาด แต่เป็นผู้ที่มีความเป็น “มนุษย์” เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ของสังคมที่เรียกตัวเองว่า “ปกติ”นั่นเอง

ปล. แถมภาพที่ (คิดเองเออเองว่า) น่าจะเข้าข่าย Queer Gothic ให้หนึ่งภาพครับ วาดไว้เมื่อต้นปีนี้เอง เป็นภาพหนึ่งในงานที่ส่งลงวารสารนิสิตของคณะ ^^ (อย่ามองหน้าคุณภูมิด้วยสายตาอย่างนั้นสิครับ เหอๆๆ)

Comment

Comment:

Tweet

ดีจังค่ัะ

#27 By ดูหนัง (115.67.171.179) on 2010-10-03 15:29

<a href="http://hoywuyhyjpbktnu.com">cxwiouevbagdewx</a> http://vmbapsabralgxuw.com [url=http://tgxpsrwqcymoewv.com]rqcsyozrefsofzh[/url]

#26 By fyqojfnmlz (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:32

big smile open-mounthed smile confused smile

#25 By โหลดเพลงmp3ฟรี (125.25.209.98) on 2010-02-19 23:14

ชอบจังเลย

#24 By Entertainment (114.128.230.177) on 2009-07-10 07:01

แจ่มมากครับ

#23 By Best Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:09

Thx

#22 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:23

แจ่มมากครับ

#21 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:27

open-mounthed smile open-mounthed smile

#20 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:53

คุณ Vendetta ==> เคยถาม อ.เรื่อง Gothic Romance เหมือนกันครับ ท่านก็บอกว่านิยายสองประเภทนี้บางทีมันก็มีส่วนที่คาบเกี่ยวกันอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะดูว่ามัน queer หรือไม่ก็คือต้องดูที่ว่า object ของ Romance นั้นมีลักษณะที่เป็น queer หรือเปล่า เช่น เป็น romance ที่พอจะส่อไปในทางโฮโมหรือเปล่า หรือแสดงความไม่ปกติอะไรในทางสังคมออกมามั้ย (เช่น เป็นชาวต่างชาติ ผิวสี ฯลฯ

แต่ที่ผมลืมถามไปก็คือ มันมี "Queer Romance" อยู่ด้วยหรือเปล่านี่สิครับ เหอๆ

เรื่องที่คุณ Vendetta แนะนำมาทุกเรื่อง ผมเคยอ่านแค่ Vampire Chronicles เองครับ ไว้เดี๋ยวคงต้องไปลองหาเล่มอื่นๆ มาอ่านซะแล้ว ตอนนี้กำลังสนใจประเด็นเรื่อง queer อยู่พอดี

แล้วก็...เห็นด้วยครับที่ว่าโลกยุคโพสต์โมเดิร์นนี้เป็นยุคของอัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และเพศสถานะจริงๆ เรียนมาเมื่อวานยังปวดหัวไม่หาย

ขอบคุณที่ร่วมแบ่งปันความรู้ครับ big smile


คุณ Imuya ==> ยินดีครับ แล้วจะพยายามหาเรื่องที่ (ผมคิดว่า) น่าสนใจแบบนี้มาอัพบล็อกอีกครับ double wink
ได้ความรู้จังค่ะ ชอบอ่านเกร็ดสาระแบบนี้ ขออณุญาตแอ้ดบล็อกนะคะ big smile
อ่านแล้ว Queer Gothic แล้ว ในยุคนี้ เรานึกถึง Fingersmith หรือนิยายในสไตล์ Sarah Walters ขึ้นมาเลยค่ะ น่าสนใจว่ามีวรรณกรรมยุคโพสต์-โมเดิร์นหลายเรื่องเลยที่มีกลิ่นอายของ Queer Gothic โดยอิงเข้ากับ theme ของ Identity, Gender และ/หรือ Sexuality (จนแทบจะกลายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเด่นของวรรณกรรมยุคนี้ไปแล้วค่ะ)

แต่โดยส่วนตัวเราเข้าใจว่าคำนี้อยู่ในเครือเดียวกับ Gothic Romance แฮะ คงเพราะมีองค์ประกอบร่วมกัน ยกตัวอย่าง Vampire Chronicles ของ Anne Rice ที่ถูกจัดว่าเป็น Gothic Romance มาโดยตลอด แต่คุณสมบัติของมันเองก็จัดว่าเป็น Queer Gothic ได้ด้วยเช่นกัน confused smile

#17 By vendetta on 2008-07-16 14:20

โอ๊ะ...เพิ่งเห็น

พี่อุ้ย ==> มีอารายเหรอ ตัวเอง หึหึหึ open-mounthed smile open-mounthed smile
เดี๋ยวมันจะเข้าไปอยู่ในหนังสือทำมือของข้าพเจ้าที่จะนำไปมอบให้วรรณศิลป์ มธ. ในภายหลังครับ (เพิ่งไปคุ้ยมาจากในคณะ)
คุณอาเมะ ==> ยินดีครับผม big smile
ว่าแต่ Alien Art นี่น่าสนใจดีจัง ว่างๆ มาอัพบล็อกเล่าให้ฟังหน่อยสิครับผม

พี่นานา ==> บางคนว่ามันออกมาจากจิตใต้สำนึกของคนวาดครับ open-mounthed smile

พี่เส่ง ==> อ.ที่สอนท่านก็บอกว่า Dracula นี่แสดงความเป็น "ผีเควียร์" ได้ชัดที่สุดแล้วเหมือนกันครับ

น้องออย ==> จะมีใครแต่งเรื่องได้หลอนเกินไวลด์ได้เนอะออย (ในสมัยเดียวกันน่ะนะครับ)

คุณหมอเถื่อน ==> เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ว่าแต่คุณหมอนี่ดูจะสนใจพวกวรรณกรรมและศิลปะเยอะจังเลยนะครับ มีหมอน้อยคนมากเลยที่จะสนใจทางด้านนี้ ขอชื่นชมจริงๆ ครับ big smile

คุณ Attention please! ==> จะพยายามครับ ผมเองก็ตั้งใจไว้ว่าสักวันจะเอาเรื่องนี้มาเล่าลงบล็อกเหมือนกัน แต่เล่าในแบบฉบับของผมเองนะครับ cry
รูปนั่นมัน....
ตอบคอมเม้นนนนนน

ชาวหน่อไม้ ==> ผมเองก็สงสัยอยู่นะครับ แต่ในต้นฉบับมันไม่ได้มีเรื่องผีเข้ามาเกี่ยวข้องเลยไงครับ ออกจะเป็น Sci-fi Horror มากกว่า (แต่ถ้าฉบับหนัง ทั้งของญี่ปุนและอังกฤษก็น่าจะใช่ครับ)
ไว้เดี๋ยวจะถามอาจารย์ให้อีกทีครับ

คุณ gallantfoal ==> ผมก็คิดว่ามันเป็นแค่นิยาย Queer เฉยๆ มาก่อนเหมือนกันครับ เพิ่งมารู้จักคำนี้ตอนเรียนโทนี่เอง

คุณครูคุสะ ==> อันนี้เนื้อหาใหม่ครับ (คนสอนก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับครูคุสะนิ open-mounthed smile )
ตอนผมดู The League ครั้งแรก ผมก็ไม่รู้จักตา Dorian มาก่อนเหมือนกันครับ แต่แล้วก็เกิดสนใจแกขึ้นมา ก็เลยไปค้นคว้าและก็หาตัวบทมาอ่าน สุดท้ายก็เลยชอบไปเลย หลอนๆ ดีครับ
ปล. ผมแวะไปดูและฝากคอมเมนต์ไว้แล้วนะครับ double wink

คุณกรรมกรไซเบอร์ ==> ก็ครือๆ กันแหละครับ big smile

คุณวลาดิมีร์ ปูทัน ==> อืม...ก็เข้าเค้าอยู่นะครับ ตอนแรกไม่ได้นึกถึงหมอนี่เลยแฮะ sad smile
สนใจเรื่อง The Picture of Dorian Gray มากๆเลย อย่าลืมมาเล่าต่อนะคะ

#12 By Attention please! on 2008-07-10 23:39

ดอเรียนเกรย์นี่เนื้อหามันก็ queer สุดๆแล้วครับ - -

#11 By on 2008-07-10 18:31

Wilde จงเจริญ!!

#10 By So Gallagher on 2008-07-09 22:46

พอยกตัวอย่างแดรกคิวล่าแล้วนึกภาพออกเลยแฮะ

#9 By wesong on 2008-07-09 22:18

รูปสุดท้ายดูแล้วมันแอบวาย? แหะๆHot! confused smile confused smile

#8 By (^_^)/nana on 2008-07-09 21:43

ค้นคว้ามาได้ละเอียดดีจัง ขอบคุณที่เอามาเผื่อแผ่ด้วยopen-mounthed smile

ว่าแล้วก็นึกถึงตอนเรียนวิชาเกี่ยวกับโฆษณา อ.ให้ไปทำรายงานเกี่ยวกับศิลปะประเภทต่างๆ แล้วดั๊น~ จับได้เรื่อง Alien Art ...ถึงกับอึ้งไปสี่ขณะ หาข้อมูลก็ไม่ค่อยได้ด้วย(ซวยสุดๆ)sad smile

#7 By ~aMe~ on 2008-07-09 20:23

กรีฟีส จากเรื่อง Berserk นี่เข้าข่ายหรือเปล่าครับ?
เเวะมาบอกว่าข้าพเจ้าอัพเรื่องงาน 4b เเระ เเวะไปดูรูปนะคะ

#5 By KusaYoshi on 2008-07-09 20:05

แสดงว่า เควี่ยนี่ก็ความหมายใกล้เคียงสิครับ :P

#4 By Shuu Exteen on 2008-07-09 19:47

ตอนเรียนทำไมไม่ได้เรียนอันเน๊~~~~ (กรีดร้องง)

เเต่เรื่อง picture of dorian grey นี่ อ.ชอบพูดถึงนะ.....ตะเเกมาโผล่ในเรื่อง the leaque ด้วย..(หนังทีเหมือนจะสนุกเเต่เเหม่งๆ...) ข้าพเจ้าคาดว่า คุณพี่ dorian น่าจะเป็นตัวละครที่คนไม่ค่อยรู้จักมากสุดเเล้วในบรรดาฮีโร่ที่อยู่ในเรื่องเนี่ย

#3 By KusaYoshi on 2008-07-09 19:02

ฮ่า ได้อ่าน Picture of Dorian Gray นานแล้วค่ะ แต่เพิ่งรู้นะว่าเป็นประเภทQueer Gothic
(ปกติ รู้แต่ว่ามัน queer เฉยๆ อิๆๆ)

#2 By gallantfoal on 2008-07-09 17:54

น่าสนใจดีนะ แล้วอย่าง The Ring นี่จัดเป็น Queer Gothic ได้รึเปล่า เพราะตัวผี (ซาดาโกะ) เองก็เป็นกะเทยแท้ เป็นทั้งชายและหญิงในตัวนี่
Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By timecapsule on 2008-07-09 16:34