วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2551...

คุณภูมิได้เป็นอักษรศาสตรบัณเฑาะว์ฑิตอย่างเป็นทางการแล้วครับ

ในวันที่ 10 ก.ค. คณะอักษรศาสตร์ของคุณภูมิเข้ารับปริญญาในรอบเช้า คือเข้าหอประชุมตั้งแต่ 8 โมงถึงประมาณ 11 โมง แต่เพื่อความเรียบร้อย ทางคณะจึงกำหนดให้บัณฑิตใหม่มาถึงคณะตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ซึ่งถึงจะง่วง แต่ก็เป็นประโยชน์ทีเดียว เพราะทุกคนจะได้เตรียมตัวแต่งหน้าแต่งตาให้เรียบร้อย พร้อมทั้งติดต่อนัดช่างภาพที่ไปจ้างเอาไว้ให้รู้เรื่องรู้ราว (ส่วนของคุณภูมิไม่ได้จ้างใคร เพราะมีคุณพ่อมาช่วยถ่ายรูปให้ ^^)

ตามระเบียบของทางสำนักพระราชวังและจุฬาฯ ห้ามนิสิตนำเครื่องมือสื่อสารและบันทึกภาพทุกอย่างเข้าไปในหอประชุม ฉะนั้นคุณภูมิจึงไม่สามารถนำรูปใดๆ มาแสดงให้ชมกันได้ แต่ก็พอจะบอกได้ว่าบรรยากาศในหอประชุมดูศักดิ์สิทธิ์กว่าที่เคยเข้ามาตลอด 4 ปีก่อนครับ ยิ่งพอสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเข้ามาเป็นประธานในพิธีแล้วด้วย อาจจะฟังดูน้ำเน่า แต่คุณภูมิเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ตัวเองและเพื่อนๆ รอมาตลอด 4 ปี (หรือ 5 ปี สำหรับคณะสถาปัตย์ และ 6 ปี สำหรับแพทย์)

คนที่เคยอ่านเอ็นทรี่ "ซ้อมรับปริญญาให้ดี ไม่งั้นมีเฮ"  กรุณาอย่าถามคุณภูมินะครับว่าตัวเองผ่านกระบวนการเอางานอย่างถูกต้องหรือเปล่า หรือตกอยู่ในกรณีศึกษากรณีใดในรูปล่างๆ หรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่ขึ้นบนเวที ความทรงจำช่วงนั้นของคุณภูมิก็เหมือนจะ blank ไปจากหัวเลยครับ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจ้องพระพักตร์พระเทพฯ นานกี่วินาที รู้สึกตัวอีกทีก็เดินมาถึงที่นั่งเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างน้อยก็มั่นใจล่ะว่าตัวเองไม่ได้กะพริบตาแน่นอน หึหึหึ

พระราโชวาทที่พระเทพฯ พระราชทานให้ ภายหลังจากพระราชทานปริญญาบัตรในรอบเช้าเสร็จแล้ว มีใจความที่โดนใจคุณภูมิทีเดียวครับ เพราะเป็นสิ่งที่คุณภูมิเชื่อมั่นมาตลอด และอยากจะเชื่อมั่นตลอดไป เนื้อความมีดังนี้ครับ

"บัณฑิตทั้งหลายสำเร็จการศึกษาแล้ว คงจะมีความมั่นใจอยู่ทั่วกันว่า ความรู้ความสามารถที่ได้สร้างสมมานานปี เพียงพอที่จะสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญให้แก่ตนแก่ส่วนรวมได้ ความมั่นใจ ทั้งนี้แม้เป็นสิ่งดี ที่จะทำให้แต่ละคนกล้าคิดกล้าทำในสิ่งต่าง ๆ และมุ่งมั่นที่จะกระทำให้สำเร็จโดยไม่ย่อท้อก็จริง แต่จะต้องประกอบไปด้วยปัญญา กล่าวคือ จะต้องพิจารณาด้วยปัญญาอย่างรอบคอบและรอบด้าน จนมั่นใจได้ว่าสิ่งที่คิดที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง และอำนวยผลที่เป็นประโยชน์ ปราศจากโทษเสียหายนอกจากนี้ จะต้องเข้าใจด้วยว่า ความมั่นใจนั้น ถ้ามีมากเกินไปก็อาจกลายเป็นความทะนงตน ทำให้เห็นความสำคัญของตนยิ่งกว่าของคนอื่น หรือเห็นว่าสิ่งที่ตนคิดตนทำจะต้องสำเร็จเสมอไป ทำให้ตั้งอยู่ในความประมาท อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดล้มเหลวได้ จึงขอให้บัณฑิตรักษาความมั่นใจที่มีอยู่ไว้ให้มั่นคงพร้อมทั้งสังวรระวังอยู่เสมอด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิด เพื่อให้ความมั่นใจทั้งนั้นได้เป็นพลังหนุนนำให้แต่ละคนใช้ความรู้ความสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าแก่ตนแก่ส่วนรวมได้ดังที่ตั้งใจปรารถนา"

(คัดลอกมาจาก http://thainews.prd.go.th/filenewsprd/11-07-2008.doc ขอบคุณมากครับ)

ข้อความที่เน้นย้ำด้วยสีชมพูตัวหนา คือสิ่งที่คุณภูมิเชื่อ และอยากเตือนคนอื่นๆ ไว้เสมอ โดยเฉพาะน้องๆ ที่เรียนอยู่ ไม่ว่าในระดับไหนก็ตาม เพราะโดยส่วนตัว คุณภูมิเห็นว่าเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยกำลังวังชาและความคิดสร้างสรรค์นั้น ก็เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองเช่นกัน แต่แย่หน่อยที่บางคนมีมากเกินไปจนกลายเป็นหลงตัวเองและดูถูกคนอื่น ทำให้ทำอะไรด้วยความประมาท ได้ยินสมเด็จพระเทพฯ ตรัสสั่งสอนตักเตือนเช่นนี้ก็ดีใจทีเดียวครับ

หลังจากรับประราชทานปริญญาบัตรเสร็จแล้ว ตามกำหนดการเดิม บัณฑิตจบใหม่ต้องออกมาถวายบังคมพระรูปรัชกาลที่ 5 - 6 ตรงสนามหญ้าหน้าจุฬาฯ แต่บังเอิญว่าช่วงนั้น ดูเหมือนเทวดาจะร่วมยินดี (หรือเสียใจ?) กับพวกคุณภูมิด้วย ก็เลยร่ำไห้กันใหญ่ จะให้ออกไปถวายบังคมตอนฝนตกแหมะๆ ก็คงไม่เหมาะ ยิ่งชุดราชปะแตนของบัณฑิตชายเป็นชุดขาวทั้งชุดซะด้วย ทางจุฬาฯ ก็เลยยกพระรูปจำลองเข้ามาในหอประชุม ให้บัณฑิตถวายบังคมแบบย่อๆ เดี๋ยวนั้นเลย ก็สะดวกดีครับ

หลังจากโดนปล่อยออกจากหอประชุมแล้ว เสียงหัวเราะด้วยความยินดีและแสงแฟลชกล้องถ่ายรูปก็ระเบิดขึ้นท่ามกลางหยาดฝนที่โรยตัวลงมาปรอยๆ ไม่ขาดสาย ประมาณว่าหมูเขาจะหาม จะเอาคานเข้ามาสอดสักกี่อันก็หยุดไม่ได้... เอ๊ะ ไม่น่าจะเกี่ยวแฮะ เอาเป็นว่า คุณภูมิก็ร่วมยินดีปรีดาไปกับบรรยากาศนั้นด้วยครับ

จากนี้ไป จะเป็นการลงรูปแบบไม่ปรานีปราศรัย ซึ่งแม้จะเป็นรูปที่คุณภูมิคัดเลือกมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ด้วยนิสัยรักพี่เสียดายน้อง รูปก็เลยเยอะอยู่ดี ใครสนใจชมก็กรุณาอดทนรอหน่อยนะครับ

ขอเริ่มจากรูปคุณภูมิเดี่ยวๆ ก่อนนะครับ

อนึ่ง รูปแรกสุดข้างบนเอ็นทรี่นั่นถ่ายหน้าตึกบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นตึกเรียนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คู่กับตึกอักษรฯ 4 ทางข้างขวาของตึก ที่ทุบทิ้งไปได้ 2 ปีแล้ว (กำลังสร้างเป็นอาคารเรียนแห่งใหม่อยู่)

Pose ท่าสิ้นคิดประจำตัว ณ ตึกมหาวชิราวุธ หน้าห้องทะเบียนคณะ ที่ซึ่งเมื่อปีก่อนคุณภูมิ ในฐานะกรรมการนิสิตของคณะคนหนึ่ง ต้องเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น

กับบันไดพญานาคหนึ่งในหลายๆ แห่ง ที่อักษณศาสตรบัณฑิตจบใหม่ทั้งหลายมักมาขอถ่ายรูปคู่ด้วย เพื่อให้สมกับที่โดนห้ามมาตลอด (คณะคุณภูมิมีความเชื่อว่า นิสิตที่ยังเรียนไม่จบห้ามมาถ่ายรูปคู่กับบันไดพญานาค ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ 4 ปี อันเป็นเวลาเรียนมาตรฐานของนิสิตอักษรฯ)

นี่ก็อีกหนึ่งความเชื่อของคณะคุณภูมิ "สี่เสาเทวาลัย" อนุสรณ์สถานของอดีตตึกอักษรศาสตร์ 3 ที่โดนทุบไปนานแล้ว เช่นเดียวกับบันได้พญานาค เชื่อกันว่านิสิตที่ยังเรียนอยู่ ถ้าขึ้นมาเหยียบเทวาลัยจะทำให้เรียนไม่จบภายใน 4 ปี ซึ่งคุณภูมิคิดไตร่ตรองแล้วว่าน่าจะมีที่มาจากการที่พวกรุ่นพี่เก่าๆ ไม่อยากให้รุ่นน้องขึ้นมาทำอะไรไม่ดีไม่งามบนลานสี่เสานี้มากกว่า (เลอะเทอะที ทำความสะอาดละบากนะเออ)

ด้านหน้าสี่เสา ก็มีซุ้มถ่ายรูปที่ทำง่ายๆ แต่ได้ใจ ไว้ให้รุ่นพี่บัณฑิตถ่ายรูปเล่น

ระหว่างเดินทางก็โดนรุ่นน้องดักบูมมากมาย ซึ่งรุ่นพี่ที่ใจดีก็ควรจะมีจิตกุศล ทำบุญทำทานให้น้องๆ ไปบ้างตามแต่ศรัทธา

นี่ก็อีกหนึ่งวิธีหาเงินของน้องๆ ถ่ายรูปแล้วอย่าลืมหยอดตังค์ใส่กล่องตามจิตศรัทธานะครับ (คุณภูมิชอบแบบนี้แฮะ)

แถวเทวาลัยเต็มไปด้วยคนตลอดทั้งวัน ในฐานะที่เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในอาณาบริเวณของคณะอักษรฯ (คนมาเที่ยวกี่งานชอบมาถ่ายรูปตรงนี้กันประจำครับ)

อีกรูปที่เทวาลัย...รถสีครีมข้างหลังนั่น รถพระที่นั่งสมเด็จพระเทพฯ ครับ

 

หน้าหอประวัติศาสตร์ จุฬาฯ (ตรงข้ามคณะวิศวกรรมศาสตร์) ก็ตกแต่งด้วยดอกไม้สวยๆ เหมือนทุกปี (ท่าสิ้นคิดอีกแล้วคุณภูมิ = =;)

 

อันนี้เป็นซุ้มถ่ายรูปคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งไม่รู้ว่ามีเก็บตังค์ก่อนถ่ายหรือไม่ แต่พอคุณภูมิไปถ่ายแล้วก็ไม่เห็นมีกล่องใส่เงินที่ไหน ก็เลยขอถ่ายเฉยๆ นะครับ

เอารูปถ่ายแบบไม่เดี่ยวมั่งดีกว่า

 

ถ่ายกับครอบครัวคุณภูมิเอง ที่ซุ้มหน้าตึกบรมฯ

 

อันนี้เป็นซุ้มของชมรมภาษาศาสตร์ของคณะอักษรฯ (ชื่อมันบอกไว้ตรงหัวซุ้ม) หน้าตึกมหาวชิราวุธ ฝั่งตรงข้ามกับตึกบรมฯ

อันที่จริง ก่อนจะเจอครอบครัว คุณภูมิพบพี่ก้อง หรือคุณทรงกลด บางยี่ขัน บก.อะเดย์หลังจากออกจากหอประชุมมาใหม่ๆ ซึ่งเจ้าตัวส่งอีเมล์มาบอกคุณภูมิว่าเคลียร์คิวมาแสดวคมายินดีกับคุณภูมิโดยเฉพาะ! ขอบคุณพี่ก้องมากๆ เลยครับ น่าเสียดายที่ตอนนั้นยังไม่มีคุณพ่อคุณภูมิมาถ่ายรูปให้ อีกทั้งรูปที่คนอื่นถ่ายให้ก็ยังไม่ส่งมาถึงคุณภูมิ จึงขอลงรูปของขวัญที่พี่ก้องให้คุณภูมิมาเป็นหลักฐานไว้ ณ ที่นี้ครับ

กล่องใส่นามบัตร พร้อมทั้งนามบัตรของพี่ก้อง ที่กลายมาเป็นการ์ดแสดงความยินดีกับคุณภูมิ ดีจายยย

คนนี้คือ...ถ้าบอกว่าเป็นแฟนคุณภูมิ จะมีใครเชื่อมั้ยเนี่ย

มีอีกหลายช็อตด้วยกัน

สนุกกันมากมายครับ

กับสายรหัส (เชื่อหรือไม่ว่าคุณภูมิเป็น "เพศชาย" คนแรกในสายรหัสนะเออ)

เหลนรหัส (น้องรหัสของน้องรหัสของน้องรหัสของน้องรหัส) ของคุณภูมิ (น้องคนที่สวมชุดนิสิต) อบขนมมาให้คุณภูมิด้วย ช่างน่ารักจริงๆ

และบัดนี้ ทุกชิ้นก็กลายเป็นอดีตไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยฝีมือคุณภูมิและพ่อแม่ อร่อยมากมาย เก่งจริงๆ ครับ รุ่นน้องคุณภูมินี่

รูปนี้ถ่ายกับพี่น้องชาวหน่อไม้บางส่วนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคุณภูมิด้วย

กับรุ่นน้องในฝ่ายสาราณียกร คณะอักษรศาสตร์ ที่ซึ่งปีการศึกษาที่แล้ว คุณภูมิเป็นประธานฝ่าย (ถ่ายเสร็จโดนทวงงานที่จะเอาไปลงหนังสือรับน้องของคณะซะงั้น)

กับคุณ Aisa เพื่อนร่วมชั้นผู้คร่ำหวอดในวงการคอสเพลย์มานาน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาถั่วคนแรกและคนเดียว

กับนายแบ๊งค์ งามอรุณโชติ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต เพื่อนจาก รร.เก่า (จำหมอนี่กันได้บ้างมั้ยครับ) แบ๊งค์เรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีกำหนดการรับปริญญาวันที่ 11 ก.ค. วันนี้ก็เลยยังไม่ได้แต่งชุดราชปะแตน+ครุยมา

และที่ทำให้คุณภูมิประทับใจไปอีกนาน...

กับรุ่นน้องชมรมวรรณศิลป์ จุฬาฯ ครับ (ตอนนี้ก็ตกกระป๋องไปเรียบร้อยแล้ว เหอๆ) น้องประธานชมรมคนปัจจุบัน (ยัยคนที่แต่งไปรเวต นั่งคุกเข่าอยู่หน้าคุณภูมิ) นัดสมาชิกชมรมให้มาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ชมรมที่เพิ่งจบตอนประมาณ 4 โมงครึ่ง ที่หน้าหอประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นก็จะได้พากันไปทานอาหารเย็นกันแถวสามย่านต่อ พอน้องๆ มาถึงก็เลยได้มาแสดงความยินดีกับคุณภูมิ ผู้เป็นอดีตประธานชมรมเมื่อปีที่แล้วไปด้วย อิอิ ดีจายยย

อนึ่ง ใครที่อยากรู้จักตัวจริงของคุณขวัญระพี รองประธานชมรมคนปัจจุบันซึ่งชื่นชอบลิเกและการ์ตูนเป็นชีวิตจิตใจ คุณภูมิขอแฉ ณ ที่นี้ว่า She คือคนใส่แว่นที่คุกเข่าอยู่ข้างหน้าสุดนั่นเอง เหอๆๆ

มี Boom Baka (เพลงบูมประจำจุฬาฯ) ให้ด้วย

หลังจากบูมเสร็จ (และคุณภูมิก็ให้ทุนทรัพย์สนับสนุนงบชมรมไปจำนวนหนึ่ง) พวกน้องๆ ก็ทำในสิ่งที่คุณภูมิไม่นึกไม่ฝันเลย คือ ให้คุณภูมิให้ศีลให้พร!! ถ่ายรูปออกมาเลยดูเหมือนคุณภูมิเป็นประหนึ่งองค์ศาสดาอะไรสักอย่าง ประมาณนั้น

ตอนนั้นถ้าไม่ติดว่าต่อมน้ำตาค่อนข้างอยู่ลึก คุณภูมิน้ำตาแตกด้วยความปลื้มปีติไปแล้วนะครับเนี่ย

สำหรับคุณภูมิ เรียนจบสี่ปี ได้ปริญญา ได้ประสบการณ์การทำกิจกรรม ถือเป็นความต้องการขั้นต่ำสุดในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของคุณภูมิแล้ว

แต่การที่จบไปแล้ว ยังมีรุ่นน้องทักทาย ให้ความเคารพเมื่อได้เจอ ถือเป็นของขวัญที่พิเศษยิ่งกว่าพิเศษครับ แค่นี้คุณภูมิก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว

คงเหมือนที่บางคนพูดหรือเขียนเอาไว้สักแห่ง เรียนจบได้ "เกียรตินิยม" ไม่สำคัญเท่าเรียนจบได้ "คนนิยม" กระมังครับ

ขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมงานรับปริญญาของคุณภูมิครับ อีก 2 ปี เจอกันอีกรอบครับ จะพยายามให้เป็นมหาบัณฑิตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ปล. มีอะไรเล็กน้อยให้ชมกันครับ ตรงป้ายชื่องาน "พิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ทางด้านซ้ายและขวาของทางเข้าหอประวัติศาสตร์

ป้ายทางฝั่งซ้าย พิมพ์ว่า...

"พิธีพระราชทานปริญญบัตร"

ด้านนี้ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับป้ายทางด้านขวา

"พิธีพระราชทานปริญญายาบัตร"

ง่ะ...

.....

Comment

Comment:

Tweet

confused smile confused smile confused smile

#27 By ดูหนัง (115.67.171.179) on 2010-10-03 15:30

<a href="http://dxpbswtnhffkitu.com">moqdbhbzshribyq</a> http://tqqzvfwlxlnwwjz.com [url=http://dhhdpynrzvjxdcm.com]jtzqlipluqhjzul[/url]

#26 By indtxyainm (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:32

big smile open-mounthed smile confused smile

#25 By โหลดเพลงใหม่ (125.25.209.98) on 2010-02-19 23:23

ขอบคุณมากค๊า

#24 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:46

^ขอบคุณครับ (ผ่านมา 1 ปีได้แล้ว แต่ก็ยังชื่นใจไม่หาย confused smile )
คุณภูมิ... เก่งมากๆ น่ารักจัง พี่ยินดีกับความสำเร็จด้วยอีกคนนะคะ ชื่นชมค่ะ... open-mounthed smile

#22 By panpooh (125.27.73.45) on 2009-07-23 03:02

open-mounthed smile open-mounthed smile

#17 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:54

big smile ขอแสดงความยินดีด้วยครับbig smile

#16 By on 2008-07-23 01:17

ขอบคุณครับ คุณบอมเบย์ big smile
ยินดีด้วยครับ big smile

#14 By บอมเบย์ on 2008-07-14 19:43

ขอบคุณครับ พี่นานนาและคุณ SEsai

ตอบคุณ SEsai
ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นเต็มตัวหรอกครับ เพราะผมยังเพิ่งเรียน ป.โท ปี 1 อยู่เลย
แต่ก็เริ่มเข้าสู่โลกคนทำงานบ้างแล้วล่ะครับ แบบว่าหางาน Part-time ทำไปเรื่อย หาประสบการณ์ไว้ก่อนน่ะฮะ confused smile
ยินดีด้วยค่าา
กลายเป็นคนทำงานแล้วสิเนี่ย 55

ป้ายนั่นมัน...sad smile

#12 By S.Sasi on 2008-07-14 18:19

ยินดีด้วยค่า...เรื่องป้ายเขียนผิดนี่มันsad smile sad smile sad smile

#11 By (^_^)/nana on 2008-07-14 13:44

น้องพลอย ==> ไม่เป็นไรจ้า พี่เองก็หาเพื่อนๆ กับรุ่นน้องอีกหลายคนไม่เจอเหมือนกัน
แต่แค่มาแสดงความยินดีด้วย พี่ก็ดีใจแล้วล่ะ ขอบคุณครับ
ปล. ป้ายนั่นขายหน้าจริงเนอะ sad smile

คุณ Little Dog ==> ขอบคุณครับ big smile

อ.คุสะ ==> ขอบคุณครับ จะพยายามจบให้ได้ในสามปีครับ open-mounthed smile
แต่ที่บอกวา "ขอความกรุณาบัณฑิตอย่าเอาปริญญาบังแดดนะคะ" ถ้าผมเจอเองคงขำก๊ากน่าดู cry
ยินดีด้วยนะคะ ...

อีกสามปี ก็มามีบรรยากาศเเบบนี้อีกครั้งนะคะ ...

ปล.ตอนปีที่ข้าพเจ้ารับ ไม่มีฝนตกเเต่เเดดเปรี้ยง ตอนออกมาบวงสรวงพระรุป จะมีเสียงประกาศว่า "ขอความกรุณาบัณฑิตอย่าเอาปริญญาบังเเดดนะคะ"...เหอๆๆๆๆ

ว่าเเต่ เขียนผิดได้ง๊ายยยยย sad smile

#9 By KusaYoshi on 2008-07-14 09:41

แสดงความยินดีด้วยคับ

#8 By iTualek on 2008-07-14 03:31

ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษพี่ภูมิด้วยที่วันนั้นไม่ได้ไป เสียดายมากๆ

เออ 2รูปสุดท้ายขายหน้าอยู่นะเคอะ

เหอๆ
sad smile

#7 By น้องพลอย (58.9.211.59) on 2008-07-14 03:02

^ ขอบคุณครับ คุณตุ้มเป๊ะ พี่เส่ง น้องเมธ์ คุณอาเมะ และ Dungeonkids

จะใช้ความร้และประสบการณ์ที่ได้จากรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อรับใช้ชาติให้ดีที่สุดครับ big smile
ยินดีด้วยครับ big smile

ฝนไม่ตกที่บ้านครับ อ่านวันศุกร์อีกรอบ เพิ่งสังเกตว่ามีคนชื่อมาร์ทีนด้วย และก็โหลด บทที่ 1 กับ 2 ของเล่มหกฉบับออสเตรเลียมาอ่าน ตอนนี้กำลังจะเข้านอนครับ ราตรีสวัสดิ์ -
ยินดีด้วยจ้าcry
ฝนมาร่วมโปรยปรายอวยพรให้ก้าวต่อไปอย่างงดงามนะเออ555 (แม้ว่าใครหลายคนคงไม่พอใจกับการโปรยปรายเท่าไหร่)sad smile

#4 By ~aMe~ on 2008-07-13 22:41

ยินดีด้วยเด้อ

ปล.เขียนพลาดได้ไงนี่sad smile

#3 By wesong on 2008-07-13 22:23

ยินดีด้วยนะคะพี่ภูมิ confused smile

วันนั้นฝนตกด้วย ขอให้ชีวิตบัณฑิตใหม่ชุ่มชื่นไปด้วยความสุขและความสำเร็จนะคะ big smile

#2 By maebin on 2008-07-13 22:02

แสดงความยินดีด้วยนะคะ

บัณฑิตใหม่ confused smile

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-07-13 21:50