"GHOTI"

คำๆ นี้ อ่านได้ว่า "ฟิช" แบบเดียวกับ "FISH" ที่แปลว่า ปลา ทราบไหมครับว่าทำไม 

เรื่องที่คุณภูมิจะนำเสนอต่อไปนี้ หาใช่เรื่องใหม่ของโลก หรือวงการภาษาศาสตร์ไม่ เชื่อว่าเป็นมุขที่นักวิชาการ ผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษ ตลอดจนทุกคนที่ชอบหาความรู้รอบตัวน่าจะเคยเห็นมาก่อน ส่วนใครที่ไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย ขอเชิญอ่านต่อเลยครับ

อย่างหนึ่ง (ในกี่อย่างก็ม่ายรุ) ที่คุณภูมิได้จากการเรียน Major ภาษาอังกฤษตอน ป.ตรี คือ ได้รู้ว่าภาษาอังกฤษมีประโยคหนึ่งที่อธิบายหลักการอ่านและเขียนตัวมันเองไว้ได้จบทุกกระบวนท่าในประโยคเดียว ประโยคนั้นมีใจความว่า

"There's no 1 to 1 relationship between spelling and pronunciation in English."

หมายความว่า ในบรรดาภาษาตะวันตกทุกภาษาในตระกูลอินโดยูโรเปียน ซึ่งมีการสร้างคำจากระบบ alphabet หรือการเอาตัวอักษร (ทั้งพยัญชนะและสระ) มาเรียงต่อกัน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเดียวที่มีคำที่เขียนไม่ตรงกับที่อ่าน และอ่านไม่ตรงกับที่เขียน ความ Irregular นี้มีมากจนไม่มีสำนักภาษาไหนกล้าเขียนตำราสรุปหลักการอ่านและสะกดคำแบบเป๊ะๆ ทุกกรณีในภาษาอังกฤษ เพราะถ้ามีคงต้องทำกันเป็นอสงไขยกรณี สุดท้ายเลยต้องให้บันทึกการอ่านที่ถูกต้องลงดิกชันนารี และให้ผู้ที่ใช้จำๆๆ กันเอาเอง (ภาษาตะวันตกภาษาอื่น เขียนอย่างไรก็อ่านอย่างนั้น โดยเฉพาะภาษา Romance อย่างอิตาเลียน สเปน และโปรตุเกส ทุกพยางค์จะอ่านตามที่เขียนเป๊ะๆ)

ถ้าใครไม่เข้าใจที่คุณภูมิว่า คุณภูมิขออธิบายผ่านตัวอย่าง 2 กรณีนี้ครับ

กรณี #1 เขียนหนึ่งอย่าง อ่านได้หลายอย่าง

"-a" สระตัวเดียว คุณว่าอ่านได้กี่เสียงครับ ลองมาดูตัวอย่างการใช้จากคำต่อไปนี้กัน

- /a/ "อา" : father /'faɵər/  "ฟ้า-เธอะ"

- /æ/ "แอ" : sand /sænd/ "แซนดฺ"

- /e/ "เอ" : angel /'endʒəl/ "เอ๊น-เจิล" (เลิกอ่านว่า "แองเจิล" กันซะทีเถอะครับ นะ นะ)

- /i/ "อี" : quay /ki/ "คี" (คำนี้แปลว่าท่าเรือสำหรับโหลดสินค้าเข้าเรือครับ อ่านเหมือน "key")

ฯลฯ

กรณี #2 อ่านหนึ่งอย่าง เขียนได้หลายอย่าง

/ro/ "โร" เสียงนี้สามารถสะกดอย่างไรได้บ้าง

- "ro" : aurora /ɔ'rorə/ "ออ-โร้-เรอะ"

- "row" : row /ro/ "โร(ว์)" (การออกเสียงภาษาอังกฤษตามสำเนียงอังกฤษและอเมริกัน มักไม่ถือว่าเสียง /ว/ ที่ท้ายสระ "โอ" เป็นเสียงตัวสะกดที่แท้จริง คือจะออกเสียงแม่เกอวหรือไม่ก็ไม่ต่างกันครับ)

- "rough" : thorough /ɵə'ro/ "เธอะ-โร"

- "reau" : bureau /'bjʊro/ "บิ๊ว-โหร่"

- "reaux" : Devereaux /dɛvə'ro/ "เด็ฟ-เหวอะ-โร" (นามสกุลหนึ่ง มีที่มาจากทางฝรั่งเศส)

ฯลฯ และอีกมากมายบานตะไท

สรุปแล้วก็คือ "There's no 1 to 1 relationship between spelling and pronunciation in English." อย่าเอาแน่เอานอนกับการสะกดคำและการอ่านคำภาษาอังกฤษเลยครับ

กับมาที่คำเจ้าปัญหาของเรา ที่คุณภูมิวางไว้หัวเอ็นทรี่

"GHOTI"

เริ่มเข้าใจกันหรือยังครับ ว่าทำไมถึงอ่านได้ว่า /fIʃ/ "ฟิช" เหมือนคำว่า "FISH"

มาแยกชิ้นส่วนคำกันเลยดีกว่า

1. "gh" สามารถออกเสียง /f/ "ฟ" ได้ โดยมักอยู่ในรูปตัวสะกด เช่น ในคำว่า tough /təf/ "ทัฟ/เทิฟ"

2. "o" เชื่อหรือไม่ว่าสามารถออกเสียงเป็นสระ /I/ "อิ"ได้ คือในคำว่า women /'wImən/ "วี้-เมิ่น"

3. "ti" สามารถออกเสียงพยัญชนะ /ʃ/ (คล้ายๆ เสียง ช ช้าง แบบที่วัยรุ่นไทยสมัยใหม่ชอบอ่านกัน) ได้ เมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของพยางค์ "-tion" เช่น ในคำว่า fictio