อันว่าเมืองไทยของเรานี้มีงานหนังสือมากมายในหนึ่งปี เหตุผลหนึ่งคงเพราะต้องการเพิ่มอัตราการอ่านหนังสือของคนไทยโดยเฉลี่ยให้เกินปีละ 6 บรรทัด (ตามคำบอกเล่าของผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักตักศิลาที่ไหนก็ม่ายรุ) กระมังครับ ดังนั้น ในทุกๆ ปี นอกจากจะมีงานขายหนังสือสเกลใหญ่ๆ อย่างงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ และงานเทศกาลหนังสือนานาชาติ (มักจะรวมเป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่สองงานข้างหน้า) แล้ว ในเดือน ก.ค. ก็ยังจะมีงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนอีก ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็จัดต่อเนื่องมาจนเป็นครั้งที่ 6 แล้วครับ

งานหนังสือเด็กในปีนี้ก็ยังคงจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นเดิม theme งานครั้งนี้คือ "สวนสุข สนุกอ่าน" ดังจะเห็นได้จากการตกแต่งบรรยากาศงานโดยรวมที่ทำออกมาให้ดูมีลักษณะเหมือนสวนสนุกและงานวัด (คล้ายกับงานเปิดโลกกิจกรรมของจุฬาฯ ในปีนี้เลยครับ) แถมยังมีงานวัดขนาดจำลองมาให้ได้เที่ยวชมกันจริงๆ ด้วยนะครับ อยู่ที่โซน C ชั้นล่าง ด้านหลังๆ (เดี๋ยวมาดูรูปกันนะครับ) ส่วนระยะเวลาที่จัดงานก็ 5 วันครับ ตั้งแต่ 16 - 20 ก.ค. 2551

เมื่อวาน (วันพุธที่ 16 ก.ค.) เป็นวันแรกของงานหนังสือเด็ก คุณภูมิซึ่งปวดหัวมาจากวิชาสัมมนาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจนได้ที่แล้วคิดว่าจะไปเดินเที่ยวงานเป็นการผ่อนคลายซะหน่อย ก็เลยนั่งรถไฟใต้ดินจากสามย่านไปถึงศูนย์สิริกิติ์ แล้วก็เข้าศูนย์ทางฝั่งโรงอาหารชั้นล่างเหมือนทุกครั้ง

หลังจากผ่านเครื่องตรวจกระเป๋ามาแล้ว (ใครมีของมีคมทั้งหลายแหล่ อาทิ คัตเตอร์ กรรไกร เข็มเย็บผ้า ฯลฯ อย่าลืมเอาไปฝากไว้ที่พนักงานตรงจุดตรวจกระเป๋าด้วยนะครับ แล้วตอนขากลับก็อย่าลืมมาเอากลับล่ะ) คุณภูมิก็เข้ามาถึงในโรงอาหาร ซึ่งด้วยความที่เป็นวันธรรมดา + ช่วงสอบมิดเทอม + วันเปิดงาน ทำให้คนโหรงเหรงจนน่าใจหาย ผิดกับบรรยากาศงานหนังสือแทบทุกครั้ง

เดินทะลุจากโรงอาหารเข้าไปที่โซน C ชั้น 1 คนก็ยังน้อยอยู่ดี การจราจรสะดวกมากมายครับ

บูธในโซน C ชั้นล่าง ส่วนใหญ่จะขายหนังสือสำหรับเด็กเล็ก มีที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัยอยู่ประปราย เช่น สนพ.มูลนิธิเด็ก (เดินออกมาจากโรงอาหารก็เจอทันทีเลยครับ)

ทางด้านหลัง เป็นบริเวณที่คุณภูมิเรียกตามข้อมูลในสูจิบัตรว่า "ย้อนรำลึกบรรยากาศงานวัด" ซึ่งก็ตรงตามชื่อครับ เพราะในบริเวณนี้ ทางผู้จัดงานเขาจำลองเอางานรื่นเริงแบบไทยๆ ในสมัยก่อน (ซึ่งยังคงหาชมได้ในชนบทหลายจังหวัด แต่หาได้น้อยเต็มทีในกรุงเทพฯ) มาตั้งให้ผู้เที่ยวงานหนังสือเด็กได้เข้าชมโดยเฉพาะ มีร้านขายของกินและของเล่นแบบสมัยก่อนที่สังคมออนไลน์และเด็กเกรียนเด็กติ่งจะระบาดในเมืองไทย มีซุ้มเครื่องเล่นแบบตามสวนสนุกหรืองาน Carnival เช่น ม้าหมุน (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา) ซุ้มยิงเป้าแลกตุ๊กตา ฯลฯ ผู้ใหญ่ที่มาเที่ยวงานก็จะได้รำลึกความหลังสมัยตัวเองยังเด็กๆ ส่วนเด็กๆ ก็จะได้เปิดหูเปิดตาเห็นอะไรที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ ในยุคสมัยของตัวเองซะบ้าง

เริ่มมาก็เจอเวที สำหรับกิจกรรมในวันหลังๆ เช่น โชว์การละเล่นพื้นบ้านเด็กไทย การฝึกทำของเล่นพื้นบ้านจากวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ

ซ้ายมือของเวทีมีจุดบริการนวดฝ่าเท้า (งานวัดสมัยก่อนมีด้วยเรอะ?!?)

ซุ้มยิงเป้าแลกตุ๊กตา แบบที่เห็นได้ตามภาพยนตร์ไทยย้อนยุค และเห็นบ่อยๆ ในฉากงาน Carnival ในภาพยนตร์ฝรั่ง

มีร้านขายขนมไทย พวกลูกชุบ วุ้นกะทิ และอีกหลายอย่างที่คุณนายมารี เดอ กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อทำให้คนไทยโบราณอ้วนและฟันผุ (ก็อร่อยนิ!)

ร้านขายของเล่นและขนมสมัยโบร้าณโบราณ (ยุคแฟนฉัน) ของหลายอย่างที่ขาย คุณภูมิเคยเห็นและชอบซื้อเมื่อตอนเด็กๆ (ประมาณ 20 ปีที่แย้ววว ซึ่งแปลว่ายังไม่แก่มากนั่นเอง ^^;)

ตัวอย่างของในภาพข้างบนนี้ ใครที่สนใจ คุณภูมิขอบอกว่ายังมีให้ชมกันนอกงานอีกครับ คือมีขายเป็นแหล่งใหญ่ที่ "ตลาดร้อยปี" อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งคุณภูมิเคยพารุ่นน้องคณะไปเที่ยวเพื่อหาข้อมูลมาทำวารสารของคณะเมื่อปีที่แล้ว (ตอนแรกคุณภูทิยังนึกว่าร้านนี้เอาของมาจากสามชุกด้วยซ้ำ)

กลับมาที่ร้านของกินต่อ ข้างซ้ายของร้านของเล่นเมื่อกี้ก็มีขายสายไหมหลากสีหลากรส ผสมสีธรรมชาติและปรุงแต่งรสจากผลไม้หลายชนิด เช่น ส้ม (สีส้ม) สตรอว์เบอร์รี่ (ชมพู) และองุ่น (ม่วง) ตัวแป้งที่ใช้ห่อสายไหมก็มีให้เลือก 2 รส นอกเหนือจากแป้งธรรมดา ได้แก่ รสฟักทอง (เหลือง) และแครอท (ส้ม) ฟังดูก็...น่ากินดีแฮ แต่คุณภูมิก็ยังไม่ได้ซื้ออยู่ดี กะว่าเก็บตังค์ไว้ไปดูหนังสือก่อนครับ ง่า...

ในร้านเดียวกันกับที่ขายสายไหม มีขายขนมน้ำแข็งใสด้วย

และสุดท้ายคือ น้ำอัดลมโบราณ (เค้าเรียกกันอย่างนี้นรึเปล่าครับ ) ซึ่งก็คือน้ำหวานและน้ำผลไม้มากมาย ที่เมื่อสั่งซื้อแล้ว คนขายเขาก็จะเอาไปใส่โซดาและอัดแก๊สลงไปในน้ำ กินไปก็จะรู้สึกซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ในชีวิตนี้ คุณภูมิเคยกินมาแค่สองครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อสองปีที่แล้ว ที่หน้า รร.แห่งหนึ่งในหัวหิน

ชั้นล่างก็มีเพียงแค่นี้ ขึ้นมาดูข้างบนกันบ้างนะครับ

เวทีเอเทรียม ตั้งที่เดิมทุกงาน ปีนี้เป็นที่สำหรับประกวดร้องเพลงคาราโอเกะจากอนิเม และประกวดคอสเพลย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมสืบเนื่องจาก Comic Festival ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในโซนพลาซาด้วยครับ

ตรงข้ามกับเวที มีซุ้มขององค์การไปรษณีย์ไทย สำหรับผู้ที่ชอบสะสมสแตมป์โดยเฉพาะ

ในโซนพลาซา ก็มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย

ปราสาทกระดาษที่เห็นนั่นเป็นส่วนหนึ่งของ "สวนสนุกกระดาษสุดหรรษา" เป็นสวนสนุกที่ everything จิงเกิลเบล ทำจากกระดาษล