อันว่าเมืองไทยของเรานี้มีงานหนังสือมากมายในหนึ่งปี เหตุผลหนึ่งคงเพราะต้องการเพิ่มอัตราการอ่านหนังสือของคนไทยโดยเฉลี่ยให้เกินปีละ 6 บรรทัด (ตามคำบอกเล่าของผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักตักศิลาที่ไหนก็ม่ายรุ) กระมังครับ ดังนั้น ในทุกๆ ปี นอกจากจะมีงานขายหนังสือสเกลใหญ่ๆ อย่างงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ และงานเทศกาลหนังสือนานาชาติ (มักจะรวมเป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่สองงานข้างหน้า) แล้ว ในเดือน ก.ค. ก็ยังจะมีงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนอีก ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็จัดต่อเนื่องมาจนเป็นครั้งที่ 6 แล้วครับ

งานหนังสือเด็กในปีนี้ก็ยังคงจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นเดิม theme งานครั้งนี้คือ "สวนสุข สนุกอ่าน" ดังจะเห็นได้จากการตกแต่งบรรยากาศงานโดยรวมที่ทำออกมาให้ดูมีลักษณะเหมือนสวนสนุกและงานวัด (คล้ายกับงานเปิดโลกกิจกรรมของจุฬาฯ ในปีนี้เลยครับ) แถมยังมีงานวัดขนาดจำลองมาให้ได้เที่ยวชมกันจริงๆ ด้วยนะครับ อยู่ที่โซน C ชั้นล่าง ด้านหลังๆ (เดี๋ยวมาดูรูปกันนะครับ) ส่วนระยะเวลาที่จัดงานก็ 5 วันครับ ตั้งแต่ 16 - 20 ก.ค. 2551

เมื่อวาน (วันพุธที่ 16 ก.ค.) เป็นวันแรกของงานหนังสือเด็ก คุณภูมิซึ่งปวดหัวมาจากวิชาสัมมนาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจนได้ที่แล้วคิดว่าจะไปเดินเที่ยวงานเป็นการผ่อนคลายซะหน่อย ก็เลยนั่งรถไฟใต้ดินจากสามย่านไปถึงศูนย์สิริกิติ์ แล้วก็เข้าศูนย์ทางฝั่งโรงอาหารชั้นล่างเหมือนทุกครั้ง

หลังจากผ่านเครื่องตรวจกระเป๋ามาแล้ว (ใครมีของมีคมทั้งหลายแหล่ อาทิ คัตเตอร์ กรรไกร เข็มเย็บผ้า ฯลฯ อย่าลืมเอาไปฝากไว้ที่พนักงานตรงจุดตรวจกระเป๋าด้วยนะครับ แล้วตอนขากลับก็อย่าลืมมาเอากลับล่ะ) คุณภูมิก็เข้ามาถึงในโรงอาหาร ซึ่งด้วยความที่เป็นวันธรรมดา + ช่วงสอบมิดเทอม + วันเปิดงาน ทำให้คนโหรงเหรงจนน่าใจหาย ผิดกับบรรยากาศงานหนังสือแทบทุกครั้ง

เดินทะลุจากโรงอาหารเข้าไปที่โซน C ชั้น 1 คนก็ยังน้อยอยู่ดี การจราจรสะดวกมากมายครับ

บูธในโซน C ชั้นล่าง ส่วนใหญ่จะขายหนังสือสำหรับเด็กเล็ก มีที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัยอยู่ประปราย เช่น สนพ.มูลนิธิเด็ก (เดินออกมาจากโรงอาหารก็เจอทันทีเลยครับ)

ทางด้านหลัง เป็นบริเวณที่คุณภูมิเรียกตามข้อมูลในสูจิบัตรว่า "ย้อนรำลึกบรรยากาศงานวัด" ซึ่งก็ตรงตามชื่อครับ เพราะในบริเวณนี้ ทางผู้จัดงานเขาจำลองเอางานรื่นเริงแบบไทยๆ ในสมัยก่อน (ซึ่งยังคงหาชมได้ในชนบทหลายจังหวัด แต่หาได้น้อยเต็มทีในกรุงเทพฯ) มาตั้งให้ผู้เที่ยวงานหนังสือเด็กได้เข้าชมโดยเฉพาะ มีร้านขายของกินและของเล่นแบบสมัยก่อนที่สังคมออนไลน์และเด็กเกรียนเด็กติ่งจะระบาดในเมืองไทย มีซุ้มเครื่องเล่นแบบตามสวนสนุกหรืองาน Carnival เช่น ม้าหมุน (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา) ซุ้มยิงเป้าแลกตุ๊กตา ฯลฯ ผู้ใหญ่ที่มาเที่ยวงานก็จะได้รำลึกความหลังสมัยตัวเองยังเด็กๆ ส่วนเด็กๆ ก็จะได้เปิดหูเปิดตาเห็นอะไรที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ ในยุคสมัยของตัวเองซะบ้าง

เริ่มมาก็เจอเวที สำหรับกิจกรรมในวันหลังๆ เช่น โชว์การละเล่นพื้นบ้านเด็กไทย การฝึกทำของเล่นพื้นบ้านจากวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ

ซ้ายมือของเวทีมีจุดบริการนวดฝ่าเท้า (งานวัดสมัยก่อนมีด้วยเรอะ?!?)

ซุ้มยิงเป้าแลกตุ๊กตา แบบที่เห็นได้ตามภาพยนตร์ไทยย้อนยุค และเห็นบ่อยๆ ในฉากงาน Carnival ในภาพยนตร์ฝรั่ง

มีร้านขายขนมไทย พวกลูกชุบ วุ้นกะทิ และอีกหลายอย่างที่คุณนายมารี เดอ กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อทำให้คนไทยโบราณอ้วนและฟันผุ (ก็อร่อยนิ!)

ร้านขายของเล่นและขนมสมัยโบร้าณโบราณ (ยุคแฟนฉัน) ของหลายอย่างที่ขาย คุณภูมิเคยเห็นและชอบซื้อเมื่อตอนเด็กๆ (ประมาณ 20 ปีที่แย้ววว ซึ่งแปลว่ายังไม่แก่มากนั่นเอง ^^;)

ตัวอย่างของในภาพข้างบนนี้ ใครที่สนใจ คุณภูมิขอบอกว่ายังมีให้ชมกันนอกงานอีกครับ คือมีขายเป็นแหล่งใหญ่ที่ "ตลาดร้อยปี" อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งคุณภูมิเคยพารุ่นน้องคณะไปเที่ยวเพื่อหาข้อมูลมาทำวารสารของคณะเมื่อปีที่แล้ว (ตอนแรกคุณภูทิยังนึกว่าร้านนี้เอาของมาจากสามชุกด้วยซ้ำ)

กลับมาที่ร้านของกินต่อ ข้างซ้ายของร้านของเล่นเมื่อกี้ก็มีขายสายไหมหลากสีหลากรส ผสมสีธรรมชาติและปรุงแต่งรสจากผลไม้หลายชนิด เช่น ส้ม (สีส้ม) สตรอว์เบอร์รี่ (ชมพู) และองุ่น (ม่วง) ตัวแป้งที่ใช้ห่อสายไหมก็มีให้เลือก 2 รส นอกเหนือจากแป้งธรรมดา ได้แก่ รสฟักทอง (เหลือง) และแครอท (ส้ม) ฟังดูก็...น่ากินดีแฮ แต่คุณภูมิก็ยังไม่ได้ซื้ออยู่ดี กะว่าเก็บตังค์ไว้ไปดูหนังสือก่อนครับ ง่า...

ในร้านเดียวกันกับที่ขายสายไหม มีขายขนมน้ำแข็งใสด้วย

และสุดท้ายคือ น้ำอัดลมโบราณ (เค้าเรียกกันอย่างนี้นรึเปล่าครับ ) ซึ่งก็คือน้ำหวานและน้ำผลไม้มากมาย ที่เมื่อสั่งซื้อแล้ว คนขายเขาก็จะเอาไปใส่โซดาและอัดแก๊สลงไปในน้ำ กินไปก็จะรู้สึกซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ในชีวิตนี้ คุณภูมิเคยกินมาแค่สองครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อสองปีที่แล้ว ที่หน้า รร.แห่งหนึ่งในหัวหิน

ชั้นล่างก็มีเพียงแค่นี้ ขึ้นมาดูข้างบนกันบ้างนะครับ

เวทีเอเทรียม ตั้งที่เดิมทุกงาน ปีนี้เป็นที่สำหรับประกวดร้องเพลงคาราโอเกะจากอนิเม และประกวดคอสเพลย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมสืบเนื่องจาก Comic Festival ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในโซนพลาซาด้วยครับ

ตรงข้ามกับเวที มีซุ้มขององค์การไปรษณีย์ไทย สำหรับผู้ที่ชอบสะสมสแตมป์โดยเฉพาะ

ในโซนพลาซา ก็มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย

ปราสาทกระดาษที่เห็นนั่นเป็นส่วนหนึ่งของ "สวนสนุกกระดาษสุดหรรษา" เป็นสวนสนุกที่ everything จิงเกิลเบล ทำจากกระดาษล้วนๆ เช่น กระดานลื่นกระดาษ รถไฟกระดาษ ให้เด็กๆ ได้ไปเล่นสนุกกันข้างใน ระหว่างที่พ่อแม่ไปเดินซื้อหนังสือ (เอ๊ะ...ไม่ดีม้าง = =)

"Comic Festival ครั้งที่ 2" ซึ่งจะมี "นิทรรศการหนังสือทำมือ" (หมายถึง เอาโดจินมาขายรึเปล่าหว่า) มี Workshop สอนเขียนการ์ตูนกันทุกวันตลอดงาน รอบละ 1 ชม. ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น และจะมีนักเขียนการ์ตูนและคนที่เกี่ยวข้องกับวงการการ์ตูนไทยหลายคนมาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อต่างๆ ว่าด้วยการเขียนการ์ตูนและทำหนังสือการ์ตูน ใครสนใจก็มาร่วมชมได้ตรงบริเวณนี้เลยครับ

และ...กิจกรรมหลอกเด็กอีกมากมาย

ออกจากโซนพลาซามา ก็จะเข้าสู่โซน C ชั้นที่ 2 ซึ่งเต็มไปด้วยบูธหนังสือการ์ตูน และหนังสือเอาใจวัยรุ่นมากมาย ใครที่หานิยายรักพาฝันและ/หรือแฟนตาซีไปอ่าน ขึ้นมาโซนนี้โดยตรงเลยจะดีที่สุดครับ

บูธสยามอินเตอร์คอมิกส์ (SIC) บูธใหญ่ทีเดียวงานนี้

ในรูปนี่เป็นบูธของบงกชและเนชั่นครับ (บอกแล้วว่าบูธการ์ตูนมันมากระจุกกันชั้นบนนี่)

แจ่มใส คนเยอะมันตั้งกะวันแรก (ขนาดว่างานชั้นล่างโล่งจนนอนกลิ้งได้หลายตลบเลยนะเนี่ย)

งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 6 ก็มีเท่าที่เห็นนี่แหละครับ เนื่องจากสเกลยังไม่ใหญ่เท่างานหนังสือปกติ ก็เลยไม่มีงานในส่วน Plenary Hall ด้วย (คุณภูมิรู้สึกว่าบริเวณรอบ Hall จะมีนิทรรศการอะไรสักอย่าง แต่เพราะเขายังจัดกันไม่เสร็จ คุณภูมิก็เลยไม่ได้สนใจไปดู)

ขออนุญาตนับศพทหารเลยนะครับ (Wording นี้ ใครเริ่มใช้วะ อยากรู้)

I. สนพ.มูลนิธิเด็ก  บูธ B02 โซน C ชั้น 1

1. ดาวถึงดาว ("Map of the Heaven") การ์ตูนที่เคยเป็นงานศิลปะนิพนธ์ของคุณ CMPuck

2. ถ้าไม่มีผู้ใหญ่บนโลกนี้ หนังสือรวมการ์ตูนสั้น 4 เรื่อง ว่าด้วยโลกที่มีแต่เด็กอยู่ ไม่มีผู้ใหญ่คอยชี้นำและดูแลอีกต่อไป

สองเล่มนี้เป็นหนังสือการ์ตูนออกใหม่ในเครือของมูลนิธิเด็ก ซึ่งคุณภูมิรู้ข่าวว่าจะออกมาก่อนงานในวันนี้สักพักหนึ่งแล้วครับ เลยเตรียมตัวมาซื้อโดยเฉพาะ

II. สนพ.ตะวันส่อง  บูธ G07 โซน C ชั้น 1

กล่องแห่งความเยาว์ รวมเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลจากการประกวด "ตะวันส่องอะวอร์ด ครั้งที่ 1" ซื้อมาเพราะอยากรู้ว่ามาตรฐานของเรื่องสั้นที่ได้รับการตัดสินว่ามีคุณภาพพอจะได้รับรางวัลจากโครงการนี้เป็นอย่างไรกัน (อ่านสบายๆ น่ะครับที่จริง ไม่ได้ซีเรียสแต่ประการใด หึหึ)

III. วารสารหนังสือใต้ดิน SHINE  บูธ G07 โซน C ชั้น 2

ภารกิจลับของ ทอม ทรูฮาร์ต : นักผจญภัยรุ่นเยาว์ วรรณกรรมเยาวชนแปลที่ Based on เทพนิยายและนิทานคลาสสิกหลายเรื่อง คุณภูมิ(แอบ)สนใจมาตั้งแต่ยังไม่แปลแล้วครับ เรื่องนี้ใช้รูปประกอบแบบ Sillhouette หรือภาพเงาดำ ส่วนตัวรู้สึกว่าเก๋ดีครับ ไว้อ่านจบแล้วจะเขียนถึงลงบล็อกนะครับ

IV. สนพ.ฟิสิกส์เซ็นเตอร์  บูธ G46 โซน C ชั้น 2

The Saint of Dragons ไซมอน นักล่าแห่งเซนต์จอร์จ วรรณกรรมแปลเรื่องหนึ่งที่คุณภูมิรอคอยให้มี สนพ.ไหนก็ได้เอามาแปลไทยซะที แล้วก็ได้ PC เอามาแปลให้ พร้อมภาพปกงามๆฝีมือคุณการันต์ (เรื่องนี้ ฉบับภาษาอังกฤษออกภาคต่อมาแล้วเล่มหนึ่ง ซึ่งปกฉบับไทยงามทั้งสองเล่มเลยครับ ^^) ไว้อ่านจบแล้วจะเขียนถึงลงบล็อกนะครับ

V. โอเพ่นบุ๊คส์ / openbooks  บูธ J06 โซน C ชั้น 2

วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน รวมบทแปลสุนทรพจน์วันจบการศึกษาสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในอเมริกา ซึ่งคนที่กล่าวสุนทรพจน์ทุกคนในเล่มนี้ก็เป็นคนจากหลากหลายสายอาชีพ และให้ข้อคิดและโอวาทด้วยสไตล์ที่ต่างกัน คุณภูมิเคยอ่านมาครั้งนึงแล้วก่อนที่จะรับปริญญา ตอนนั้นยืมรุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มหน่อไม้มาอ่าน วันนี้เจอเข้าเลยขอมีไว้ในครอบครองสักหน่อย ไว้สักวันจะเขียนถึงลงบล็อกนะครับ

การเดินเที่ยวงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 6 ประจำวันที่ 16 ก.ค. 2551 ของคุณภูมิก็มีเพียงเท่านี้แหละครับ หากวันหลังๆ มีโอกาสได้ไปอีก แล้วเจอ Event อะไรใหม่ๆ น่าสนใจๆ คุณภูมิจะพยายามเอามาอัพลงบล็อกนะครับ ใครได้ไปงานกันแล้วเจออะไรดีๆ มาก็เอามาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ

 

ห้ท้

1. ตรงทางเข้างานทางที่คุณภูมิเข้ามา คือตรงหน้าโรงอาหารน่ะครับ เค้ามีกิจกรรมดีๆ ดังนี้

รับบริจาคน้ำมันพืชใช้แล้วครับผม ใครที่สนใจจะบริจาค สามารถเอาน้ำมันพืชใช้แล้วเทใส่ขวดขนาดไหนก็ได้มาบริจาค โดยเอามาวางรวมกับขวดที่มีน้ำมันพืชใส่อยู่แล้วตามรูปข้างล่างได้เลยครับ

ส่วนคนที่อยากบริจาค แต่คิดว่าที่บ้านไม่มีขวดเปล่าๆ เหลืออยู่ ก็สามารถหยิบขวดเปล่าๆ ที่เค้าจัดไว้ให้ทางมุมขวามือเอากลับไปใส่น้ำมันพืชที่บ้านได้เลยครับ

2. งานนี้ชื่อ "เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน" ใช่มั้ยครับ

นี่คือหนังสือที่คุณภูมิเจอที่บูธหนึ่ง ในโซน C ชั้นล่าง (ซึ่งจำกันได้มั้ยครับว่า คุณภูมิบอกไปแล้วว่าเป็นโซนสำหรับหนังสือเด็กเล็ก)

อ่า...คุณภูมิเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับเนี่ย

เอาชื่องานกลับมาดูอีกที เพื่อความมั่นใจ

Comment

Comment:

Tweet

ดีจัง

#24 By ดูหนัง (115.67.171.179) on 2010-10-03 15:23

<a href="http://nujrtfgqqimtdic.com">ijswxutpeengups</a> http://lgcitjpqezvzfvy.com [url=http://ihehheizrftueap.com]dsrzhkseovtckwb[/url]

#23 By yrhrbanbvi (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:32

big smile open-mounthed smile confused smile

#22 By โหลดเพลงฟรี (125.25.209.98) on 2010-02-19 23:08

ขอบคุณมากค๊า

#21 By เพลง (222.123.143.250) on 2009-08-16 12:46

แจ่มมากครับ

#20 By LADIES GOLD WATCHES (114.128.230.177) on 2009-07-10 07:01

หามานานแล้ว

#19 By Bracelet Silver Watch (203.156.6.216) on 2009-07-10 01:09

Thx

#18 By Download All Mp3 (203.156.6.216) on 2009-07-10 00:23

แจ่มมากครับ

#17 By เพลง mp3 (112.143.11.91) on 2009-07-08 23:28

#16 By mp3 (114.128.76.147) on 2009-07-07 23:54

เมื่อกี้ลืมลงชื่อครับ

#15 By นกไร้ขา (58.8.83.196) on 2008-07-23 01:44

ไปมาเหมือนกันครับ

ชอบมาก คนน้อยสุดๆ เดินสะดวกดี 555

สรุปคือ ได้หนังสือที่บู๊ทโอเพ่นกับมติชนมาเยอะมาก (ซึ่งก็ไม่ใช่หนังสือของเด็กสักเล่ม )

#14 By (58.8.83.196) on 2008-07-23 01:43

คุณ HoRo ==> ยังมีงานอื่นอีกครับผม เมืองไทยยิ่งมีงานหนังสือในปีหนึ่งๆ เยอะอยู่ด้วย confused smile

น้องพลอย ==> ดูเหมือนจะตั้งใจอะจ้ะ แต่จำไม่ได้ว่า สนพ.อะไร ไม่กล้าถ่ายรูปชื่อบูธไว้ กลัวโดนฟ้อง

พี่เส่ง ==> เดินสบายจริงๆ เนอะครับ ไม่เหมือนงานหนังสือตอนปิดเทอม sad smile

คุณ GPEN ==> หวังว่าจะได้ไปเดินแล้วนะครับ
ขอบคุณสำหรับดราก้อนบอลครับ big smile

พี่นานา ==> ถ้ามันอยู่ในงานหนังสือปกติ ผมจะไม่ประหลาดใจเลยครับ
แต่มาเจอในงานหนังสือเด็กนี่สิ sad smile
โฮ่ ขอบคุณที่พาทัวร์ค่ะ ไม่มีโอกาศได้ไปแหงๆ หลายเล่มน่าสนใจจริงๆ
แตาเล่มสุดท้ายนี่มัน...sad smile sad smile

#12 By (^_^)/nana on 2008-07-19 20:42

รายงานได้เยี่ยมเลยครับ
อ่านแล้วอยากไปเลย
โชคดียังเหลืออีกสองวันHot!

#11 By GPEN on 2008-07-19 10:56

confused smile แว่บไปมาเหมือนกันเดินสบายดี
ไปซื้องานของpuckด้วยopen-mounthed smile

#10 By wesong on 2008-07-19 10:55

รูปสุดท้ายเกี่ยวไรด้วย

ใครมั่วมาวางรึเค้าตั้งใจ
sad smile

#9 By ย้าย on 2008-07-19 03:22

ง๊า อยากไป !!

อยากเข้าคอมมิก เฟสติวัล !!

อยากซื้อหนังสือถูก !!

(ได้แต่อยาก )

ขอบคุณที่รายงานให้อ่านกันค่ะbig smile

#8 By HoRo ... ll on 2008-07-18 22:31

คุณอาเมะ ==> ของผมเองก็ประสบกับภาวะที่ความอยากแปรผกผันกับงบในกระเป๋าตังค์เหมือนกันครับ ไม่งั้นคงจะได้ซื้ออีกสักเล่มสองเล่มแล้ว


น้องวิว ==> น่า งานนี้มีไม่กี่วันเอง รอไปงานใหญ่ตอนตุลาก็ได้ครับ big smile


คุณฟินท์ ==> ตกลงครับ ถ้าผมอัพรีวิวเมื่อไหร่แล้วจะไปแจ้งให้ทราบถึงบล็อกเลยครับ big smile


น้องเมธ์ ==> "น้ำจรวด" embarrassed พี่ไม่เคยได้ยินแฮะ เคยได้ยินแต่ "น้ำมะเน็ด" จ้า (ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกันอีก เหอๆ)
ไม่รู้นะเออ ไว้เดี๋ยวขอถามคุณยายพี่ก่อน จะได้คำตอบแบบชัวร์ๆ ไปเลย confused smile


คุณแมวมะม่วง ==> อันนี้ไม่รู้แน่ชัดนะครับ แต่ส่วนตัว ผมคิดว่าเขาหมายความแกมประชดว่า คนไทยเหมือนจะอ่านหนังสือ แต่จริงๆ คือกวาดตาดูตัวอักษรแบบผ่านๆ พอให้ได้รู้เรื่อง แต่ไม่เข้าถึง "สาร" ที่หนังสือแต่ละเล่มต้องการสื่อ อันนี้จริงเท็จยังไงไม่ขอฟันธงครับ

ของพวกนั้น ตอนเด็กทันเล่นด้วยเหรอครับเนี่ย แปลว่าเรารุ่นใกล้เคียงกันงั้นสิ เหอๆๆ
ตอนนี้ยังมีให้เห็นกันอยู่นะครับ มีที่หนึ่งชัวร์ๆ คือที่ "ตลาดร้อยปี" อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี แบบที่บอกข้างบนครับ


พี่อุ้ย ==> ดีใจด้วย เย้ confused smile (เพื่อ...)
ไปมาเหมือนกัน เย้confused smile
โอ้..หนังสือน่าอ่านทั้งนั้น (เห็นแววกระเป๋าฟีบรำไร)
อยากจะรู้ว่าหนังสืออะไรบ้างที่เขาเอามาทำสถิติอัตรการอ่าน
(การ์ตูน นิทาน นิยาย มันไม่ได้มีส่วนช่วยในการอ่านซักนิดเลยสินะ)

คิดถึงตอนเด็กๆ เล่นตุ๊กตากระดาษ โดดยาง ปั่นแปะ ขนมลูกอมบางอย่างไม่มีให้เห็นแล้ว

#5 By แมวมะม่วง on 2008-07-17 19:57

โห... เหมือนได้ไปด้วยเลยค่ะ
(ทั้งที่ความเป็นจริง ไม่สามารถไปได้ เพราะถังแตกแบบไม่สามารถแตกได้อีกแล้ว อะฮื้ออ ) ส่วนน้ำอัดลมโบราณ เอ.. ใช่ที่เค้าเรียกว่า น้ำจรวด รึเปล่าคะ embarrassed

#4 By maebin on 2008-07-17 18:48

หนังสือที่คุณเจ้าของบลอคซื้อมาน่าสนใจจังค่ะ แอบสนใจ"ถ้าโลกนี้ไม่มีผู้ใหญ่" กับ "วิชาสุดท้ายฯ" เป็นพิเศษ แล้วจะรออ่านรีวิวในบลอคนะคะ ^_^
พูดได้คำเดียวว่าอยากไป

แต่ก็คงไม่ได้ไป T-T

#2 By oOvievvOo on 2008-07-17 17:50

ทีแรกจะไปวันนี้ แต่ทีนี้จะไปพรุ่งนี้แทน555
อยากไป แต่ก็กลุ้มใจเรื่องสองสิ่งที่คาดว่าจะสวนทางกันแน่นอน คือความอยากและเงินในกระเป๋า

#1 By ~aMe~ on 2008-07-17 17:14