ในที่สุดก็มาถึงวันพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 29 กันเสียทีนะครับ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง คุณภูมิก็ขอพักเอ็นทรี่รูปแบบอื่นๆ ไว้ชั่วคราว มาเข้าสู่โหมด-กึ่ง-วิชาการ ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับกำเนิดกีฬาโอลิมปิกกันดีกว่า
หากนับตามประวัติศาสตร์สากล กีฬาโอลิมปิกครั้งล่าสุดที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ส.ค. 2551 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จะเป็นครั้งที่ 29 แต่ถ้านับรวมการแข่งขันในสมัยกรีกโบราณเข้าไปด้วย ก็จะกลายเป็นครั้งที่ 321 ความเป็นมายาวนานอย่างนี้ รู้มั้ยครับว่า กีฬาโอลิมปิกครั้งแรกสุดถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร
อันที่จริงแล้ว ประวัติศาสตร์กรีกโบราณมีบันทึกไว้ว่า มีการจัดกีฬาโอลิมปิกขึ้นตั้งแต่เมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาล ทว่าไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มการแข่งขันกีฬาดังกล่าว นอกจากเทวตำนานเพียงไม่กี่เรื่อง เรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจากเรื่องราวของกษัตริย์หนุ่มจากนครไลเดีย (Lydia) นามว่า พีล็อพส์ (Pelops) ผู้เป็นหลานปู่ของมหาเทพซูส บุตรของราชาวิปริต แทนทะลัส (Tantalus) ซึ่งคุณภูมิคิดว่าไม่จำเป็น ฉะนั้นขอไม่กล่าวถึงนะครับ
แข่งรถม้าชิงนารี
เมื่อได้ครองกรุงไลเดียต่อจากบิดา (ที่โดนลงโทษให้ไปยืนแช่แม่น้ำนรกตลอดกาลแล้ว) พีล็อพส์ก็ตกหลุมรักเจ้าหญิงฮิปโปดาเมีย (Hippodamia) แห่งนครปิซา (Pisa)
บิดาของ She ซึ่งก็คือกษัตริย์อีโนมาอัส (Oenomaus) ขึ้นชื่อในเรื่องความหวงพระธิดามาก ทั้งยังแอบซาดิสต์ด้วย ตานี่จัดแข่งซิ่งรถม้าขึ้น และประกาศว่าจะยกฮิปโปดาเมียให้กับผู้ที่สามารถขับรถม้าได้เร็วกว่าตน ส่วนผู้แพ้จะต้องโดนเจี๋ยนทิ้งโดยไม่มีข้อแม้
อีโนมาอัสดื่มฉลองชัยชนะ
รูปจาก www.mlahanas.de/Greeks/Mythology/Hippodamia.html
มีชายหนุ่มท้าประลองอีโนมาอัสถึง 13 คน แต่ทุกคนก็พ่ายพ่ายแพ้และถูกตัดหัวไปประดับหน้าประตูวัง ทั้งนี้เพราะม้าเทียมรถของอีโนมาอัสมิใช่ม้าธรรมดา แต่เป็นม้าที่อาเรส (Ares) เทพแห่งสงครามประทานให้ พวกมันจึงวิ่งได้เร็วกว่าม้าทั่วไป
อย่างไรก็ดี พีล็อพส์ ซึ่งเป็นผู้ท้าชิงคนที่ 14 เองก็ไม่น้อยหน้ากว่ากัน เพราะเขาก็มีม้าที่เจ้าสมุทรโพไซดอนประทานมาให้ อีกทั้งยังได้ความช่วยเหลือจากเจ้าหญิงฮิปโปดาเมีย ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะหลงเสน่ห์ของพีล็อพส์หรือเพราะทนความโหดร้ายของบิดาตนเองไม่ไหวอีกต่อไป She จึงไปติดสินบนสารถี (คนขับรถม้า) ของอีโนมาอัสให้ช่วยดึงสลักที่ยึดล้อรถออก ทำให้พอเลี้ยวรถ อีโนมาอัสก็กระเด็นตกลงมาที่พื้นอย่างแรงจนตาย ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าพีล็อพส์ชนะการแข่งขัน และจึงได้สมรสกับฮิปโปดาเมียและปกครองนครปิซาต่อจากอีโนมาอัส
พีล็อพส์ และ ฮิปโปดาเมีย
รูปจาก www.mlahanas.de/Greeks/Mythology/Hippodamia.html
ต่อมา พีล็อพส์ได้จัดการแข่งขันกีฬาขึ้นที่ทุ่งโอลิมเปีย (Olympia)เพื่อบูชาซูสและทวยเทพองค์อื่นๆ โดยใช้รูปแบบการแข่งขันตามการแข่งรถม้าที่อีโนมาอัสจัดขึ้น แต่ไม่มีการสังหารผู้แพ้อีกต่อไป
กำเนิดโอลิมปิกตำนานอื่น
บางตำนานกล่าวว่า วีรบุรุษจอมพลัง เฮอร์คิวลิส จัดการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ซูส ผู้เป็นบิดา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทำความสะอาดคอกสัตว์ของกษัตริย์ออกีอัส (Cleaning the Augean Stable) ซึ่งเป็นภารกิจประการที่ 5 ในจำนวนทั้งหมด 12 ประการ
เฮอร์คิวลิสเปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำเพื่อทำความสะอาดคอกสัตว์ของออกีอัส
รูปจาก http://steynian.wordpress.com/2008/03/03/steynianism-700/
บ้างก็ว่ากษัตริย์อิฟิทอส (Iphitos) แห่งนครเอลิส (Elis) จัดขึ้นตามคำแนะนำของโหรว่า กีฬาโอลิมปิกนี้จะช่วยหยุดสงครามระหว่างเอลิสกับสปาร์ต้าได้
บ้างก็ว่าเป็นซูสเองที่ริเริ่มกีฬาโอลิมปิก โดยจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสที่เอาชนะกลุ่มยักษ์ไททันลงได้ ทำให้มีเทพบางองค์ร่วมลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิกด้วย แต่ส่วนใหญ่จะแข่งกันเอง ไม่แข่งร่วมกับมนุษย์แต่อย่างใด
บลา บลา บลา ฯลฯ
จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ไม่ว่าโอลิมปิกจะถือกำเนิดขึ้นอย่างไร การแข่งขันนี้ก็จัดขึ้นที่ทุ่งโอลิมเปียเพื่อบูชาเทพเจ้า และจัดขึ้นทุก 4 ปีนับตั้งแต่แรกเริ่ม แต่มีกฎบางข้อที่ต่างจากในปัจจุบัน เช่น มีเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ลงแข่งได้ และต้องแก้ผ้าแข่งขัน เพราะผู้คนในสมัยนั้นถือกันว่าการแข่งขันกีฬาเป็นการวัดความสามารถของร่างกายล้วนๆ ส่วนของรางวัลในสมัยนั้นก็ไม่ใช่เหรียญรางวัลแบบในสมัยนี้ แต่เป็นผลไม้ หรือมงกุฎที่ทำจากใบลอเรลหรือใบมะกอก
กีฬาโอลิมปิกในยุคกรีกโบราณ
รูปจาก karenswhimsy.com/ancient-olympics.shtm
กีฬาโอลิมปิกในยุคโบราณถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.936 โดยจักรพรรดิธีโอโดเซียสที่หนึ่ง (Theodosius I) ซึ่งทรงเห็นว่ากีฬาโอลิมปิกเป็นพิธีกรรมนอกรีต ขัดต่อความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ต่อมา ใน พ.ศ.2439 มีการจัดกีฬาโอลิมปิกขึ้นอีกครั้งที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งถือเป็นโอลิมปิกครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และดำเนินต่อมาเรื่อยๆ จนถึงยุคปัจจุบัน
ในอดีต เวลาจัดกีฬาโอลิมปิก ผู้คนก็จะหยุดทำสงครามกัน หวังว่ากีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมีขึ้นจะช่วยลดความขัดแย้งในโลกเราได้บ้างนะครับ
(ส่วนความขัดแย้งภายในประเทศเล็กๆ แถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่งก็ช่างมันเถอะครับ ให้มันโดนดีกันซะบ้าง ประเทศจะได้มีพวกวุ่นวายๆ น้อยลง)
พิมพ์ครั้งแรก: เล่มโปรด ฉบับที่ 86 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2551

เราพิมพ์อะไรลงไปเนี่ย เหอๆ

