- อี อมาร์ เพรสตาร์ ไอน์ - บ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้ว
- ฮาน มาธอน เน เนน - ข้าสัมผัสได้จากช่อง NBT
- ฮาน มาธอน เน ฮาย - ข้าสัมผัสได้จากเว็บพันทิป
- อาฮาน โนธอน เน กวิลิธ - ข้าได้กลิ่นจากหน้าหนังสือพิมพ์
หลายสิ่งหลายอย่างสูญสิ้นเลือนหายไป
คนที่ยังอยู่ไซร้ก็จำกันไม่ได้แล้ว...
อภินิหารส้นติงป่วนชาติ
ภาค 1 ขี้ข้าซ่อนเร้น
ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นเมื่อแผ่นดินมิดเดิล เอิร์ธล่วงเข้าสู่ยุคที่สอง
เซาเหลี่ยม ผู้ปกครองแผ่นดินที่ได้รับเลือกจากประชาชนเพราะภาพลักษณ์ดีงามน่าเลื่อมใสในอดีต เกิดลุ่มหลงในอำนาจและสมบัติพัสถานเหลือคณานับ และเริ่มคิดการใหญ่
ในแผ่นดิน ไพร่ฟ้าหน้าดำล้วนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเซาเหลี่ยม เว้นเพียงเหล่า อัมหมาด อมตชนผู้ปราดเรื่องและทรงอำนาจ ผู้เป็นตัวแทนขององค์อิลูวาทาร์ผู้เป็นหนึ่ง
เซาเหลี่ยมคิดล้มล้างกลุ่มอัมหมาด เพื่อที่จะได้เป็นผู้ติดต่อกับองค์อิลูวาทาร์โดยตรง และได้รับมอบพลังไร้เทียมทานในการควบคุมสรรพสิ่งไว้ในกำมือ
แต่เหล่าอัมหมาดนั้นสูงศักดิ์เกินเอื้อม และมีผู้สนับสนุนเกินกว่าที่มันจะตอแยได้โดยง่าย เซาเหลี่ยมจึงคิดประดิษฐ์สุดยอดอาวุธแห่งพิภพขึ้นเพื่อเพิ่มความได้เปรียบให้ตนเอง
ท่อน้ำเลี้ยง!!!
"ท่อเดียวเพื่อครองพิภพ
ท่อเดียวเพื่อค้นพบ (พวกหน้าโง่ที่พร้อมจะ) จบ (เห่เพื่อกูจากทั่ว) หล้า
ท่อเดียวเพื่อสาปสิ้นทุกวิญญาณ์ (ที่อาจหาญต่อต้านกู)
พันธนา (เหล่าข้าทาสบริวาร) ไว้ในความมืดมน"
ด้วยอำนาจของท่อน้ำเลี้ยง เซาเหลี่ยมสามารถเพาะอิทธิพลต่อข้าหลวงระดับสูงได้หลายนาย และชักจูงให้มาเป็น แก็นนัม หรือหัวหน้ากลุ่มต่อต้านเหล่าอัมหมาด มีเซาเหลี่ยมชักใยอยู่เบื้องหลัง
แก็นนัมแต่ละคนก็ไปปลุกปั่นฝูงชนจากทั่วทุกสารทิศให้มาเข้าร่วม ซึ่งล้วนแต่มีหน้าตางดงาม แสดงถึงสติปัญญาอันสูงส่งทั้งสิ้น
รู้ตัวอีกที เซาเหลี่ยมก็สั่งสมกองกำลังไว้มากเหลือคณา มีอำนาจเย้ยฟ้าท้าดิน
เพียงกระดิกนิ้วมือนิ้วเท้า หน้าไหนที่คิดท้าทายเป็นต้องม้วยมรณ์
ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ชีวิตภายใต้เงามืดด้วยความหวาดหวั่น ผู้กล้ากลุ่มหนึ่งร่วมกันดื่มน้ำสาบาน
เกิดเป็นกลุ่ม พัลทมิธ มุ่งหมายโค่นล้มทรราชย์เซาเหลี่ยม มาดแม้นตนเองต้องวายชีวา
กลุ่มพัลทมิธรวบรวมเสรีชนจากทั่วหล้าที่ไม่ยอมรับการกดขี่ของเซาเหลี่ยม
แน่นอนว่าสร้างความไม่พอใจให้เซาเหลี่ยมและข้าทาสบริวารยิ่งนัก
ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแตกหัก
ประชาชนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดพากันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะมีการปะทะกันของกองกำลังสองฝ่ายนั้นเอง
ทหารหาญซึ่งจงรักภักดีต่อองค์อิลูวาทาร์ และเห็นแก่ความสงบสุขของแผ่นดินมิดเดิลเอิร์ธเหนืออื่นใด ได้ตัดสินใจ...
...ตัดท่อน้ำเลี้ยง ยุติพลังอำนาจทั้งมวลของเซาเหลี่ยม
เมื่อไร้ซึ่งท่อน้ำเลี้ยง มวลชนที่ต่อสู้เพื่อจอมทรราชย์ถึงกับล้มครืนระเนระนาด จากนั้นก็เผ่นหนีกันผ้าผ่อนแทบหลุด
เซาเหลี่ยมเอง ทันทีที่สำนึกได้ว่าตนเองปราศจากอำนาจและผู้สนับสนุน ก็รีบปลดชุดเกราะและพัศตราภรณ์ วิ่งหนีหายไปในหมู่ฝูงชนที่กำลังแตกฮืออย่างรวดเร็วจนไฟแทบลุก
ฝ่ายพัลทมิธพากันโห่ร้องชอบใจในชัยชนะ แม้จะไม่ได้มาจากฝีมือพวกตนโดยตรง
ไพร่ฟ้าที่ติดตามข่าวสารในแต่ละหมู่บ้านต่างตบไม้ตบมือดังอื้ออึงอล
บ้างก็ร้องรำทำเพลงสรวลเสเฮฮา ยินดีปรีดาที่ทั่วหล้ากลับสู่ความสงบสุข
บางคนดีใจออกนอกหน้า ถึงขนาดใช้ฤกษ์งามยามดีเช่นนี้สารภาพความรักต่อกัน
ทางด้านผู้สนับสนุนเซาเหลี่ยม แม้จะอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่ก็มักจะออกมาแสดงความไม่พอใจเป็นระยะ เช่น กล่าวโจมตีเหล่าอัมหมาด ทหารหาญ และกลุ่มพัลทมิธ รวมถึงเชิญชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมกับพวกตน
ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มีสติปัญญามากพอ มักจะรู้สึกว่าถ้อยคำและน้ำเสียงของกลุ่มผู้สนับสนุนเซาเหลี่ยมนั้นช่างระคายเคืองโสตประสาทสิ้นดี
จนบางคนออกมาประกาศว่า ยินดีฟังสุกรขับกล่อมเพลงฉ่อย ดีกว่าสนทนาร่วมกับบริวารของเซาเหลี่ยม
ใช้เวลาไม่นาน ชีวิตทั่วหล้าก็กลับสู่วิถีปกติอีกครั้ง
ด้วยเหตุดังนี้ ยุคที่สองของมิดเดิล เอิร์ธก็สิ้นสุดลง ยุคที่สามเข้ามาแทนที่
แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง ซึ่งเราจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป...
...
ณ ดินแดนสุดขอบโลก ห่างไกลจากอารยธรรมหลายแสนโยชน์
ในถ้ำอันมืดมิด ชีวิตหนึ่ง คนก็ไม่ใช่ สัตว์ก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ นั่งจับเจ่าหวนรำลึกถึงอดีตอันหอมหวาน วันวานที่ซึ่งแผ่นฟ้าใกล้เพียงเอื้อม พลางคิดหาวิธีกลับสู่จุดเดิมอีกครั้ง...
"...ของรักของข้า อำนาจของข้า..."
...ยังมีต่อ...
b

.ได้ใจ
