คิดว่าหลายๆ คนคงจะได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์จากสื่อต่างๆ มาเยอะแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงครับ...วันแรกของ "งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 7" สถานที่ก็ไม่ใช่ที่ไหนอื่นไกล เป็นศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจ้าเก่า

งานหนังสือเด็กและเยาวชนแต่ละครั้งจะมีการกำหนดชื่อธีมขึ้นมาเพื่อกำกับรูปแบบกิจกรรมและการตกแต่งสถานที่ อย่างของงานครั้งที่ 6 คราวที่แล้วเป็น "สวนสุข สนุกอ่าน" ก็เลยมีการตกแต่งเหมือนเป็นสวนสนุกผสมงานคาร์นิวัล มีการออกร้านแบบงานวัดในสมัยก่อน

ของครั้งที่ 7 นี้ มีธีมว่า...

"จักรวาลแห่งความรู้"

ดูจากชื่อธีมงานแล้ว คงพอจะเดาได้ว่ารูปแบบการตกแต่งคงจะออกแนวอวกาศๆ มีกิจกรรมเสริมความรู้ให้เด็กๆ ได้ร่วมทำเป็นจุดๆ ไปใช่มั้ยครับ เอาล่ะครับ เราก็ต้องมาดูกันต่อไป

ก่อนอื่น ขอออกตัวก่อนว่า เอนทรีนี้ คุณภูมิจะขอนำเที่ยวในแง่ของการพาชมงานอย่างเดียว จะไม่ลงรายละเอียดในด้านของบูธหนังสือหรือหนังสือที่คุณภูมิได้มาในวันนี้นะครับ เพราะคุณภูมิถือตามตำราพิชัยสงครามที่ว่า "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" และคุณภูมิก็ไม่คิดว่าจะไปเดินเที่ยวในงานหนังสือคราวนี้แค่ครั้งเดียว

เอาล่ะ มาเดินเที่ยวงานหนังสือเด็กฯ ย้อนรอยเส้นทางที่คุณภูมิได้เดินมาในวันนี้กัน

แรกสุด บ้านคุณภูมิอยู่อ่อนนุช คุณภูมิเลยนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่อโศก แล้วต่อรถไฟใต้ดินไปที่ศูนย์สิริกิติ์ ออกจากสถานีแล้วเข้าไปในศูนย์ผ่านทาง Food Court ชั้นล่าง

คนโหรงเหรงมาก ทั้งที่เป็นเวลาที่คนน่าจะยังรู้สึกหิวกันอยู่ (ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ได้) น่ากลัวจะเป็นเพราะวันนี้เพิ่งเริ่มงาน อีกทั้งคนไทยส่วนหนึ่งคงกำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากช่วงลองวีคเอนด์ที่ผ่านมานะครับ

เดินออกจาก Food Court ก็จะเข้าสู่ โซน C1

เท่าที่คุณภูมิสังเกตดูจากงานหนังสือเด็กฯ คราวก่อนๆ บูธหนังสือส่วนใหญ่ที่ได้อยู่โซน C1 จะเป็นพวกสำนักพิมพ์ บริษัท หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยรุ่น เช่น แปลนฟอร์คิดส์ ชมรมเด็ก ฯลฯ จะมีหลุดมาบ้างไม่ถึงสิบบูธที่ขายของสำหรับคนช่วงอายุที่โตขึ้นมา เช่น เนชั่น (ถ้าจำไม่ผิดคือบูธในรูปที่สี่ ข้างบนน่ะครับ)

และเช่นทุกปี ด้านหน้าของโซน C1 เป็นส่วนของบูธหนังสือต่างๆ ด้านหลังก็จะมีซุ้มกิจกรรมน่าสนใจๆ ที่สอดคล้องกับธีมงาน อย่างคราวที่แล้วมีการออกร้านแบบงานวัดในสมัยก่อน คราวนี้ก็มี...

"กำเนิดจักรวาลความรู้"

โดยภาพรวมมันก็คือ...ลานจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ทำเพื่อสร้างความสนุกสนานและเสริมความรู้ ซึ่งคุณพ่อแม่ผู้ปกครองจะเข้ามาร่วมเล่นด้วยหรือคอยอธิบายประกอบก็ได้น่ะครับ

ฐานกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่...

"ลานจักรวาล" เป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อมให้คุณหนูๆ ผู้มีกำลังวังชามากมาย และเรี่ยวแรงยังดี ยังคึกคักอยู่ ได้มาปลดปล่อยพลังกาย สร้างเสริมความแข็งแรงของร่างกายไปในตัว เครื่องเล่นเท่าที่คุณภูมิเห็นก็มีสไลเดอร์ ม้าโยกที่ทำเป็นรูปกระสวยอวกาศ ลูกบอล (เอาไว้ปาใส่กัน ดูเหมือนว่าคุณพี่สวมเสื้อสีแดงขาวที่นั่งอยู่ข้างนอกต้องเป็นคนคอยเก็บ) และถ้าคุณภูมิดูไม่ผิดก็เหมือนว่าจะมีที่เป่าฟองสบู่ด้วย แหม...ครบครันความสนุกจริงๆ ถ้ายังเป็นเด็กเล็กๆ อยู่นี่คุณภูมิคงกระโดดเข้าไปเล่นด้วยแล้วล่ะครับ

"นักวิทย์ดาวเคราะห์น้อย" ดูจากชื่อแล้วเหมือนจะเป็นซุ้มให้เด็กๆ ได้มาทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์กัน แต่ตอนที่คุณภูมิไปดู เห็นมีกิจกรรมแค่อย่างเดียวที่แสดงอยู่

หนังตะลุงจักรกล! (คุณภูมิตั้งชื่อเองซะงั้น)

มาดูข้างหลังก็จะได้เห็นกลไกการทำงานของหนังตะลุงชุดนี้ครับ

น่าคิดว่าอุปกรณ์พวกนี้อาจจะเป็นของให้พวกเด็กๆ ได้ทำการทดลองในการฉายหนังตะลุงก็ได้นะครับ (แน่ล่ะว่าต้องรอให้มีเจ้าหน้าที่มากำกับดูแลด้วย ซึ่งตอนที่คุณภูมิไปถ่ายรูปนี่ไม่เห็นมีสักคน ตรงนี้ก็เลยดูร้างไปหน่อย แต่วันหลังๆ คงจะมีอะไรให้ทำแหละครับ)

"เติมสีสันจักรวาล" จริงๆ ก็คือซุ้มระบายสีนั่นเอง (แอบรู้สึกว่ากิจกรรมระบายสีเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ในการ entertain เด็ก)

มือศิลป์ทั้งหลาย ถ้าเบื่อๆ ก็สามารถ "แอ๊บเด็ก" แล้วไประบายสี แสดงความสามารถทางศิลปะกันได้นะครับ

หันหน้ามาทางขวามือ ก็จะเจอพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก

"เรียนรู้รอบด้านจากการอ่านกับพ่อแม่"

ถึงป้ายข้างบนจะบอกว่าเป็น "ตลาดจำลอง" แต่เท่าที่คุณภูมิเห็น รู้สึกจะไม่ค่อยมีตรงไหนที่ดูเป็นตลาดเท่าไหร่เลยครับ

ส่วนนี้ตรงตามคอนเซปต์ในป้ายหน้าซุ้ม มีหนังสืออยู่ตามชั้น ให้คุณพ่อหรือคุณแม่มาอ่านให้ลูกฟัง (แต่อันนี้เหมือนผู้ใหญ่จะเริ่มเม้าท์กันเอง)

ตรงนี้ก็แบบเดียวกันกับในภาพเมื่อกี้ แต่ตกแต่งแบบเหมือนเป็นห้องนั่งเล่นในบ้านจริงๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายและความอบอุ่น ให้สมกับเป็นกิจกรรมของครอบครัว

มีเกมงูตกบันไดขนาดใหญ่ ให้ตัวคนเล่นเป็นหมากสำหรับเดิน และยังมีลูกเต๋ายักษ์ให้ทอยด้วยนะครับ (อันสีส้มๆ อยู่แถวๆ เท้าของน้องคนที่สวมเสื้อสีฟ้า)

นอกจากมุมอ่านหนังสือและเกมแล้ว ยังมีบางจุดที่มีการสอนประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ อย่างในรูปนี่คิดว่าน่าจะเป็นพุ่มไม้ที่ทำจากกระดาษ (หมายเหตุ: คุณแม่กับคุณลูกในรูปข้างบนนี่เขาเห็นกล้องแล้วเลยหันมาสูสองนิ้วให้เองนะครับ คุณภูมิไม่ได้ขอแม้แต่น้อย คืออยากได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า อีกอย่าง ดูคุณแม่ท่านนี้อยากออกกล้องมากเลย แต่คุณลูกนี่ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่ )

อันนี้สอนทำอะไรสักอย่าง เหมือนเป็นแก้วกระดาษที่ตกแต่งให้ดูมีลวดลายสวยงาม

นอกจากนี้ งานหนังสือเด็กฯ ยังมีกิจกรรมที่ค่อนข้างตามกระแสอยู่ไม่น้อย...

"กำเนิดแพนด้า"...มันยังอุตส่าห์ตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่ มาทั้งภาพทั้งเสียงครบ!

ถึงแม้คุณภูมิจะไม่ได้ตามกระแสเห่อแพนด้าน้อย แต่คุณภูมิว่าพวกตุ๊กตาแพนด้าที่เอามาประดับตกแต่งในซุ้มก็ดูน่ารักไม่น้อย ก็เลยถ่ายรูปเก็บมาเป็นที่ระลึกด้วยครับ

ส่วนใครที่รักแพนด้ามาก คุณก็สามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแพนด้าได้ที่ตรงจุดนี้...

หน้าแพนด้าน้อยดูหลอนๆ ไงไม่รู้อะ

และแน่นอน...ที่ขาดไม่ได้สำหรับงานหนังสือแต่ละครั้ง...มุมนวดฝ่าเท้าครับ

อยากไปลองนวดเป็นประสบการณ์บ้างสักครั้งจัง

หมดจากกิจกรรมในโซน C1 แล้ว เข้าสู่ โซนเอเทรียม กันบ้างนะครับ

สำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับศัพท์เฉพาะของศูนย์สิริกิติ์ โซนเอเทรียมก็คือบริเวณโถงทางเดินที่อยู่ระหว่างโซน C ทั้งสองชั้นกับเพลนารี ฮอลล์นั่นเอง ในจุดที่ว่านี้มักจะมีเวทีสำหรับเสวนาหรือแจกของชิงรางวัลร้อยแปดพันเก้า เวทีที่ว่านี้ก็คือ "เวทีเอเทรียม" ครับ

ก่อนจะไปชมกิจกรรมในโซนนี้ โปรดสังเกตด้านบนของภาพ

อย่างที่คุณภูมิบอกไงครับว่าจะมีการตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับธีม "จักรวาลแห่งความรู้" (ดีนะที่ไม่ลงทุนเอา Glow in the Dark รูปดาว จรวด หรือจานบิน ไปติดบนเพดานศูนย์ด้วย )

ในบริเวณใกล้กัน คือข้างๆ ขั้นบันไดที่จะเข้าสู่โซนพลาซ่า (ห้องโถงกว้างที่มียักษ์เฝ้าทางเข้า มีทางเชื่อมถึงโซน C ชั้นสอง) มี "ผังอำนวยการ" ที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นกับผู้เดินชมได้เป็นอย่างดี อาทิ รายชื่อผู้ออกบูธ และตำแหน่งแห่งหนของบูธเหล่านั้น (ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีปรากฏในสูจิบัตรงานดังเช่นทุกครั้งครับ ไม่จำเป็นต้องเอากล้องมาถ่ายภาพแผนผังอันนี้เก็บไว้แม้แต่น้อย

กิจกรรมหลักของโซนเอเทรียม จะมาคนละแนวกับในโซน C1 เมื่อกี้ เพราะมันจะพ