หลายๆ คนคงจะเคยเห็นภาพลักษณะนี้

ในการ์ตูนอนิเมชั่นชื่อดังของโลกตะวันตกก็มี

หรือแม้กระทั่งการ์ตูนมังงะจอมเสียดสีสังคมแห่งยุคก็ยังนำไปใช้

ภาพของ "เทวดา" และ "ปีศาจ" ตัวจิ๋วที่มักโผล่มาในเวลาต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง และคอยกระซิบข้างหู ตัวหนึ่งบอกให้ทำสิ่งที่ "ถูกต้อง" อีกตัวบอกให้ทำสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้องแต่ก็ "ถูกใจ" ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในสื่อหลายรูปแบบ จนหลายๆ คนอาจเข้าใจว่า ทั้งสองตัวนี้คือตัวแทนของสำนึกฝ่าย "ดี" และ "ชั่ว" ที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน

ความเข้าใจนี้...

ผิด นะครับ

ผิดเพราะว่า "ความดี" "ความชั่ว" และแม้กระทั่ง "ความถูกต้อง" แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง แต่มนุษย์อย่างเราๆ อุปโลกน์กันขึ้นมาเองต่างหาก

อ้าว ถ้าความดีและความชั่วไม่มีอยู่จริง เทวดาและปีศาจนั่นคืออะไร

ลุงคนนี้มีคำตอบให้

ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud : 1856 - 1939) บิดาแห่งวงการจิตวิทยาและจิตวิเคราะห์

ฟรอยด์เป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคของเขา และแม้ฟรอยด์จะลาโลกไป 70 ปีได้แล้ว วิญญาณของเขาก็ยังตามมาหลอกหลอนนักจิตวิทยาและนักเรียนวรรณคดีทุกยุคทุกสมัยไม่เลิก ฟรอยด์ฝากทฤษฎีไว้ให้วงการวิชาการมากมาย ที่ดังๆ หน่อยและคิดว่าหลายคนคงพอรู้จักก็เช่นทฤษฎี "ปมอีดิปัส" (Oedipus Complex) หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า "ปมฆ่าพ่อล่อแม่" เป็นต้น แม้ว่านักจิตวิทยาหลายต่อหลายคนในยุคหลัง รวมถึงคาร์ล จุง ที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิของฟรอยด์ จะนำเสนอทฤษฎีใหม่ๆ ที่หักล้างทฤษฎีเดิมของฟรอยด์เกือบสมบูรณ์ แต่หลายๆ คนก็ยังยึดแนวคิดของฟรอยด์เป็นบรรทัดฐานนิรันดร์กาลอยู่ดี

อนึ่ง ทฤษฎีส่วนใหญ่ของฟรอยด์มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศและโลกียวิสัยของมนุษย์ ทั้งนี้เพราะฟรอยด์เองแกก็เชื่อว่าแรงปรารถนาทางเพศเป็น "แรงขับเคลื่อน" สำคัญของชีวิตมนุษย์ จนกระทั่งมีคำกล่าวว่า ทฤษฎีของฟรอยด์สอนให้รู้ว่า "ถนนทุกสายมุ่งสู่เรื่องเพศ"  และมีการวาดภาพพอร์เทรตของฟรอยด์เพื่อสะท้อนแนวทางคำสอนของเขาเสียงดงามทีเดียว

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง! (นอกเรื่องนั่นเอง) เรื่องแนวคิดเพศๆ ของฟรอยด์นี่คุณภูมิก็ชอบอยู่ (ชอบเฉพาะในด้านวิชาการนะครับ หึหึ) ไว้วันหลังจะเขียนถึงนะครับ แต่คราวนี้จะกล่าวถึงทฤษฎีสำคัญอย่างหนึ่งของเขา นั่นคือทฤษฎีว่าด้วย "บุคลิกภาพของมนุษย์" (Human Personality)

ฟรอยด์บอกว่า บุคลิกภาพของมนุษย์คนหนึ่ง เกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบสามประการ

"อิด" "อีโก้" และ "ซูเปอร์อีโก้"

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักชื่อเหล่านี้มาบ้างแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไร ลองมาทำความรู้จักกับเจ้าสามตัวนี้กันใหม่ตามแบบของคุณภูมิเองนะครับ

เริ่มจากเจ้าตัวแรก

"อิด" (Id)

อิด เป็นสรรพนามภาษาละติน แปลตรงตัวว่า "มัน" (it) ส่วนชื่อไทยไม่ต้องไปหา เพราะยังไม่มีใครตั้งให้ 

อิดคือสัญชาตญาณดิบหรือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวมนุษย์ อยู่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด และจะคอยกระตุ้นหรือเร่งเร้าให้มนุษย์ทำอะไรก็ตามเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตัวเอง รวมไปถึงตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกในแวบแรกที่เกิดขึ้น เช่น ถ้ารู้สึกไม่พอใจ เจ้าอิดนี่จะบอกให้ระบายอารมณ์ออกมาทันที

พูดง่ายๆ คือ อิดคือด้านที่ "ป่าเถื่อน" ของจิตใจที่คอยกระซิบบอกให้คนเราทำในสิ่งที่ "ถูกใจ" นั่นเอง

"เชี่_เอ๊ย! ไอ้เกรียนนั่นแอบด่าพวกเราลับหลังอีกแล้ว ขอตั๊นหน้ามันเป็นการสั่งสอนซะหน่อย ไม่งั้นคืนนี้กูนอนไม่หลับแน่!"

 

ตัวต่อไปคือคู่ปรับสำคัญของอิด

 "ซูเปอร์อีโก้" (Superego)

ซูเปอร์อีโก้ เกิดจากการผสมคำระหว่างคำภาษาละตินสองคำ ได้แก่ "ซูเปอร์" (Super) แปลว่า เหนือ กับ "อีโก้" (Ego) ซึ่งเป็นสรรพนาม "ฉัน" (I) ในภาษาละติน สำหรับชื่อภาษาไทย อาจารย์ในวิชาทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์ของคุณภูมิเคยเรียกว่า "อภิอัตตา" ส่วนท่าน อ.ไมเคิล ไรท์ ผู้ล่วงลับ เรียก "อุตมอัตตา" (อุด-ตะ-มะ-อัด-ตา)

สิ่งต่างๆ ที่จัดเป็นซูเปอร์อีโก้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู โรงเรียน สื่อ ศาสนา รวมไปถึงสังคมในระดับต่างๆ ปลูกฝังหรือยัดเยียดใส่มนุษย์แต่ละคน เพื่อควบคุมไม่ให้ก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น และให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ได้แก่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ค่านิยมในสังคม การศึกษา หลักศีลธรรม และแม้กระทั่ง คำสัญญาระหว่างคนสองคน

พูดง่ายๆ ซูเปอร์อีโก้ก็คือด้าน "หัวสูง" ของมนุษย์ ที่คอยปรามอิดเอาไว้ และกระซิบบอกให้คนเราทำในสิ่งที่สังคมมองว่า "ถูกต้อง"


"อย่าไปทำอะไรเขาเลยครับ เขาอาจจะมีปัญหาทางจิตใจหรือขาดความอบอุ่นในครอบครัวมาก่อน เลยเอามาลงกับพวกเราบ้าง ถือเสียว่าทำบุญทำทานก็แล้วกันครับ"

 

ทีนี้ ตัวหนึ่งบอกให้สนใจตัวเองไว้ก่อน อีกตัวบอกให้คำนึงถึงคนอื่นและสังคม ถ้าในจิตใจคนเรามีอยู่แค่สองตัวนี้ ก็คงจะประสาทกินกันทีเดียว

"พูดบ้าอะไรของมึง แม่_ด่าพวกเรา -- ด่ากูนะเว้ยเฮ้ย! ปล่อยมันไปวันนี้ เดี๋ยวมันก็ได้ใจกลับมาด่าอีก อย่างน้อยขอตบสั่งสอนสักป้าบก็ได้"

"ถ้าคุณทำร้ายเขาไป คนอื่นที่มองเห็นก็จะนึกเอาว่าพวกเราเป็นฝ่ายทำร้ายเขาก่อนน่ะสิครับ คุณอยากให้คนอื่นมองพวกเราว่าเป็นพวกป่าเถื่อนไร้การศึกษาหรือยังไง"

 

"กว๊ากกกกกกกซ์!!! ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ยังงี้ก็เท่ากับไอ้สัดนั่นมาตบหน้ากูฝ่ายเดียวดิวะ!"

"ตบหน้า? อ๋อ ถือเสียว่าเป็นบททดสอบจิตใจที่สวรรค์ประทานให้สิครับ ดุจดังที่องค์บร๊ะยีซัสทรงสอนเอาไว้ว่า 'ใครตบแก้มซ้ายเจ้า จงยื่นแก้มขวาให้เขาตบด้วย' ไงครับ"

 

"อะไรของมึง?!? ยีซ้งยีซัดอะไรกูไม่รู้จัก! ถ้าอยากโดนตบมากนักเดี๋ยวกูจัดให้!!!"

"ก็เอาเลยสิครับ! กระผมเองก็สุดจะทนกับความกักขฬะอัปรีย์ชาติไพร่ของคุณเต็มทีแล้วเหมือนกัน!!!"

 

ถ้าเราเชื่อฟังอิด ทำตามใจของตนเอง เราก็อาจจะโดนสังคมรังเกียจ ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

ในทางกลับกัน ถ้าเราทำตามซูเปอร์อีโก้ เราก็จะยังอยู่ในสังคมต่อไปได้ แต่ก็ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป

และถ้าเราไม่เลือกทำอะไรสักอย่าง จิตใจของคนเราก็คงจะปั่นป่วนเพราะเจ้าสองตัวนี้จะเถียงกันไม่เลิก ไม่ต้องเป็นอันทำอะไรพอดี

โชคยังดีที่ในระหว่างที่เจ้าสองตัวนี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา จิตใจของเราก็พัฒนาองค์ประกอบตัวที่สามขึ้นมา

"อีโก้"(Ego)

อีโก้ ก็คือ "ฉัน" (I)