"การแปะป้าย" (Labeling หรือ Labelling ตามแต่สะดวกครับ) เป็นศัพท์ทางสังคมวิทยา บุคคลแรกที่ใช้คำนี้คือนักสังคมวิทยาชาวสหรัฐฯ ชื่อ Howard Saul Becker อันที่จริงคำนี้มีบัญญัติในภาษาไทยอย่างค่อนข้างเป็นทางการมาแล้วว่า "การตีตรา" แต่คุณภูมิก็ยังชอบเรียกว่า "การแปะป้าย" อยู่ดี

การแปะป้ายคืออะไร? ความหมายมันตรงตามชื่อครับ มันคือกระบวนการทางสังคมที่บุคคลหนึ่งหรือสังคมหนึ่งๆ กำหนดชื่อเรียกเฉพาะสำหรับคนบางคนหรือบางกลุ่ม โดยอาศัยลักษณะทางกายภาพ (หน้าตา สีผิว รูปร่าง ฯลฯ) หรือทางจิตใจ (สภาพจิต รสนิยมทางเพศ ฯลฯ) เพื่อแบ่งแยกผู้ที่ได้รับการตั้งชื่อนั้นออกจากสังคมของคนปกติ หรือก็คือคนส่วนใหญ่ ชื่อที่กำหนดขึ้นมาจึงเหมือนการนำป้ายชื่อไปแปะบนตัวหรือหน้าผากของคนอื่นในลักษณะการประจาน

ที่น่าขัน (ironic) ก็คือ คนที่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็น "คนปกติ" นั้น แท้จริงก็คือคนกลุ่มใหญ่ในสังคมที่กุมสิทธิ์และอำนาจส่วนใหญ่เอาไว้ด้วย ซึ่งอำนาจนั้นมีพลังในการกำหนดให้คุณลักษณะบน "ป้าย" ของคนกลุ่มใหญ่ เช่น สีผิว เชื้อชาติ รสนิยมทางเพศ ฯลฯ กลายเป็นป้ายหลักประจำสังคม ซึ่งใครก็ตามที่มีคุณลักษณะไม่ตรงตามป้ายหลักประจำสังคม มันผู้นั้นก็จะโดนสังคมลงโทษด้วยกลวิธีต่างๆ ตั้งแต่เขม่นดูด้วยความรังเกียจ ไปจนถึงเข้ามารุมอัดให้สบายใจเล่นๆ ด้วยเหตุนี้ ทุกคนในสังคมจึงต้องพยายามทำตัวให้เข้ากรอบของป้ายหลักประจำสังคม เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่โดนจับแปะป้ายประจาน

พิมพ์ไปแบบข้างต้น บางคนอาจยังนึกภาพไม่ออก งั้นคุณภูมิขอยกตัวอย่างสักสองตัวอย่างนะครับ

ตัวอย่างกรณีแรก เป็นอะไรที่เห็นได้บ่อยๆ ตามโฆษณาทีวีช่องต่างๆ นั่นคือภาพของนายแบบนางแบบส่วนใหญ่ในโฆษณามักจะมีลักษณะที่สังคมยกย่องให้เป็นป้ายหลัก เช่น ผิวขาว รูปร่างผอม สูง แข็งแรงแบบมีมัดกล้ามบ้าง (แต่ต้องไม่มากเกินไปจนดูเหมือนกรรมกรแบกหามข้าวสาร) ภาพของนายแบบนางแบบทั้งหลายนี้เป็นสิ่งที่สังคมพยายามยัดเยียดให้คนในสังคมเชื่อมั่นยึดถือว่าเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อคุณลักษณะที่ตรงกันข้าม ซึ่งชวนให้เกิดการแปะป้ายประจานอยู่เสมอ เช่น ผิวดำเป็นตอตะโก หรือตัวอ้วนจ้ำม่ำ เป็นต้น

กรณีที่สอง เรามักโดนสอนและยัดเยียดความคิดที่ว่า รสนิยมทางเพศที่ถูกที่ควรมีเพียงแค่ชายแท้ๆ รักหญิงแท้ๆ แค่นี้เท่านั้น ห้ามของเทียม ห้ามขั้วเดียวกัน แม้ว่ากรณีนี้จะได้รับการยอมรับมากขึ้นในหลายๆ สังคม รวมทั้งสังคมไทย แต่คุณภูมิขอพูดไว้เลยว่ายอมรับมาเถอะครับว่าคุณๆ ที่มีรสนิยมทางเพศแบบปกติทั้งหลาย มันต้องมีอย่างน้อยสักครั้งที่ในเศษเสี้ยวหนึ่งของจิตใจของคุณแอบแปะป้ายให้กับคนบางคนว่า "ตุ๊ด" "เกย์" "เลสเบี้ยน" "ทอม" "ดี้" "โฮโมฯ" และถ้าจะให้ทันสมัยหน่อยก็ต้อง "ยาราไนก๊ะ" ยอมรับมาเถอะครับคุณ อย่ามาซึนเดเระ!

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สิ่งหนึ่งที่มนุษย์อย่างเราจำต้องระลึกไว้ตราบใดที่เผ่าพันธุมนุษย์ยังคงมีอยู่ นั่นคือมนุษย์มีความหลากหลาย หลากหลายมากมายเกินกว่าที่กระบวนการแปะป้ายและสร้างคำมานิยามรูปแบบพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์จะสามารถทำได้ ในเมื่อมันเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมมนุษย์ต้องปฏิเสธความเป็น "มนุษย์ที่หลากหลาย" เพื่อมุ่งเข้าหาแนวทางที่แปะป้ายไว้เพียงไม่กี่แนวทางด้วยล่ะครับ

เราทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ยอมรับกันและกันในฐานะมนุษย์ดีกว่ามานั่งสรรหาคำเพื่อ "แปะป้ายประจาน" กันและกันเถอะครับ

ปล. ทฤษฎีอีกอย่างที่อธิบายเรื่องคล้ายกันนี้คือทฤษฎี "มายาคติ" (Mythologies) ของ Roland Barthes ใครสนใจขอเชิญสืบค้นให้ชุ่มปอดได้เลยครับ

Comment

Comment:

Tweet

เพราะอยากมี อยากเป็น
ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ครับ

ลุงภูมิ *..*
^กราบนมัสการครับ เห็นไม่ได้อัพบล็อกนาน คุณภูมินึกว่าติดภรกิจปฏิบัติธรรมอยู่

1.ง่า...หลวงพี่ sad smile รสนิยมคุณภูมิปกตินา แต่คนที่คุณภูมิชอบนี่เขาไม่ปกติอ่าดิครับ เหะๆ
แล้วก็ คุณภูมิไม่ได้ร้อนตัวนะครับ ออกจะดีใจที่โดนแปะป้าย open-mounthed smile

2.คุณภูมิลืมคำนี้ไปเลยนะครับเนี่ย Stigmatization กราบขอบพระคุณหลวงพี่ครับ big smile

3.ประเด็นนี้ไม่รู้จะตอบยังไงอ่า ก็เป็นเรื่องจริงนะครับเนี่ย แต่ชาวบ้านทั่วไปนี่ก็เป็นพวกที่มี "ป้าย" กันหมดอยู่แล้ว ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

ถ้ายังงั้น เราก็แค่ไม่ต้องสนใจ "ป้าย" ที่คนอื่นนำมาแปะใส่เรา แค่นั้นก็พอแล้วใช่มั้ยครับ คุณภูมิก็คิดว่างี้นะ

ปล.เทอมนี้ได้เรียนวิชาเกี่ยวกับศาสนาและจิตวิญญาณในวรรณกรรม เลยเกิดนึกคำถามแปลกๆ ขึ้นมาเพียบ วันหลังขออนุญาตหลังไมค์ไปถามหลวงพี่กับท่นมหาโอ๊ตหน่อยนะครับ
๑. แสดงว่า คุณภูมิมีรสนิยมทางเพศไม่ปกติ... (ฮา) จึงร้อนตัวกับการถูกแปะป้าย
๒. ลอง stigmatized ดูสิขอรับ เร้าใจกว่า labelling เยอะเลย คริ คริ
๓. และบางทีพระภิกษุก็ถูกแปะป้ายเช่นกัน (ว่า ไอ้บ้าคิดไรไม่เหมือนชาวบ้าน)

เจริญธรรม ฯ

#62 By Dhammasarokikku on 2010-02-07 09:44

คนเราbig smile Hot!

#61 By dp on 2010-01-28 18:53

เคยลองคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ
มาอ่านแล้วก็เข้าใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากนะคะ big smile
มันแปลกตรง ทั้งๆที่ก็สร้างกำแพงของ สิทธิเสรีภาพ ขึ้นมา
เรียกร้องความเท่าเทียมกันตลอด sad smile
แต่ก็ยังสร้างกำแพงอื่นๆขึ้นมากดคนอื่นให้ต่ำลง หรือ ยกให้สูงขึ้น จะขัดแย้งในตัวเองไปไหนเนี่ย sad smile

Hot! Hot! Hot!

#60 By ฏ้ณ ★ on 2010-01-28 17:23

สุดท้ายแล้วทุกคนก็คือมนุษย์เหมือนกัน เพียงแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาคิดและตัดสินใจทำก็คือตัวของพวกเขาเอง

เพราะงั้นไม่แปลกหรอกที่มนุษย์จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่า " ถูก "

การเป็นตัวของตัวเองนั่นล่ะดี แต่ก็มีสิ่งที่ขัดกันคือ การที่ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ใช่ว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่คนอื่นๆจะยอมรับได้เสมอ

จิตใจมนุษย์นี่เข้าใจยากเนอะ =w='

#59 By Plue Nanaya on 2010-01-28 13:14