สำหรับชาวไวกิ้งในหมู่บ้านบนเกาะเบิร์ก การสู้รบกับมังกรกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตที่ไม่มีใครรู้ว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร พวกเขารู้แต่เพียงว่าหากไม่ทำอะไรกับเจ้าพวกสัตว์ร้ายที่ทั้งบินและพ่นไฟได้เหล่านี้ พวกมันก็จะคอยขโมยแกะและปศุสัตว์อื่นๆ ที่พวกไวกิ้งเลี้ยงไว้อยู่เรื่อยๆ แต่นอกเหนือจากความจำเป็นที่ต้องสู้เพื่อปกป้องอาหารแล้ว การได้ฆ่ามังกรสักตัวถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่ไวกิ้งทุกคนใฝ่ฝัน และยังเป็นสิ่งที่วัยรุ่นทายาทไวกิ้งต่างกระเหี้ยนกระหือรือจะได้ทำ เพื่อที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น "ไวกิ้งเต็มขั้น" ...แม้กระทั่งคนที่ห่างไกลจากความเป็นไวกิ้งในอุดมคติที่สุดอย่างฮิกคัพ

ฮิกคัพ ฮอร์เรนดัส แฮ็ดด็อกที่ 3 (ให้เสียงโดย Jay Baruchel) เป็นเด็กวัยรุ่นหุ่นขี้ก้างที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขวานเหวี่ยงไปมา ทั้งยังขี้กลัว ไร้ซึ่งความกล้าหาญบ้าบิ่น เรียกได้ว่าขาดคุณสมบัติความเป็นไวกิ้งโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าข้อเท็จจริงที่ว่า เขาเป็นลูกชายคนเดียวของสโตอิกค์ (ให้เสียงโดย Gerard Butler) ผู้นำเหล่าไวกิ้งแห่งเกาะเบิร์กที่เป็นยอดแห่งไวกิ้งในหมู่ไวกิ้ง ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างพ่อ-ลูกถูกนำเสนอตั้งแต่ต้นเรื่อง เมื่อสโตอิกค์ปราดเข้าไปตั้นหน้ามังกรด้วยกำปั้นลุ่นๆ ส่วนฮิกคัพได้แต่วิ่งหลบมังกรและไฟไปมา

ด้วยความที่เห็นว่าลูกชายไม่มีวี่แววจะเป็นไวกิ้งที่ดีได้ สโตอิกค์จึงส่งฮิกคัพไปเป็นลูกมือของก๊อบเบอร์ (ให้เสียงโดย Craig Ferguson) ช่างตีเหล็กและผู้ฝึกสอนไวกิ้งประจำหมู่บ้าน แม้จะไม่มีพละกำลังและความห้าวหาญแบบไวกิ้งทั่วไป แต่ฮิกคัพก็เฉลียวฉลาดและมีความคิดสร้างสรรค์พอตัว เขาหันมาเอาดีทางด้านงานช่างและพยายามสร้างเครื่องมือช่วยจับมังกร เพื่อจะได้รับการยอมรับว่าเป็น "ไวกิ้งที่ดี" จากคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งพ่อของเขา

ในระหว่างที่ทั้งหมู่บ้านกำลังชุลมุนกับฝูงมังกรที่เข้าจู่โจมและดักโฉบสัตว์เลี้ยงจากทุกทิศทุกทาง ฮิกคัพก็แอบขนเครื่องจับมังกรเครื่องใหม่มาที่มุมที่ยังคงเงียบสงบของหมู่บ้าน หลังจากรอสักพัก เขาก็ได้โอกาสเล็งและยิงกระสุนเชือกใส่มังกรตัวหนึ่งที่บินผ่านมาพอดี ภาพมังกรที่ร่วงหล่นและเสียงกระแทกจากที่ไกลทำให้เขารู้ว่าตัวเองสามารถจับมังกรได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ จึงไม่มีใครเชื่อเรื่องของเขา

หลังจากพวกมังกรบินกลับไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงจำนวนหนึ่งของพวกไวกิ้ง สโตอิกค์ก็เรียกประชุมนักรบไวกิ้งทุกคนเกี่ยวกับมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะหยุดการรุกรานจากพวกมังกรเป็นการถาวร นั่นคือออกเรือค้นหา "รัง" ของพวกมังกรและถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง ก่อนออกเดินทาง สโตอิกค์มอบหมายงานให้ก๊อบเบอร์ (ซึ่งในอดีตเสียมือและขาอย่างละข้างไปขณะสู้กับมังกร) อยู่ประจำการบนเกาะเพื่อฝึกสอนเด็กวัยรุ่นทุกคนให้เป็นไวกิ้งโดยเร็ว เพื่อจะได้เป็นกำลังเสริมในการสู้กับมังกร ซึ่ง "เด็กวัยรุ่นทุกคน" นี้รวมไปถึงฮิกคัพด้วย

ส่วนฮิกคัพ หลังจากได้พูดเปิดใจกับพ่อเป็นครั้งแรกและโดนขอร้องแกมบังคับให้ร่วมฝึกสู้มังกร ก็หนีออกมาทำใจในป่าด้านหลังของหมู่บ้าน และได้พบมังกรที่โดนเขายิงกระสุนเชือกใส่เมื่อคืนนอนแบ็บอยู่ มังกรสีน้ำเงินดำตัวนี้ไม่ใช่มังกรธรรมดา หากแต่เป็นมังกร "ราตรีพิโรธ" (Night Fury) พันธุ์หายากที่ไม่เคยมีไวกิ้งคนไหนได้พบเห็นในระยะใกล้มาก่อน ฮิกคัพรู้ว่าหากเขาสังหารมัน ณ ที่นี้ คนในหมู่บ้านจะไม่มีวันมองเขาเป็นไอ้เห่ยคนเดิมอีกต่อไป ทว่าในระหว่างเงื้อมีดเตรียมจ้วงแทง ฮิกคัพที่เห็นว่าสายตาของเจ้ามังกรจับจ้องเขาไม่วางตาก็พลันลังเลใจ

How to Train Your Dragon  (2010) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสามมิติในเครือ DreamWorks เนื้อเรื่องดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนที่มีชื่อเดียวกัน (2003) โดย เครสสิดา โคเวลล์ (Cressida Cowell) เช่นเดียวกับภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่สร้างจากหนังสือ How to Train Your Dragon  ฉบับภาพยนตร์ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดอย่างมโหฬารจากในฉบับวรรณกรรม ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง และโทนเรื่อง วรรณกรรมต้นฉบับออกแนวตลกเบาสมอง เกือบๆ จะไร้สาระ ในขณะที่ภาพยนตร์กลายเป็นแฟนตาซีเนื้อหาจริงจัง ใครที่สนใจหา How to Train Your Dragon  ฉบับหนังสือมาอ่านหลังจากได้ชมภาพยนตร์จึงควรได้รับคำเตือนเช่นเดียวกับทุกคนที่อ่านหนังสือโดยเริ่มจากหนัง นั่นคือ "พึงระลึกไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน"

ฮิกคัพในฉบับภาพยนตร์จัดได้ว่าเป็นตัวละครประเภท "Misfit" หรือผู้ที่ (ถูกทำให้) แปลกแยกจากสังคมรอบตัว เนื่องจากมีลักษณะทางกายภาพ ความคิด ค่านิยม ความเชื่อ หรือทั้งหมดที่ว่ามารวมกันแล้วต่างจากคนอื่นๆ ตัวละครประเภทนี้มักได้เป็นตัวเอกในวรรณกรรมและภาพยนตร์ที่ต้องการเอาใจวัยรุ่น (รวมถึงผู้ที่มีความเป็น "วัยรุ่น" ในจิตใจเสมอ) ซึ่งเป็นวัยที่แสวงหาความ "แนว" และต้องการออกจากกรอบต่างๆ ที่สังคมของผู้ใหญ่ตีเอาไว้ อย่างไรก็ดี ความแปลกแยกของฮิกคัพตามที่ภาพยนตร์นำเสนอก็น่าสนใจมิใช่น้อย เพราะมันเป็นความแปลกแยกที่มีนัยยะทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง

แน่นอนว่าตามเพศสรีระ (Sex) ฮิกคัพเป็น "เพศชาย" (Male) โดยไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อพิจารณาตามเพศสถานะ (Gender) แล้ว เขาไม่สามารถเป็น "ผู้ชาย" (Man) ที่สมบูรณ์ตามแบบสังคมไวกิ้งได้ คุณสมบัติของ "ไวกิ้งที่ดี" ที่ฮิกคัพขาดไป อันได้แก่ ความห้าวหาญ ดุดัน บ้าบิ่น ไม่กลัวตาย ฯลฯ ล้วนแต่เป็นคุณลักษณะที่ผูกโยงเข้ากับความเป็น "ชาย" มาแต่โบราณกาล นอกจากนั้น หากอาวุธของนักรบผู้กล้า ไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบอง ปืน หรือขวาน (สำหรับไวกิ้ง) สามารถเปรียบเป็น "Phallic symbol" (สัญลักษณ์แทน "Phallus" หรือองคชาติ) ที่แสดงถึง "อำนาจแห่งความเป็นชาย" ของผู้ถือ ฮิกคัพที่ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะจับขวานได้ก็เป็นผู้ชาย "บ่มิไก๊" ที่ไร้สมรรถภาพในการปลุกนกเขาให้ขัน สรุปแล้วไม่ว่าจะมองในด้านไหน ฮิกคัพก็เป็นเพศชายที่มีความเป็นชายน้อยเสียยิ่งกว่าสาวในดวงใจของเขาอย่างแอสทริด (ให้เสียงโดย America Ferrera) เสียอีก

 

เหตุผลสำคัญที่พวกไวกิ้งในเรื่องใช้รองรับความจำเป็นในการฆ่าฟันกับมังกรคือ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารโดนมังกรขโมย ทั้งนี้หากอาศัยการตีความตามแนวทางจิตวิเคราะห์ก็จะได้เหตุผลอีกข้อหนึ่ง เหล่านักรบชาติไวกิ้งต่างก็มีความเป็นชายที่มากจนแทบจะล้น ทั้งลักษณะนิสัยแบบผู้ช้ายผู้ชาย แถมยังมีอาวุธประจำตัวที่เป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นชาย ส่วนพวกมังกร แม้ว่าจะมีทั้งที่เป็นตัวผู้และตัวเมีย แต่คุณลักษณะโดยธรรมชาติของมังกร ที่มีลำคอยาวเหมือนงู และมีอำนาจการทำลายล้างด้วยการพ่นไฟ ทำให้พวกมันจัดเป็น Phallic symbol เช่นเดียวกับอาวุธอย่างดาบหรือขวาน ผู้ชาย "ปกติ" สองคนไม่อาจอยู่กินร่วมกันได้ฉันใด Phallic symbol สองอย่างก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ฉันนั้น การปะทะกันระหว่างมังกรกับอาวุธของไวกิ้งจึงเป็นการต่อสู้เพื่อกำจัด "ความเป็นชาย" ที่ล้นเกิน เพื่อให้เหลือเพียง Phallic symbol ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (อาวุธหรือมังกร)

ฮิกคัพต่างจากไวกิ้งคนอื่นตรงที่ไม่มีความเป็นชาย (คุณลักษณะแบบไวกิ้ง) และ Phallic symbol (อาวุธประจำตัว) โดยทฤษฎีแล้วเขาจึงเป็นผู้ชายที่ไม่สมบูรณ์ มีแค่ความเป็นเพศชายที่ธรรมชาติให้มาเท่านั้น เมื่อเจอมังกรราตรีพิโรธที่โดนกระสุนเชือกของตัวเองจับเอาไว้ ฮิกคัพใจไม่เหี้ยมพอจะฆ่ามันลงได้ จึงตัดสินใจตัดเชือกเพื่อปล่อยมันไป แต่มันไม่สามารถบินหนีไปได้เพราะอาการบาดเจ็บ ฮิกคัพจึงถือเป็นหน้าที่ของตัวเองในการดูแลเจ้ามังกร โดยช่วยรักษาพยาบาลและคอยหาปลามาเป็นอาหารให้ นานวันเข้า เจ้ามังกรก็หายหวาดระแวงฮิกคัพและสนิทสนมคุ้นเคยจนยอมให้เขาขึ้นขี่ ส่วนฮิกคัพนั้น นอกจากจะได้มังกรเป็นเพื่อนและสัตว์เลี้ยง เขายังได้มันมาเป็น "Phallic symbol เทียม" ให้ตัวเองได้ยืมใช้เพื่อทดแทนความเป็นชายที่ขาดหายไป

"ควา