หลายๆ คนคงจะเคยเห็นภาพลักษณะนี้
ในการ์ตูนอนิเมชั่นชื่อดังของโลกตะวันตกก็มี
หรือแม้กระทั่งการ์ตูนมังงะจอมเสียดสีสังคมแห่งยุคก็ยังนำไปใช้
ภาพของ "เทวดา" และ "ปีศาจ" ตัวจิ๋วที่มักโผล่มาในเวลาต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง และคอยกระซิบข้างหู ตัวหนึ่งบอกให้ทำสิ่งที่ "ถูกต้อง" อีกตัวบอกให้ทำสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้องแต่ก็ "ถูกใจ" ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในสื่อหลายรูปแบบ จนหลายๆ คนอาจเข้าใจว่า ทั้งสองตัวนี้คือตัวแทนของสำนึกฝ่าย "ดี" และ "ชั่ว" ที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน
ความเข้าใจนี้...
ผิด นะครับ
ผิดเพราะว่า "ความดี" "ความชั่ว" และแม้กระทั่ง "ความถูกต้อง" แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง แต่มนุษย์อย่างเราๆ อุปโลกน์กันขึ้นมาเองต่างหาก
อ้าว ถ้าความดีและความชั่วไม่มีอยู่จริง เทวดาและปีศาจนั่นคืออะไร
ลุงคนนี้มีคำตอบให้
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud : 1856 - 1939) บิดาแห่งวงการจิตวิทยาและจิตวิเคราะห์
ฟรอยด์เป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคของเขา และแม้ฟรอยด์จะลาโลกไป 70 ปีได้แล้ว วิญญาณของเขาก็ยังตามมาหลอกหลอนนักจิตวิทยาและนักเรียนวรรณคดีทุกยุคทุกสมัยไม่เลิก ฟรอยด์ฝากทฤษฎีไว้ให้วงการวิชาการมากมาย ที่ดังๆ หน่อยและคิดว่าหลายคนคงพอรู้จักก็เช่นทฤษฎี "ปมอีดิปัส" (Oedipus Complex) หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า "ปมฆ่าพ่อล่อแม่" เป็นต้น แม้ว่านักจิตวิทยาหลายต่อหลายคนในยุคหลัง รวมถึงคาร์ล จุง ที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิของฟรอยด์ จะนำเสนอทฤษฎีใหม่ๆ ที่หักล้างทฤษฎีเดิมของฟรอยด์เกือบสมบูรณ์ แต่หลายๆ คนก็ยังยึดแนวคิดของฟรอยด์เป็นบรรทัดฐานนิรันดร์กาลอยู่ดี
อนึ่ง ทฤษฎีส่วนใหญ่ของฟรอยด์มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศและโลกียวิสัยของมนุษย์ ทั้งนี้เพราะฟรอยด์เองแกก็เชื่อว่าแรงปรารถนาทางเพศเป็น "แรงขับเคลื่อน" สำคัญของชีวิตมนุษย์ จนกระทั่งมีคำกล่าวว่า ทฤษฎีของฟรอยด์สอนให้รู้ว่า "ถนนทุกสายมุ่งสู่เรื่องเพศ" และมีการวาดภาพพอร์เทรตของฟรอยด์เพื่อสะท้อนแนวทางคำสอนของเขาเสียงดงามทีเดียว
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง! (นอกเรื่องนั่นเอง) เรื่องแนวคิดเพศๆ ของฟรอยด์นี่คุณภูมิก็ชอบอยู่ (ชอบเฉพาะในด้านวิชาการนะครับ หึหึ) ไว้วันหลังจะเขียนถึงนะครับ แต่คราวนี้จะกล่าวถึงทฤษฎีสำคัญอย่างหนึ่งของเขา นั่นคือทฤษฎีว่าด้วย "บุคลิกภาพของมนุษย์" (Human Personality)
ฟรอยด์บอกว่า บุคลิกภาพของมนุษย์คนหนึ่ง เกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบสามประการ
"อิด" "อีโก้" และ "ซูเปอร์อีโก้"
เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักชื่อเหล่านี้มาบ้างแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไร ลองมาทำความรู้จักกับเจ้าสามตัวนี้กันใหม่ตามแบบของคุณภูมิเองนะครับ
เริ่มจากเจ้าตัวแรก
"อิด" (Id)
อิด เป็นสรรพนามภาษาละติน แปลตรงตัวว่า "มัน" (it) ส่วนชื่อไทยไม่ต้องไปหา เพราะยังไม่มีใครตั้งให้
อิดคือสัญชาตญาณดิบหรือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวมนุษย์ อยู่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด และจะคอยกระตุ้นหรือเร่งเร้าให้มนุษย์ทำอะไรก็ตามเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตัวเอง รวมไปถึงตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกในแวบแรกที่เกิดขึ้น เช่น ถ้ารู้สึกไม่พอใจ เจ้าอิดนี่จะบอกให้ระบายอารมณ์ออกมาทันที
พูดง่ายๆ คือ อิดคือด้านที่ "ป่าเถื่อน" ของจิตใจที่คอยกระซิบบอกให้คนเราทำในสิ่งที่ "ถูกใจ" นั่นเอง
"เชี่_เอ๊ย! ไอ้เกรียนนั่นแอบด่าพวกเราลับหลังอีกแล้ว ขอตั๊นหน้ามันเป็นการสั่งสอนซะหน่อย ไม่งั้นคืนนี้กูนอนไม่หลับแน่!"
ตัวต่อไปคือคู่ปรับสำคัญของอิด
"ซูเปอร์อีโก้" (Superego)
ซูเปอร์อีโก้ เกิดจากการผสมคำระหว่างคำภาษาละตินสองคำ ได้แก่ "ซูเปอร์" (Super) แปลว่า เหนือ กับ "อีโก้" (Ego) ซึ่งเป็นสรรพนาม "ฉัน" (I) ในภาษาละติน สำหรับชื่อภาษาไทย อาจารย์ในวิชาทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์ของคุณภูมิเคยเรียกว่า "อภิอัตตา" ส่วนท่าน อ.ไมเคิล ไรท์ ผู้ล่วงลับ เรียก "อุตมอัตตา" (อุด-ตะ-มะ-อัด-ตา)
สิ่งต่างๆ ที่จัดเป็นซูเปอร์อีโก้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู โรงเรียน สื่อ ศาสนา รวมไปถึงสังคมในระดับต่างๆ ปลูกฝังหรือยัดเยียดใส่มนุษย์แต่ละคน เพื่อควบคุมไม่ให้ก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น และให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ได้แก่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ค่านิยมในสังคม การศึกษา หลักศีลธรรม และแม้กระทั่ง คำสัญญาระหว่างคนสองคน
พูดง่ายๆ ซูเปอร์อีโก้ก็คือด้าน "หัวสูง" ของมนุษย์ ที่คอยปรามอิดเอาไว้ และกระซิบบอกให้คนเราทำในสิ่งที่สังคมมองว่า "ถูกต้อง"
"อย่าไปทำอะไรเขาเลยครับ เขาอาจจะมีปัญหาทางจิตใจหรือขาดความอบอุ่นในครอบครัวมาก่อน เลยเอามาลงกับพวกเราบ้าง ถือเสียว่าทำบุญทำทานก็แล้วกันครับ"
ทีนี้ ตัวหนึ่งบอกให้สนใจตัวเองไว้ก่อน อีกตัวบอกให้คำนึงถึงคนอื่นและสังคม ถ้าในจิตใจคนเรามีอยู่แค่สองตัวนี้ ก็คงจะประสาทกินกันทีเดียว
"พูดบ้าอะไรของมึง แม่_ด่าพวกเรา -- ด่ากูนะเว้ยเฮ้ย! ปล่อยมันไปวันนี้ เดี๋ยวมันก็ได้ใจกลับมาด่าอีก อย่างน้อยขอตบสั่งสอนสักป้าบก็ได้"
"ถ้าคุณทำร้ายเขาไป คนอื่นที่มองเห็นก็จะนึกเอาว่าพวกเราเป็นฝ่ายทำร้ายเขาก่อนน่ะสิครับ คุณอยากให้คนอื่นมองพวกเราว่าเป็นพวกป่าเถื่อนไร้การศึกษาหรือยังไง"
"กว๊ากกกกกกกซ์!!! ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ยังงี้ก็เท่ากับไอ้สัดนั่นมาตบหน้ากูฝ่ายเดียวดิวะ!"
"ตบหน้า? อ๋อ ถือเสียว่าเป็นบททดสอบจิตใจที่สวรรค์ประทานให้สิครับ ดุจดังที่องค์บร๊ะยีซัสทรงสอนเอาไว้ว่า 'ใครตบแก้มซ้ายเจ้า จงยื่นแก้มขวาให้เขาตบด้วย' ไงครับ"
"อะไรของมึง?!? ยีซ้งยีซัดอะไรกูไม่รู้จัก! ถ้าอยากโดนตบมากนักเดี๋ยวกูจัดให้!!!"
"ก็เอาเลยสิครับ! กระผมเองก็สุดจะทนกับความกักขฬะอัปรีย์ชาติไพร่ของคุณเต็มทีแล้วเหมือนกัน!!!"
ถ้าเราเชื่อฟังอิด ทำตามใจของตนเอง เราก็อาจจะโดนสังคมรังเกียจ ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้
ในทางกลับกัน ถ้าเราทำตามซูเปอร์อีโก้ เราก็จะยังอยู่ในสังคมต่อไปได้ แต่ก็ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป
และถ้าเราไม่เลือกทำอะไรสักอย่าง จิตใจของคนเราก็คงจะปั่นป่วนเพราะเจ้าสองตัวนี้จะเถียงกันไม่เลิก ไม่ต้องเป็นอันทำอะไรพอดี
โชคยังดีที่ในระหว่างที่เจ้าสองตัวนี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา จิตใจของเราก็พัฒนาองค์ประกอบตัวที่สามขึ้นมา
"อีโก้"
(Ego)
อีโก้ก็คือ "ฉัน" (I) ในภาษาละติน แบบที่บอกไปแล้วเมื่อกี้ มีชื่อภาษาไทยว่า "อัตตา"
ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจเล็กน้อยว่า ชื่อ "อีโก้" ในที่นี้เป็นศัพท์ทางจิตวิทยา ไม่เกี่ยวข้องกับคำในภาษาพูดที่ว่า "XXX มีอีโก้สูงเป็นบ้า!" คำว่า "อีโก้" ในตัวอย่างที่ยกมานั้นมีความหมายในทำนองว่า "สนใจแต่ตัวเอง" หรือ "เอาตัวเองเป็นหลัก" เปรียบได้กับตัว "อิด" ทางจิตวิทยา หรือบาป "Pride" ทางคริสตศาสนา ตกลงกันตามนี้นะครับ
อีโก้ในที่นี้ก็คือ ส่วนของจิตใจมนุษย์ที่เกิดขึ้นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างความคำนึงถึงตนเองของ "อิด" และความคำนึงถึงสังคมของ "ซูเปอร์อีโก้" และในท้ายที่สุด อีโก้ตัวนี้จะเป็นผู้ตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลที่น่าพึงพอใจกับทั้งอิดและซูเปอร์อีโก้
อีโก้ตัวนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ "คนกลาง" ที่จะมาประนีประนอมระหว่าง "ด้านป่าเถื่อน" กับ "ด้านหัวสูง" ในจิตใจมนุษย์
"เอ้า! แยกๆๆ คนกันเองแท้ๆ เสื_กกัดกันเป็นหมูเป็นหมาไปได้"
"เอาล่ะ! นายอยากเอาคืนไอ้หมอนั่น โทษฐานที่มันแอบด่าพวกเรา ส่วนนายก็อยากให้ปล่อยมันไป เพราะกลัวว่าขืนทำอะไรไปแล้วจะโดนคนอื่นว่าเอาใช่มะ"
"เออ! / ถูกต้องที่สุดเลยครับ!"
"งั้นก็ง่ายนิดเดียว! เราก็แอบแกล้งมันกลับโดยที่อย่าให้คนอื่นรู้เห็นสิ แกล้งเจาะลมในยางรถยนต์มัน เอากาวตราช้างไปหยอดใส่รูกุญแจรถ... อ้อ! อย่าลืมเอาเมล์มันไปสมัครเว็บหาคู่เกย์ด้วยล่ะ"
"โห! แหล่มเลยว่ะ!! / เป็นความคิดที่เลิศหรูอลังการแน่แท้ทีเดียวครับ!!"
"ฮิบๆ ฮูเรย์!!!"
["เอ่อ...???"]
แฮปปี้เอนดิ้ง...
ลักษณะการประนีประนอมกันระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้ โดยมีอีโก้เป็นตัวกลางนี้ คุณภูมิขอยกตัวอย่างอีกสักครั้ง โดยเอาตัวอย่างเดียวกับที่ใช้ในตอนต้นเอนทรี
-ซาโยนาระ คุณครูผู้สิ้นหวัง (Sayonara Zetsubou-Sensei) เล่ม 5 ตอนที่ 43 "หิมะเอ๋ย ลาก่อน"
จากตัวอย่าง จะเห็นว่าด้าน "ซูเปอร์อีโก้" และ "อิด" ของ อ.โนโซมุ (ตัวเอก) พยายามกระซิบบอกให้เขาจัดการกับขยะในมือตามแนวทางของแต่ละตัว ซูเปอร์อีโก้ (เทวดา) จะอ้างกฎระเบียบสังคมที่บอกให้ต้องทิ้งขยะลงถัง ส่วนอิด (ปีศาจ) ก็จะกระตุ้นให้ทำตามความต้องการพื้นฐาน คือต้องการ "ทิ้งกระป๋องนี่เร็วๆ"
สุดท้าย "อีโก้" หรือก็คือตัวโนโซมุเอง ก็เลยเลือกหาวิธีที่สมดุลระหว่างทั้งสองฝ่าย เป็นการประนีประนอมระหว่างซูเปอร์อีโก้และอิดไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกครั้งเสมอไปที่อีโก้จะทำหน้าที่ประนีประนอมระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้โดยสมบูรณ์ เพราะบางครั้งอีโก้ก็อาจคล้อยตามด้านใดด้านหนึ่งได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบแวดล้อมด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไร ผู้ที่ตัดสินใจทุกครั้งก็คืออีโก้ครับ
ถึงตอนนี้ อาจจะยังมีคนงงอยู่ว่า แล้วทำไม "อิด" จึงมักอยู่ในรูปของ "ปีศาจ" หรือ "ตัวแทนความชั่ว" และ "ซูเปอร์อีโก้" จึงมักเป็น "เทวดา" หรือ "ตัวแทนความดี"
คำตอบง่ายนิดเดียวครับ เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เมื่อคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ เป็นสังคม เราจึงต้องกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ รวมไปถึงหลักศีลธรรมเพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้โดยไม่เกิดปัญหา ใครที่กระทำตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือคนอื่นในสังคม ก็เท่ากับ "ทำความดี" ส่วนใครที่กระทำสิ่งต่างๆ ตามอำเภอใจตนเอง โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นว่าจะเดือดร้อนหรือไม่ ก็เท่ากับ "ทำความชั่ว"
"อิด" ที่คอยยุให้คนเราทำในสิ่งที่ตนเองพอใจ โดยไม่ต้องคำนึงถึงคนอื่น จึงเป็นเหมือน "สำนึกฝ่ายชั่ว" ในจิตใจ ในทางกลับกัน "ซูเปอร์อีโก้" ซึ่งคอยย้ำเตือนให้นึกถึงคนอื่นและสังคมก็เป็น "สำนึกฝ่ายดี"
หวังว่าอันนี้จะพอตอบได้นะครับว่าทำไม "อิด" กับ "ซูเปอร์อีโก้" จึงถูกแทนภาพด้วย "ปีศาจ" และ "เทวดา"
![]()
![]()
การประยุกต์ใช้
ภาพยนตร์และวรรณกรรมร่วมสมัยหลายเรื่องได้นำแนวคิดเรื่องอิด อีโก้ และซูเปอร์อีโก้ไปดัดแปลงและปรับใช้ให้เข้ากับเนื้อเรื่องของตนเอง เช่น
STAR WARS
ใครที่ติดตามภาพยนตร์สเปซโอเปร่าชุดนี้มาบ้างคงจะพอรู้จักความเชื่อเรื่อง "พลัง" (The Force) ที่เป็นอำนาจเหนือธรรมชาติที่ควบคุมทุกสิ่งในจักรวาลของสตาร์ วอร์ส "พลัง" มีทั้ง "ด้านสว่าง" และ "ด้านมืด" พวกอัศวินเจได (Jedi) ที่ใช้พลังอำนาจของด้านสว่างของพลังเป็นหลักก็จะมีอุดมการณ์สูงส่งในเรื่องการปกป้องผู้อื่น และพยายามตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึกที่ก่อให้เกิดกิเลสตัณหาทั้งมวล เช่น ความโลภ ความโกรธ และความหลง (รวมทั้งความรัก) ส่วนพวกซิธ (Sith) หรือเจไดฝ่ายมืดซึ่งนับถือด้านมืดของพลังก็จะใช้พลังทำทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ
ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ด้านสว่างของพลังก็คือด้านซูเปอร์อีโก้ ส่วนด้านมืดก็คือด้านอิดนั่นเอง
เกมส์สตาร์วอร์สในยุคหลังๆ ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเรื่องแนวคิดดังกล่าวนี้ อย่างในภาพข้างบนนี้มาจากเกมส์ RPG ในเครือสตาร์วอร์สชื่อ The Knight of the Old Republic (เรียกย่อๆ ว่า KotOR) เกมส์ในชุด KotOR นี้จะดำเนินเรื่องส่วนหนึ่งผ่านทางการเลือกตอบรับบทสนทนากับคนอื่น ซึ่งตัวเลือกต่างๆ จะมีทั้งที่นำพาตัวเราไปสู่ด้านมืดหรือสว่างของพลังได้ ถ้าเลือกตัวเลือกที่แสดงถึงความกล้าหาญ มีเมตตา เสียสละ หรือก็คือตัวเลือกที่ตอบรับซูเปอร์อีโก้ เราก็จะยิ่งเข้าใกล้ด้านสว่างของพลัง แต่ถ้าเลือกตัวเลือกที่แสดงความก้าวร้าว ดิบถ่อย เห็นแก่ตัว หรือตอบรับกับอิด เราก็จะยิ่งเข้าใกล้ด้านมืดของพลัง และหน้าตาอุบาทว์ชาติชั่วมากขึ้น
BLEACH
ตัวละครสองฝ่ายของบลีช คือฝ่ายยมทูต และฝ่ายฮอลโลว์ อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของซูเปอร์อีโก้และอิด พวกฮอล์โลว์เป็นวิญญาณที่เหมือนโดนสัญชาตญาณสัตว์ (อิด) ครอบงำ ดังนั้นเมื่อรู้สึกหิว อยากกินพลังงานวิญญาณ ก็จะรีบไปดูดกินวิญญาณชาวบ้านเพื่อประทังความหิวของตัวเอง ส่วนพวกยมทูต จะว่าไปก็คือ "พลัส" หรือวิญญาณฝ่ายดีที่ถูกยกระดับให้พิเศษขึ้นมาเพราะมีพลังวิญญาณสูงส่งกว่าวิญญาณทั่วไป จึงสามารถใช้พลังต่อสู้ได้ และยังมีอำนาจเหนือวิญญาณธรรมดา อย่างไรก็ดี พวกยมทูตเองก็จะมีธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย ยมทูตบางตนก็ให้ความสำคัญกับการศึกษา กับเชื้อสายผู้ดีที่สูงส่ง บางตนก็ยึดติดกับอุดมการณ์สูงส่ง จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของซูเปอร์อีโก้นั่นเอง
คุโรซากิ อิจิโกะ ตัวเอกของเรื่อง เป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นการต่อสู้ประชันกันระหว่างอิดและซูเปอร์อีโก้ในใจได้ชัดเจนที่สุด เพราะมีมากกว่าหนึ่งครั้งในเรื่องที่อิจิโกะต้องเข้าไปในจิตใจของตัวเองเพื่อเผชิญหน้ากับด้านฮอล์โลว์ของตนเอง การต่อสู้กันระหว่างความเป็นยมทูตและฮอล์โลว์ในตัวของอิจิโกะ เปรียบได้ง่ายๆ กับการคัดคานอำนาจกันระกว่างซูเปอร์อีโก้กับอิดในตัวของเขา แต่ในท้ายที่สุด อิจิโกะก็ไม่ได้กำจัดฮอลโลว์หรืออิดในตัวไป แต่แค่สยบไว้และทำข้อตกลงกันเพื่อให้เขาสามารถพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองได้ ถ้าพูดแบบจิตวิทยา ก็อาจเรียกได้ว่า อิจิโกะใช้อีโก้ของตัวเอง (คือด้านที่เป็นอิจิโกะจริงๆ ไม่ใช่อิจิโกะที่เป็นยมทูต) เข้ามาประนีประนอมระหว่างอิดและซูเปอร์อีโก้ในตัว เพื่อให้อิดหรือฮอลโลว์ในตัวยอมรับเขาและให้เขายืมพลัง
พวกตัวละครชั้นพิเศษอย่างอาร์รันคาร์ (ฮอลโลว์ที่เข้าใกล้ความเป็นยมทูต) และไวเซิร์ด (ยมทูตที่เข้าใกล้ความเป็นฮอลโลว์) ก็เป็นแบบเดียวกับอิจิโกะ คือไม่ได้ยึดติดกับด้านใดด้านหนึ่งที่ตนเองเป็น แต่ยอมโอนอ่อนเข้าหาอีกด้าน หรือพูดในทางจิตวิทยาก็คือ ยอมให้อีโก้เข้ามาไกล่เกลี่ยระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจที่เหนือกว่า
เรื่องบลีชนี่ใช้ทฤษฎีทางวรรณกรรมวิจารณ์มาจับได้หลายแง่มาก ไว้คุณภูมิคึกมากๆ เมื่อไหร่จะขอลองทำดูนะครับ
กลุ่มตัวละคร "สามเกลอ" (TRIO)
"![]()
![]()
"
ในวรรณกรรม ภาพยนตร์ และเกมส์หลายเรื่อง มักมีกลุ่มตัวละครเอกจำนวนสามตัว ลักษณะนิสัยของตัวละครทั้งสามนี้จะแตกต่างกันไปเพื่อก่อให้เกิดปมขัดแย้ง ความเคลื่อนไหว และการมีปฏิสัมพันธ์อย่างหลากหลาย (ถ้านิสัยเหมือนๆ กันหมดคงน่าเบื่อแย่) หลายต่อหลายครั้งที่ลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันของตัวละคร "สามเกลอ" นี้ มักสามารถโยงเข้ากับทฤษฎีอิด อีโก้ และซูเปอร์อีโก้ได้
วิธีการโยงก็ดูได้ไม่ยากครับ ลองดูบทบาทและลักษณะนิสัยของตัวละครนั้นๆ เป็นหลัก
-ตัวละครที่มักทำตัวติงต๊อง บ้าๆ บอๆ ท่าทางซุ่มซ่าม เป็นตัวเรียกเสียงฮา ใจร้อน อารมณ์เสียง่าย กิเลสตัณหาจัด ชอบนำเสนอตนเองให้เด่นดัง หรือบางครั้งก็ชอบอยู่ตัวคนเดียว เก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร = อิด
-ตัวละครที่มักวางท่า วางมาด มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดหรือความสามารถสูงส่ง ยึดมั่นรักษากฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นชีวิตจิตใจ มีระเบียบวินัย ชอบความสะอาดเรียบร้อย ใจบุญแบบพ่อพระหรือแม่พระเรียกพี่ หรือมีอุดมการณ์บางอย่างที่สูงส่ง = ซูเปอร์อีโก้
-ตัวละครเอกของเรื่อง หรือตัวละครที่ปรากฏตัวให้คนอ่านหรือคนดูเห็นบ่อยที่สุด และมักทำตัวเป็นกันชนระหว่างเพื่อนอีกสองคน = อีโก้
ภาพตัวอย่าง จากทั้งภาพยนตร์ การ์ตูน เกมส์ และอนิเม (ขอไม่แจกแจงนะครับ ไม่งั้นยาว แต่คิดว่าคนที่รู้จักตัวละครเหล่านี้น่าจะจับคู่กันเองได้):
(คนที่รู้จักตัวอย่างสุดท้ายนี่ แสดงว่าอายุพอๆ กับคุณภูมิหรือมากกว่า
)
สุดท้าย ลองมาทำแบบฝึกหัดกันเล่นๆ นะครับ
ถ้าคุณเป็นอีโก้ (
) คุณจะเลือกตอบให้ประนีประนอมระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้อย่างไรในสถานการณ์เหล่านี้ (คลิกเม้าส์ทาบแถบดำหลังหัวอีโก้แล้วจะเจอคำตอบแบบของคุณภูมิครับ)
-เก็บเงินตกได้หมื่นบาท-
"เก็บเข้ากระเป๋าโลด!"
"หาเจ้าของแล้วคืนเขาเถอะครับ สงสารเขาออก"
"คืนเจ้าของแล้วพูดแง้มๆ เรื่องค่าตอบแทนนิดหน่อยจะเป็นไรไป"
-สาวสวย/หนุ่มหล่อ เดินผ่านมา ตรงสเป็คเลย-
"ฉุด!!!"
"ถ้าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอกครับ"
"แอบสะกดรอยตาม ดูว่าเขาชอบอะไร แล้วค่อยหาช่องทางทำความรู้จักสิ"
-เกิดปวดฉี่ระหว่างเดินกลับบ้าน ไม่มีห้องน้ำสาธารณะให้เห็นสักที่-
"ปล่อยมันข้างทางนี่แหละ!"
"อั้นไว้ก่อนครับ แล้วค่อยไปเข้าห้องน้ำที่บ้าน"
"เข้าไปขอใช้ห้องน้ำในร้านขายของหรือห้างสักที่สิ หรือจะไปขอเข้าห้องน้ำตามบ้านชาวบ้านก็ยังดี"
-อยากขึ้นฮอตโพสท์-
"ขอดราก้อนบอลหน่อย แง่งๆ!"
"เขียนให้ดี อัพบ่อยๆ สักวันก็จะมีคนใจบุญให้เราเองครับ"
"?" [ลองตอบกันเองนะครับ ฮี่ๆ]
-ขอบคุณครับที่อ่านมาถึงตรงนี้-


